A First Time Mom A First Time Mom เพจเพื่อคุณแม่มือใหม่

คู่มือพ่อแม่มือใหม่ 1 หน้า (คู่มือเลี้ยงลูกสั้นที่สุด เวอร์ชั่น 15 ข้อ)1.พ่อแม่ช่วยกัน พูดตรงกัน อะไรๆจะง่ายขึ้นมาก2.ปู่...
26/07/2022

คู่มือพ่อแม่มือใหม่ 1 หน้า
(คู่มือเลี้ยงลูกสั้นที่สุด เวอร์ชั่น 15 ข้อ)

1.พ่อแม่ช่วยกัน พูดตรงกัน อะไรๆจะง่ายขึ้นมาก
2.ปู่ย่าตายายจะกรุณาเป็นผู้ช่วย อะไรๆจะยิ่งง่ายขึ้นมาก พยายามไม่ขัดพ่อแม่ต่อหน้าหลาน
3.นมแม่ให้ได้นานที่สุด ไม่มีคำว่านานเกินไป
4.ขวบปีแรก อุ้มได้มากที่สุด ไม่มีคำว่ามากเกินไป
5.เมื่อ 1-2 ขวบ ให้กินด้วยตนเองในเวลา 30 นาที ไม่ป้อน ไม่เดินตามป้อน และไม่ใช้อะไรล่อทั้งนั้น ครบ 30 นาทีคือเก็บ สบายๆ ชิวๆ ยิ้มไว้ ไม่ดุ แต่จะไม่มีอะไรให้กินอีกจนกว่าจะถึงมื้อถัดไปนะคร้า😊
6.ไม่ให้ดูหน้าจอก่อน 2 ขวบ
7.อ่านนิทานก่อนนอนทุกคืน หรือเวลาที่สะดวกทุกวัน
8.เข้าบ้านคือวางงาน อาบน้ำ เล่นกับลูก ลูกหลับค่อยเป็นส่วนตัว ปิคนิค กุ๊กกิ๊กหรือทำงาน (ควรฝึกนิสัยอาบน้ำก่อนพบลูก เชื้อโรคเต็มตัวอยากลองดีก็ลอง แล้วมาบ่นว่าลูกป่วยบ่อย)
9.เสาร์อาทิตย์ พาไปสถานที่โล่งกว้าง ไร้ข้อห้ามและกฎระเบียบบ้าง ให้เขาเดิน วิ่ง สำรวจ โดยเราไม่ห้ามอะไรเลย กล้ามเนื้อยิ่งโตเร็วความดื้อยิ่งลดลง
10.ลงไปเล่นด้วยกันมากที่สุด คำสำคัญคือ “ลงไป” เล่นด้วยกัน
11.เมื่อเดินได้และนิ้วมือพอใช้การได้ ชวนทำงานบ้าน ทำด้วยกัน และจ่ายงานเมื่อโตขึ้น
12.ชอบอะไร ชม
ไม่ชอบอะไร ไทมเอาท์
ทำผิดเห็นๆ ทำโทษ
ชมให้มากกว่าติในทุกๆวัน เด็กจึงจะไปข้างหน้า ติมากกว่าชมในทุกๆวัน เด็กจะดึ้งๆและถอยหลัง
13.ข้อห้าม 3 ข้อ ห้ามทำร้ายคน ห้ามทำลายข้าวของ ห้ามทำร้ายตนเอง จัดการให้ได้ตั้งแต่แรก
14.หากต้องไป รร เลือกที่เอาแต่เล่น ไม่จำเป็นไม่ต้องเรียนจริงจังจนกว่าจะ ป1 เด็กที่สนุกกับปฐมวัยมากพอ จะอยากอ่าน เขียน เรียนเลขมากกว่าเมื่อถึงเวลาของเขา
15.พ่อแม่รักกัน คือดีที่สุด
หากไม่ช่วยกัน มนุษย์คนเดียวก็พอสำหรับลูก อย่าคาดหวังใครมาช่วย จะเหนื่อยหนักกว่าเดิมและเสียแรงไปเปล่าๆเสียมาก
ตั้งใจทำคนเดียว หนึ่งวันมี 24 ชม ทำไป 10 ปี แล้วจะชื่นใจ

