Pop Happy Life AIA Life Advisor

"Happy Life เริ่มต้นจากการวางแผนที่ดี ♥️"

• วางแผนสุขภาพ • การออม • ลดหย่อนภาษี
📩 ปรึกษาฟรี พร้อมดูแลก่อนและหลังการขาย ส่งสินค้าฟรี

21/08/2026

ทำประกันสุขภาพตอน 20+ กับ 30+ ต่างกันอย่างไร?
อายุที่ต่างกันเพียงไม่กี่ปี อาจทำให้การวางแผนประกันสุขภาพแตกต่างกัน ทั้งเรื่องเบี้ยประกัน การพิจารณาสุขภาพ และความเสี่ยงด้านสุขภาพ ยิ่งเริ่มวางแผนเร็ว ก็ยิ่งมีทางเลือกในการวางแผนความคุ้มครองมากขึ้นครับ
1. เบี้ยประกัน
20+ — เบี้ยมักเริ่มต้นถูกกว่า เพราะอายุยังน้อย
30+ — เบี้ยมีแนวโน้มสูงขึ้นตามอายุ
2. การพิจารณาสุขภาพ
20+ — โดยทั่วไปมีโอกาสผ่านการพิจารณาได้ง่ายกว่า
30+ — อาจมีประวัติสุขภาพให้ต้องพิจารณามากขึ้น
3. โอกาสพบโรค
20+ — ความเสี่ยงโรคเรื้อรังโดยรวมยังค่อนข้างต่ำ
30+ — ความเสี่ยงด้านสุขภาพเริ่มเพิ่มขึ้นตามวัย
4. ระยะเวลาคุ้มครอง
20+ — เริ่มทำเร็ว มีโอกาสสะสมความคุ้มครองได้ยาวกว่า
30+ — ยังทำได้ แต่ควรรีบวางแผนก่อนมีปัญหาสุขภาพ
5. ความคุ้มค่าในระยะยาว
20+ — จ่ายเบี้ยในช่วงที่สุขภาพยังดี และล็อกแผนได้เร็ว
30+ — อาจต้องจ่ายเบี้ยสูงขึ้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงค่ารักษาในอนาคตได้
ถ้าบทความนี้มีประโยชน์ พิมพ์ “มีประโยชน์”
เพื่อให้ทีมงานทราบและสร้างบทความดี ๆ แบบนี้มาแบ่งปันอีกครับ
______
สนับสนุนเพจเพื่อให้ทีมงานมีกำลังใจทำเพจต่อไป วันละ 1 บาท (รายเดือน 35)
https://www.facebook.com/moneyinsurethailand/subscribe/
#ออมเงินและประกันชีวิต

อยากให้ทุกคนตระหนักถึงสิ่งผิดปกติในร่างกายของตัวเอง สังเกตุตัวเอง ไม่มองข้ามสิ่งเล็กน้อยที่เกิดขึ้นกันนะคะ เมื่อเรารู้ทั...
21/08/2026

อยากให้ทุกคนตระหนักถึงสิ่งผิดปกติในร่างกายของตัวเอง สังเกตุตัวเอง ไม่มองข้ามสิ่งเล็กน้อยที่เกิดขึ้นกันนะคะ เมื่อเรารู้ทันก็เข้าถึงการรักษาได้ทัน 🤍

“คนที่มีสัญญาณเตือน เช่น ปวดศีรษะ ตาพร่า ภาพซ้อน เดินทรงตัวไม่ดี (โดยไม่ได้เกิดจากสายตา) รวมถึง คนที่มีประวัติครอบครัวเสียชีวิตกะทันหันหรือมีโรคสมองและหัวใจ ตลอดจนคนที่อดนอน เครียดสะสม หรือนอนกรน กลุ่มนี้ควรตรวจเชิงลึกที่มากกว่าการเช็กอัปปกติ”
— น.อ.นพ.อุดม สุทธิพนไพศาล ร.น. แพทย์เฉพาะทางด้านประสาทวิทยาโรคหลอดเลือดสมอง และรังสีร่วมรักษาระบบประสาท รพ.เมดพาร์ค ได้ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” เกี่ยวกับประเด็น 'สโตรกเงียบ' เส้นเลือดตีบ อาการอาจแสดงไม่ชัด ไม่รู้ว่าเสี่ยง แต่มี 'รอยโรค'
อ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์: https://www.bangkokbiznews.com/health/well-being/1248307
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจHealth

