21/09/2024
📝บทความที่ 70
🤔อยากไปทำงานประเทศญี่ปุ่น แต่ยังไม่มีความรู้ด้านวีซ่า⁉️⁉️
ในปัจจุบันหลายๆ คนคงกำลังมองหางานต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อเพิ่มรายได้ ฝึกทักษะความรู้ เพิ่มพูนประสบการณ์การทำงาน หรือไปทำงาน พร้อมๆ กับท่องเที่ยว ซึ่งประเทศญี่ปุ่น ก็นับว่าเป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่ผู้คนให้ความสนใจและอยากไปทำงานที่นั่นเป็นอันดับต้นๆ ในการที่จะเข้าไปทำงานในประเทศญี่ปุ่นนั้น จะต้องใช้วีซ่าใด หรือมีวีซ่าใดบ้าง?
วันนี้แอดมินจะมาอธิบายค่ะ😊
📌ข้อมูลจากสำนักงานแรงงานประเทศญี่ปุ่น หัวข้อ “ประเภทสถานภาพการพำนัก”https://www.moj.go.jp/isa/content/001367366.pdf
✍️วีซ่าที่นิยมไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น
วีซ่าที่สามารถพำนักอยู่ในประเทศญี่ปุ่นได้ มีมากกว่า 18 ประเภทด้วยกัน แต่จะขออธิบายประเภทวีซ่าที่เป็นที่นิยมสำหรับคนที่ไปทำงานประเทศญี่ปุ่น เพียง 3 ประเภท ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่า แต่ละประเภทมีความแตกต่าง ข้อจำกัด และเงื่อนไขที่แตกต่างกัน
โดยแอดมินจะขออธิบายแต่ละหัวข้อโดยละเอียด ดังนี้
📌1) วิศวกร/ผู้เชี่ยวชาญด้านมนุษยศาสตร์และกิจการต่างประเทศ (Specialist in Technologies/ Humanities/ International Services・技人国ビザ)
เป็นวีซ่าที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่เรียนด้านวิศวกรรม/ภาษาญี่ปุ่น หรือเรียกง่ายๆ ก็คือ วิศวกร, ล่าม, ผู้ประสานงาน, เซลส์ หรือผู้ที่มีความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นระดับสูง (ระดับธุรกิจ N1/N2) เป็นต้น ซึ่งจะได้รับระยะเวลาพำนักที่แตกต่างกันออกไป เช่น 1 ปี, 3 ปี, 5 ปี ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลหรือพิจารณาจากโปรไฟล์ของบริษัทนายจ้างที่ญี่ปุ่นร่วมด้วย
ที่กล่าวมานี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะสามารถยื่นขอสถานภาพพำนัก (COE) และทำงานในประเทศญี่ปุ่นได้ เพราะก่อนจะสัมภาษณ์หรือสมัครงานทุกๆ ครั้ง เนื่องจากทางฝ่ายที่รับหน้าที่ในการยื่นขอ COE/VISA ต้องพิจารณาและตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครอย่างละเอียด ว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับตำแหน่งที่รับสมัครหรือไม่ มีประสบการณ์การทำงานด้านที่สมัครหรือไม่ เพราะหากคุณสมบัติไม่เพียงพอ ก็อาจจะทำให้การขอสถานภาพพำนัก (COE) เป็นไปได้ยาก
หากในอนาคตคุณมีความสนใจหรือมีแพลนที่จะไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ง่ายต่อการหางานและการขอสถานภาพพำนัก คุณสมบัติหลักๆ ที่ควรมี มีดังนี้
1) จบการศึกษาระดับป.ตรี (วิศวกรรมศาสตร์, ภาษาญี่ปุ่น ฯล)
2) หลักสูตรและสาขาที่เรียน ต้องสอดคล้องกับตำแหน่งที่สมัคร
3) มีประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่สมัคร
4) ความสามารถทางภาษาญี่ปุ่น (ผลสอบวัดระดับ) JLPT N3 ขึ้นไป
**หากเป็นงานล่ามหรือเซลส์ ควรได้ N2 หรือ N1
5) สามารถสื่อสาร พูดคุยและเข้าใจในเนื้อหางานที่ทำได้
📌2) ผู้ฝึกงานด้านเทคนิค(Technical Intern Training・技能実習生制度)