ทำประกันตอนสุขภาพยังดี ดีที่สุดดดด
16/08/2026

ทำประกันตอนสุขภาพยังดี ดีที่สุดดดด

ทำประกันปุ๊บคุ้มครองปั๊บ อีนั่นคือ ประกันรถครับแม่

ถ้าจะประกันกี ต้องพ้นระยะรอคอยก่อน จึงจะแคมได้

”ครบ 7วัน หรือ 100วัน อันนี้แล้วแต่พระ“

ทำประกันปุ๊บ เดินสับสับ ไปตรวจสุขภาพปั๊บ

นางกรี๊ดลั่น เพราะเจอเนื้องอกฉ่ำ

แล้วจะมา เบิกประกันทันทีให้ได้ … ใครบอกพวกแก

AIA SMART NETWORK กำลังขยายทางเลือกในการเข้าถึงบริการรักษาพยาบาล นอกจากโรงพยาบาลเอกชนในเครือข่ายกว่า 800 แห่งแล้ว ยังมีโ...
15/08/2026

AIA SMART NETWORK กำลังขยายทางเลือกในการเข้าถึงบริการรักษาพยาบาล นอกจากโรงพยาบาลเอกชนในเครือข่ายกว่า 800 แห่งแล้ว ยังมีโรงพยาบาลรัฐที่เข้าร่วมโครงการอีกด้วย

ทำให้ลูกค้ามีทางเลือกในการรักษามากขึ้น
โดยเฉพาะโรงพยาบาลรัฐที่มีแพทย์เฉพาะทาง และเป็นโรงพยาบาลศูนย์ในหลายจังหวัด

สนใจปรึกษาทักป๊อปได้เลยน้า ❤️

AIA Smart Network เบิกเคลมผ่าน iClaim นำร่องรพ.รัฐ 10 แห่ง
------------
AIA Smart Network ขยายความร่วมมือด้านการดูแลสุขภาพ สู่ รพ.รัฐ ครั้งแรก นำร่อง 10 แห่ง เพิ่มทางเลือกให้ผู้เอาประกันภัย หนุนนโยบาย Premium Clinic
เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2569 นพ.สมสกุล ศรีพิสุทธิ์ ผู้อำนวยการแพทย์ฝ่ายบริหารจัดการด้านสุขภาพ เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า AIA Smart Network หรือ เครือข่ายสถานพยาบาลอัจฉริยะที่พัฒนาระบบการให้บริการร่วมกับโรงพยาบาล เพื่อยกระดับประสบการณ์การรักษาของผู้ประกันภัย ตั้งแต่การเข้ารับบริการ การประสานงานด้านสิทธิประกันสุขภาพ การเคลมแบบไม่ต้องสำรองจ่ายผ่านระบบเบิกเคลมประกันสุขภาพดิจิทัล (iClaim)
ซึ่งช่วยเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างโรงพยาบาลและบริษัทประกันภัยให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ ภายใต้เงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์กำหนด ไปจนถึงการบริหารจัดการค่ารักษาพยาบาลอย่างเหมาะสม โดยมีเป้าหมายให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่มีคุณภาพ สะดวก รวดเร็ว และลดภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากการรักษา
การขยายเครือข่ายมายังโรงพยาบาลภาครัฐในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลรัฐ ภายใต้กระทรวงสาธารณสุข ที่จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงบริการสุขภาพให้กับประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีประกันสุขภาพของเอไอเอ ซึ่งสามารถใช้สิทธิรักษาในโรงพยาบาลรัฐที่เข้าร่วมโครงการได้ง่ายยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลรัฐยังได้รับประโยชน์จากการมีช่องรับรองผู้ป่วยประกันสุขภาพที่เชื่อมต่อผ่านระบบเบิกเคลมประกันสุขภาพดิจิทัล (iClaim) ซึ่งช่วยบริหารจัดการสิทธิ การตรวจสอบความคุ้มครอง และการเคลมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดภาระงานด้านเอกสาร เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และสร้างรายได้เพิ่มเติม เพื่อนำกลับไปพัฒนาคุณภาพบริการทางการแพทย์
โครงการดังกล่าว เหมาะสำหรับผู้มีประกันสุขภาพของเอไอเอ ที่ต้องการเข้ารับบริการในโรงพยาบาลรัฐที่มีศักยภาพและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัดหรือผู้ที่ต้องการใช้บริการโรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลทั่วไปที่เป็นหน่วยบริการหลักของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทางและเครื่องมือทางการแพทย์ที่ครบครัน
สำหรับในเฟสแรก เอไอเอได้ร่วมกับโรงพยาบาลภาครัฐจำนวนกว่า 10 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต, โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์, โรงพยาบาลราชบุรี, โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า, โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา, โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก, โรงพยาบาลหนองคาย, โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ, โรงพยาบาลกระทุ่มแบน และโรงพยาบาลบ้านฉาง เพื่อขยายการเข้าถึงบริการสุขภาพสำหรับผู้ถือประกันสุขภาพเอกชน ควบคู่กับการสนับสนุนศักยภาพของโรงพยาบาลรัฐในการให้บริการประชาชนได้อย่างครอบคลุมและยั่งยืน
ความร่วมมือดังกล่าวยังสอดคล้องกับนโยบาย Premium Clinic ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งปัจจุบันมี 33 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงบริการแพทย์เฉพาะทาง รองรับผู้ถือประกันสุขภาพเอกชน ผู้มีกำลังชำระ รวมถึงชาวต่างชาติ โดยผู้เอาประกันสามารถใช้สิทธิรักษาได้โดยไม่ต้องสำรองจ่าย พร้อมสนับสนุนให้โรงพยาบาลรัฐมีรายได้กลับมาพัฒนาศักยภาพและยกระดับคุณภาพบริการแก่ประชาชน
การขยาย AIA Smart Network สู่โรงพยาบาลรัฐ ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงบริการสุขภาพแก่ผู้เอาประกันภัย สะท้อนแนวทางความร่วมมือ ระหว่างโรงพยาบาลรัฐ ในการยกระดับระบบบริการสุขภาพของประเทศ สร้างความยั่งยืนให้กับโรงพยาบาล และสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง
อ่านข่าวในคอมเมนต์

#ประกันภัยสุขภาพ

15/08/2026

“ประกันโรคร้ายแรง” ไม่ได้มีไว้แค่ตอนเจอโรค
แต่มีไว้เพื่อช่วยให้เรายังมี “เงินก้อน” รองรับชีวิต ในวันที่อะไร ๆ ไม่เป็นไปตามแผน
ถ้าใครกำลังมองหาประกันโรคร้ายแรง ลองทำความเข้าใจ 7 เรื่องนี้ก่อนตัดสินใจ 👇

อย่าเห็นความสำคัญของประกันในวันที่สายไปนะคะ วางแผนให้กับตัวเองในวันที่สุขภาพดี ดีที่สุดนะคะ ♥️
09/08/2026

อย่าเห็นความสำคัญของประกันในวันที่สายไปนะคะ วางแผนให้กับตัวเองในวันที่สุขภาพดี ดีที่สุดนะคะ ♥️

เมื่อผมกลัวเป็นโรคร้ายเลยซื้อประกันสุขภาพเพิ่ม วงเงินรักษา 15 ล้านบาท
(ผมไม่ได้ขายประกัน แต่มาแชร์ประสบการณ์)

ปกติผมมีประกันตัวนึงอยู่แล้ว ทำมาหลายปีตั้งแต่อายุ 29-30 ตอนนี้ก็ผ่านมา 16 ปี แต่วงเงินมันน้อยเนื่องจากตอนนั้นผมอ้วนหนัก 120 โล หาประกันทำให้ไม่ได้