วีซ่าผู้ฝึกงานด้านเทคนิค เป็นวีซ่าที่ไปทำงานในญี่ปุ่น แต่ในฐานะผู้ฝึกงานด้านเทคนิค (ระดับ Worker) ระยะเวลาพำนักมีตั้งแต่ 6 เดือน ไปจนถึง 1 ปี (ระยะสัญญา 3 ปี ต่อสัญญาได้อีก 2 ปี) โดยที่หลังจากครบสัญญาจำเป็นต้องนำความรู้ ทักษะที่ได้กลับมาพัฒนาประเทศของตน สำหรับวีซ่านี้ไม่ได้มีเพียงชาวไทยเท่านั้น แต่มีแรงงานจากหลากหลายประเทศที่ไปทำงานในวีซ่าฯ นี้ เช่น เวียดนาม, จีน, เมียรม่า, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, ลาว ฯล
เนื้อหางานในวีซ่าผู้ฝึกงานด้านเทคนิค มีหลากหลายสาขา เช่น สายการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม, งานบริบาล(ดูแลผู้สูงอายุ) , ประมง, เกษตร, ก่อสร้าง, การผลิตและแปรรูปอาหาร, ทำความสะอาดอาคาร ฯลฯ
โดยวีซ่านี้สามารถดำเนินการไปทำงานในญี่ปุ่นได้โดยผ่าน 3 ช่องทางนี้ คือ
1) ผ่านโครงการของรัฐ IM JAPAN
2) ผ่านบริษัทจัดหางานเอกชน ที่มีใบอนุญาตจัดหางานถูกต้องตามกฏหมาย
3) ผ่านบริษัทสาขาในไทย ส่งไปฝึกงานที่บริษัทแม่ในญี่ปุ่น
✍️โดยคุณสมบัติทั่วไปสำหรับผู้ที่จะสมัครไปทำงานในวีซ่าผู้ฝึกงานฯ นั้น มีดังนี้
1) ไม่จำกัดเพศ
2) อายุ ตั้งแต่ 18-40 ปี (โครงการ IM JAPAN รับอายุไม่เกิน 30 ปี)
3) วุฒิการศึกษา ม. 3 ขึ้นไป
4) มีความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นระดับพื้นฐาน
(การเรียนภาษาญี่ปุ่น จะเรียนก่อนหรือหลังผ่านสัมภาษณ์ ขึ้นอยู่แต่ละบริษัทจัดหางาน ซึ่งใบประกาศนียบัตรจำเป็นในขั้นตอนการยื่นต่อกระทรวงแรงงานเพื่อขออนุญาตไปทำงานประเทศญี่ปุ่น)
5) เงื่อนไขอื่นๆ (ที่นายจ้างกำหนด เช่น ประสบการณ์ด้านงานนั้นๆ เป็นต้น)
**สามารถหาข้อมูลและสมัครกับแต่ละบริษัทหรือโครงการรัฐ IM JAPAN ได้โดยตรง**
📌3) วีซ่าทักษะเฉพาะทาง (Specified Skilled Worker・特定技能ビザ)
วีซ่าทักษะเฉพาะทาง (หมายเลข 1 และ 2) หรือ เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่น ว่า 特定技能ビザ (Tokutei Ginou Visa) เป็นวีซ่าที่ทางกฏหมายของญี่ปุ่นเพิ่มเข้ามา ในปี 2019 เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างหนักในประเทศญี่ปุ่น โดยประเภทและสาขางานของวีซ่านี้ จะมีความคล้ายคลึงกับวีซ่าผู้ฝึกงานด้านเทคนิค (12 สาขา) วีซ่าแรงงานทักษะเฉพาะทาง หมายเลข 1 สามารถต่อสัญญาสูงสุด 5 ปี (ต้องต่อสัญญาและขอวีซ่าทุกๆ 1 ปี) ซึ่งวีซ่าชนิดนี้ ก็คือ วีซ่าทำงาน แต่จะมีข้อจำกัดในเรื่องของระยะสัญญาและระยะเวลาในการพำนักในญี่ปุ่น
✍️คุณสมบัติของผู้ที่จะสมัครไปทำงานในวีซ่าทักษะเฉพาะทางได้ มีดังนี้
1) เคยเป็นผู้ฝึกงานด้านเทคนิคครบระยะสัญญา 3 หรือ 5 ปี ในสาขางานที่สมัคร
2) มีผลสอบทักษะเฉพาะทาง ระดับ 3 (随時3級技能検定)หรือผลสอบทักษะในสาขางานที่สมัคร
3) เอกสารการประเมินจากนายจ้างเดิม (評価調書) ในกรณีที่ไม่มีผลสอบในข้อ 2) หรือสอบไม่ผ่าน
4) มีความสามารถทางภาษาญี่ปุ่น (JLPT/JFT) ระดับพื้นฐานขึ้นไป
5) หากใม่เคยไปทำงานในวีซ่าผู้ฝึกงานฯ มาก่อน จำเป็นต้องมี JLPT N4 หรือ JFT-Basic
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คงจะพอจำแนกและพิจารณาได้แล้วว่า วีซ่าใดมีความใกล้เคียงกับคุณสมบัติของตัวเองมากที่สุด หรือมีความสนใจในวีซ่าใดกันบ้าง อย่าลืมหาข้อมูลเพิ่มเติมและเช็คให้ดี เพื่อป้องกันการถูกหลอกจากมิจฉาชีพกันนะคะ
#รู้ไว้ก่อนไปทำงานญี่ปุ่น