เผอิญมีเจ้านึงรับ ผมก็ทำ เป็นเบี้ยประกันจ่ายทิ้งปีละ 16000 แต่วงเงินรักษาน้อย

มาปีนี้เข้าสู่อายุ 45 และคนรอบตัวป่วย มีคนรู้จักรุ่นเดียวกันเป็นมะเร็ง โดนค่ารักษาไป 10 กว่าล้าน ผ่าไป 3 ทีก็ไม่หาย สุดท้ายก็🥲

มีรุ่นน้องเป็นมะเร็ง ค่ารักษาก็ ล้าน แต่ก็หายแล้ว

ล่าสุดคนในครอบครัว มีเนื้องอกในสมอง แต่ไม่ใช่เนื้อร้าย หมอนัดผ่า รพ ศิริราชปิยะการุณเดือน 9 ก็น่าจะหายดี แต่ค่ารักษาประเมินแล้วค่ารักษารวมทั้งหมดก็น่าจะล้านกว่าบาท เผอิญอายุ 75 ประกันทำมาหลายสิบปี ไม่เคยเคลม แต่พอไม่ต่อประกันเท่านั้นแหละ ของมาเลย แต่ไม่มีปัญหา พร้อมจ่ายกี่ล้านก็ต้องจ่าย ขอแค่รักษาหาย

ผมก็กลับมาคิด ประกันสุขภาพที่คือของที่ต้องมีสำหรับคนอายุ 40+ ที่ยังมีสุขภาพดีอยู่จริงๆนะครับ

ผมเลยไปลดความอ้วนมาหลายปีและทำประกันสุขภาพค่ารักษา 15 ล้าน จ่ายเป็นเบี้ยทิ้งปีละ 28000 บาท
ไปตรวจสุขภาพ หัวใจ ปอดตับไต ไขมันในเลือด เบาหวาน ไม่มีอะไร ปกติทุกอย่าง

ประกันรับเรียบร้อย

ตกเดือนละ 2500 บาท

และอายุ 46-56 เบี้ยจะเพิ่มเป็น 33000

อายุ 56-66 เบี้ยจะเกือบ 40000

อายุ 66-76 เบี้ยก็จะมากกว่า 40000

ถ้ามานั่งคำนวนแล้ว ตลอด 30 ปีต่อจากนี้ผมจะต้องจ่ายปีละ 40000 แบบคร่าวๆ

จนถึงอายุ 76 ผมจะต้องจ่ายเบี้ยประกันทิ้งไปประมาณ 1- 1.2 ล้านบาท

แต่ผมว่าคุ้ม ….เพราะผมคิดว่า ถ้าเกิดผมเจอแจคพอต เป็นโรคร้ายเช่น มะเร็ง หัวใจ หรืออะไรก็ตาม ผมก็ไม่ต้องกันเงินส่วนค่ารักษาไว้ เพราะผมมีประกันวงเงิน 15 ล้านกันไว้แล้ว

ไม่งั้นถ้าแจคพอตแตกเป็นโรคร้าย ต้องควักเงินเก็บมาจ่าย

มันเหมือนเอาเงิน 1.2 ล้าน(ทยอยจ่ายเป็นปี) ไปแลกกับ 15 ล้าน ถ้าคุณซวยเป็นโรคร้ายแรงจริงๆ ยิ่งถ้าเป็นโรคเกี่ยวกับสมอง ค่ารักษาโคตรแพงเลยครับ (ประสบการณ์ตรง)

หลายคนเสียดายว่าจ่ายเบี้ยทิ้งไปเฉยๆ 1.2 ล้าน ถ้าไม่เป็นอะไร

ผมว่าถ้าไม่เป็นอะไรก็โคตรโชคดีเลยครับ 1.2 ล้านก็ถือว่าเป็นค่าซื้อดวงเพื่อไม่ให้เป็นอะไร (มันมีมุขตลกว่า ถ้าเราทำประกันแล้ว บริษัทประกันจะเอาชื่อเราไปผูกดวงเพื่อให้แข็งแรง😆😆)

หรือถ้าไม่อยากจ่ายเบี้ยประกันทิ้งก็หาประกันแบบเงินออมและสุขภาพก็ได้นะครับ

ต่อไปค่ารักษาพยาบาลมันน่าจะแพงขึ้นอีกนะครับ เงินเฟ้อมาแรง

หลายคนบอกไปรักษาโรงบาลรัฐก็ได้ 30 บาท

คุณเคยนอน รพ รัฐ ต่างจังหวัดหรือยังครับ แถวบ้านผม คนเฝ้านอนใต้เตียงหลายสิบคน นอนข้างลิฟ โรงบาล หรือนอนใต้ต้นไม้มีมุ้งกาง

คนป่วยนอนแบบรวมกัน กลิ่นนี่สุดจริงๆ

ผมว่าผมไม่ไหวจริงๆ ถ้าผมมีกำลังจ่าย เวลาผมป่วยผมก็ขอนอนรักษาตัวดีดีหน่อยครับ

คนเรายังไงก็ต้องมีเกิด แก่ เจ็บ ตุย เป็นปกติธรรมชาติ

คนเรามันจะถึงคราวต้องตุย ก็เข้าใจ แต่ก่อนตุยขอนอนรักษาตัวดีดีก่อนดีกว่าครับ

นอนในห้องแอร์ห้องเดี่ยว มันดีกว่านอนในห้องรวม มีกลิ่น และอึดอัด จริงๆนะครับ

……

แต่การซื้อประกันก็มีความเสี่ยง ถ้าบริษัทประกันล้ม คนเคลมเยอะเกินกำลัง ก็อาจจะพังได้

เลือกบริษัทประกันดีดีนะครับ

เริ่มวางแผนเร็ว ยิ่งมีเวลาให้เงินเติบโต และช่วยให้อนาคตมั่นคงมากขึ้นนะคะ อย่าลืมคิดถึงวันที่เราแก่ตัวลงด้วยน้า
06/08/2026

เริ่มวางแผนเร็ว ยิ่งมีเวลาให้เงินเติบโต และช่วยให้อนาคตมั่นคงมากขึ้นนะคะ อย่าลืมคิดถึงวันที่เราแก่ตัวลงด้วยน้า

อย่ารอให้ใกล้เกษียณ แล้วค่อยคิดเรื่องเงิน…

“การเกษียณ” อาจดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับหลายคน แต่ความจริงแล้ว การใช้ชีวิตหลังเกษียณไม่ได้เริ่มต้นในวันที่เราหยุดทำงาน หากเริ่มต้นตั้งแต่วันที่เราได้รับรายได้และตัดสินใจว่าจะใช้เงินอย่างไร

ข้อมูลล่าสุดจากกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ระบุว่า ปัจจุบันมีคนไทยวัย 46–60 ปี กว่า 17.3 ล้านคน หรือเกือบ 40% ของแรงงานทั้งประเทศ ที่กำลังเข้าสู่วัยเกษียณในอีก 10–15 ปีข้างหน้า แต่คนจำนวนไม่น้อยกลับมีเงินออมไม่เพียงพอรองรับชีวิตหลังเกษียณ

ยิ่งไปกว่านั้น ค่าครองชีพกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้มีอายุ 46–60 ปี มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 8,362 บาทต่อเดือน ส่วนผู้สูงอายุวัยต้น (61–70 ปี) อยู่ที่ประมาณ 7,603 บาทต่อเดือน และหากเป็นผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยจะสูงถึง 10,087 บาทต่อเดือน เนื่องจากไม่สามารถแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายกับสมาชิกในครอบครัวได้

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ชีวิตหลังเกษียณไม่ได้มีค่าใช้จ่ายต่ำอย่างที่หลายคนเคยคิด และการมีเพียงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากภาครัฐ ซึ่งเริ่มต้นที่ 600 บาทต่อเดือน ย่อมไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต

เริ่มออมช้า...เงินอาจพอใช้เพียงไม่กี่ปี

จากการวิเคราะห์ของ กอช. คนอายุ 46 – 60 ปี มีเงินออมเฉลี่ยประมาณ 4,416 บาทต่อเดือนแต่หากเริ่มออมเมื่ออายุ 46 ปี และออมได้ในระดับค่าเฉลี่ย เงินออมอาจเพียงพอสำหรับใช้ชีวิตหลังเกษียณเพียง 6.6 ปี

เมื่อเทียบกับอายุขัยของคนไทยที่ปัจจุบันอยู่ราว 80–90 ปี จึงสะท้อนว่า หลายคนอาจต้องใช้ชีวิตหลังเกษียณอีกกว่า 20 ปี โดยไม่มีเงินออมเพียงพอรองรับ

คำถามจึงไม่ใช่ว่า เราจะเกษียณเมื่อไร แต่คือ... “เมื่อถึงวันนั้น เราจะมีเงินพอใช้หรือไม่?”

หลายคนตั้งเป้าการออมจากจำนวนเงินที่อยากเก็บ แต่การวางแผนเกษียณที่ดี ควรเริ่มจากการตอบคำถามว่า “ชีวิตหลังเกษียณต้องใช้เงินเท่าไร” แล้วจึงย้อนกลับมาวางแผนว่าจะต้องออมเดือนละเท่าไรจึงจะไปถึงเป้าหมายนั้น

การวางแผนเกษียณไม่ใช่เรื่องซับซ้อน หากเริ่มต้นจากการลงมือทำดังนี้

1.ประเมินค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ
หลายคนใช้ค่าใช้จ่ายในปัจจุบันเป็นตัวตั้ง แต่สิ่งที่มักถูกลืมคือ “เงินเฟ้อ”

ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล ค่าสาธารณูปโภค และค่าครองชีพในอีก 20–30 ปีข้างหน้า อาจเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า จึงควรปรับประมาณการค่าใช้จ่ายให้สะท้อนมูลค่าเงินในอนาคตก่อนนำมาวางแผน

2. ประเมินรายได้หลังเกษียณ
• รวบรวมรายได้ที่คาดว่าจะได้รับเมื่อหยุดทำงาน เช่น
• เงินบำนาญจากประกันสังคม
• บำนาญข้าราชการ
• ประกันบำนาญ
• เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
• รายได้จากค่าเช่า
• เงินปันผลหรือดอกเบี้ย
• รายได้จากการทำงานหลังเกษียณ

เมื่อรวมรายได้ทั้งหมดแล้ว จะทำให้เห็นว่าแต่ละเดือนเราจะมีเงินเข้ามาเท่าใด

3. หาช่องว่างทางการเงิน
เมื่อรู้ทั้งรายได้และค่าใช้จ่าย ให้นำค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ ลบด้วยรายได้ที่จะได้รับ
ตัวเลขที่เหลือ คือ “ส่วนขาดรายเดือน” ที่เราต้องเตรียมเงินออมมารองรับ

นี่คือเหตุผลที่หลายคนคิดว่ามีเงินบำนาญหรือประกันสังคมแล้วน่าจะเพียงพอ แต่เมื่อคำนวณจริงกลับพบว่ายังมีช่องว่างอีกมาก

4. คำนวณเงินก้อนที่ต้องมี ณ วันเกษียณ
เมื่อทราบส่วนขาดรายเดือนแล้ว จึงคำนวณเป็นเงินก้อนที่ต้องเตรียมไว้สำหรับใช้ชีวิตหลังเกษียณ

โดยใช้หลักการนำ “ส่วนขาดรายเดือน × 240 เดือน (ประมาณ 20 ปีหลังเกษียณ)” เพื่อประมาณเงินก้อนเป้าหมาย

เมื่อเห็นตัวเลขเป้าหมายที่ชัดเจน เราจะรู้ว่าต้องออมและลงทุนเพิ่มอีกเท่าไร

5. ตรวจสอบเงินสะสมที่มีอยู่ และวางแผนสะสมเพิ่ม
หลังจากรู้เป้าหมายแล้ว ให้รวบรวมสินทรัพย์และเงินออมที่มีอยู่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น

• เงินฝาก / สลากออมสิน / สลากออมทรัพย์
• พันธบัตร / หุ้นกู้ / กองทุนรวม / หุ้นสามัญ / หุ้นสหกรณ์
• ประกันชีวิต / ทรัพย์สินที่แปลงเป็นเงินสดได้
• เงินชดเชยกรณีเลิกจ้าง
• บำเหน็จชราภาพประกันสังคม
• กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) / กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)

จากนั้นจึงประเมินว่ายังขาดอีกเท่าไร หากพบว่าเงินออมยังไม่เพียงพอ ก็สามารถเลือกใช้เครื่องมือออมและลงทุนที่เหมาะกับตนเอง เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / กบข. / กองทุนการออมแห่งชาติ / RMF หรือประกันบำนาญ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสให้ไปถึงเป้าหมายเกษียณได้เร็วขึ้น
การออมเพื่อเกษียณ...เริ่มวันนี้ ดีกว่ารอพร้อม

หลายคนเลื่อนการออมออกไป เพราะคิดว่ายังมีเวลา แต่สิ่งที่เราไม่สามารถเรียกคืนได้ คือ "เวลา" ยิ่งเริ่มออมเร็ว เงินก็ยิ่งมีโอกาสเติบโตจากผลตอบแทน และภาระการออมต่อเดือนก็ยิ่งน้อยลง

หากวันนี้คุณยังไม่รู้ว่า ต้องมีเงินเท่าไรในวันเกษียณ หรือรายได้หลังเกษียณจะมาจากไหน ลองใช้เวลาสักครู่สำรวจแผนการเงินของตัวเอง เพราะการรู้ตัวเร็ว ย่อมมีโอกาสแก้ไขได้มากกว่าการรอจนใกล้เกษียณ

อย่ารอให้มีเงินเหลือแล้วค่อยออม แต่ลองเริ่มออมก่อน แล้วค่อยวางแผนใช้เงินกับส่วนที่เหลือ เพราะเงินที่เริ่มออมในวันนี้ อาจเป็นสิ่งที่ทำให้คุณมีอิสระทางการเงินและใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมั่นคงในวันข้างหน้า

#วางแผนเกษียณ #ออมเพื่อเกษียณ #เกษียณอายุ

วัย 30 คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเริ่มวางแผนสุขภาพ 💛เพราะเราไม่มีใครรู้ว่า "โรคร้าย" จะมาเมื่อไหร่ แต่เราสามารถเตรียมคว...
06/08/2026

วัย 30 คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเริ่มวางแผนสุขภาพ 💛

เพราะเราไม่มีใครรู้ว่า "โรคร้าย" จะมาเมื่อไหร่ แต่เราสามารถเตรียมความพร้อมได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้วันนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย และไม่กระทบเงินเก็บของครอบครัว

✨ แนะนำประกันโรคร้ายแรง เลือกได้ตามความต้องการ

✅ AIA CI PLUS 💛 เจอ–จ่าย–จบ • เบี้ยเริ่มต้นเพียงวันละ 10 บาท* • เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มวางแผน งบประมาณไม่สูง

✅ AIA MULTI-PAY CI PLUS 💛 เจอ–จ่าย–หลายจบ • เบี้ยเริ่มต้นเพียงวันละ 16 บาท** • เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองเพิ่มขึ้น รองรับการเคลมได้หลายครั้งตามเงื่อนไขกรมธรรม์

✅ AIA CI ProCare 💛 เจอ–จ่าย–หลายจบ • เบี้ยคงที่ ไม่จ่ายทิ้ง • เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนความคุ้มครองทั้งโรคร้ายแรงและชีวิตแบบครบถ้วน

เพราะการวางแผนตั้งแต่วันนี้ ช่วยให้วันข้างหน้าอุ่นใจมากกว่า เริ่มในวันที่สุขภาพยังแข็งแรง มักมีโอกาสได้รับเบี้ยประกันที่คุ้มค่ากว่า และไม่ต้องเสี่ยงกับการสมัครเมื่อสุขภาพเปลี่ยนแปลง

* คำนวณจากเบี้ยประกันภัยรายปี 3,530 บาท สำหรับเพศหญิง อายุ 31–35 ปี จำนวนเงินเอาประกันภัย 1,000,000 บาท
** คำนวณจากเบี้ยประกันภัยรายปี 5,840 บาท สำหรับเพศหญิง อายุ 31–35 ปี จำนวนเงินเอาประกันภัย 1,000,000 บาท

#ประกันAIA #ประกันโรคร้ายแรง #ประกันสุขภาพ

06/08/2026

✅️✅️

ที่อยู่

Bangkok
10260

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Pop Happy Life โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์