กาแฟดำเพิ่มพลัง
และออกกำลังกายลดสติแตก ช่วยได้มาก

ความสนใจ 🆚 การตามใจ
20/06/2022

ความสนใจ 🆚 การตามใจ

“ลูกต้องการความสนใจ ไม่ใช่การตามใจ”
การให้ความสนใจกับลูกคือการให้การจดจ่อ และมีปฏิสัมพันธ์กับลูกตลอดช่วงเวลาที่อยู่กับเขา โดยไม่ให้สิ่งอื่นมารบกวนความสนใจของเราไปจากลูก ช่วงเวลานั้นไม่ว่าจะสั้นหรือยาวเราพร้อมจะวางทุกอย่างเพื่อมอบสายตา ตัว และหัวใจให้กับเขา
ในขณะที่การตามใจลูกคือการมอบสิ่งที่ลูกต้องการให้กับเขาโดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสม ความจำเป็น และความถูกต้อง เพราะเรามุ่งเพียงทำให้ลูกรู้สึกพึงพอใจเหนือสิ่งอื่นใด ช่วงเวลานั้นอาจจะไม่ได้รับฟังเสียงภายในของลูกว่าแท้จริงเขาต้องการอะไร เพราะเราได้ยินเพียงเสียงภายนอกที่ลูกพูด และพฤติกรรมที่เขาแสดงออกมาเท่านั้น
***
“ความสนใจ” จึงแตกต่างจาก “การตามใจ”
(1) ความรัก
“ความสนใจ” เราให้เพราะเรารักลูก แต่ลูกจะรักเราไหมนั้นไม่ใช่เรื่องที่เรากังวล
“การตามใจ” เราให้เพราะเรารักลูก และเราอยากให้ลูกรักเราด้วย (เรากลัวว่าลูกจะไม่รักเรา หากเราขัดใจเขา)
(2) สิ่งที่มอบให้
“ความสนใจ” เราให้เวลากับลูก และใช้เวลาเหล่านั้นเพื่อเขา ลูกจึงมองเห็นคุณค่าของคนและเวลา
“การตามใจ” เราให้ในสิ่งที่ลูกต้องการ แต่บางครั้งเราไม่มีเวลาให้ และเลือกที่จะให้ในสิ่งที่เรามอบให้ได้ เช่น ของเล่น เสื้อผ้า เงินทอง ทดแทนเวลาที่ให้เขาไม่ได้
(3) การควบคุม
“ความสนใจ” เราและลูกต่างเคารพซึ่งกันและกัน เราอยู่เคียงข้างกัน กติกาควบคุมเรา พ่อแม่ไม่กลัวที่จะสอนวินัยหรือสิ่งที่จำเป็นให้ลูก เมื่อลูกออกไปสู่สังคม เขาเข้าใจได้ว่าโลกไม่ได้หมุนรอบตัวเขา
“การตามใจ” เราให้ลูกเหนือกว่าเรา ลูกควบคุมเรา พ่อแม่กลัวที่จะสอนสิ่งสำคัญให้เขา เพราะกลัวขัดใจลูก เมื่อลูกออกไปสู่ภายนอกเขาจะสับสนหรือสงสัยว่าทำไมทุกอย่างไม่เป็นดังใจเลย
(4) ความสัมพันธ์
“ความสนใจ” ทำให้เรามีความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นกับลูก เพราะเรายอมรับในกันและกัน เรากล้ายืนหยัดในสิ่งที่เราจำเป็นต้องสอน และขัดใจเขา หากสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นและถูกต้อง
“การตามใจ” ทำให้เรามีความสัมพันธ์ที่เปราะบางกับลูก เพราะเรามักกังวลว่าถ้าขัดใจลูกจะทำให้เขาไม่รักเรา
(5) การรู้จักตัวเอง
“ความสนใจ” ทำให้ลูกได้รับการยอมรับตัวเอง และลูกให้การยอมรับพ่อแม่ เราได้รู้จักลูกของเราและลูกได้รู้จักตัวเองจากการได้ลองทำสิ่งต่างๆ โดยมีพ่อแม่เคียงข้างและสนับสนุน และลูกได้รู้จักพ่อแม่ของเขาด้วย
นอกจากนี้เวลาที่ลูกเกิดอารมณ์ทางลบ พ่อแม่จะให้ความสนใจกับการเคียงข้างและเผชิญไปกับลูก ทำให้ลูกได้เรียนรู้การจัดการอารมณ์ด้วยตัวเอง
“การตามใจ” พ่อแม่ยอมรับให้เขาทำสิ่งใดก็ได้ หรือ จะไม่ทำก็ได้ แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งใดที่เขาทำได้ดีหรือทำได้หรือไม่ และเขาทำได้มากที่สุดเท่าไหร่ เขาไม่มีโอกาสได้ลองเลย
เมื่อลูกเกิดอารมณ์ทางลบ พ่อแม่จะรีบเข้ามาแทรกแซงและจัดการบางสิ่งเพื่อให้ลูกรู้สึกดีให้เร็วที่สุด ทำให้ลูกขาดโอกาสได้รู้จักการจัดการอารมณ์ด้วยตัวเอง
(6) การเติมเต็ม
“ความสนใจ” ทำให้เด็กได้รับการเติมเต็มจากภายใน เช่น การได้รับการยอมรับ การเคียงข้าง การมีอยู่จริงของตัวเองและพ่อแม่
“การตามใจ” ทำให้เด็กได้รับการเติมเต็มจากภายนอก เช่น การได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่บางครั้งก็ไม่เพียงพอ เพราะภายในเขายังไม่ได้รับการเติมเต็ม
(7) ช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกัน
“ความสนใจ” ทำให้ช่วงเวลาระหว่างเรากับลูกได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน
“การตามใจ” ทำให้ช่วงเวลาระหว่างเรากับลูกมีเพียงสิ่งที่ลูกต้องการเท่านั้น
(8.) คุณค่าภายในตัวเอง
“ความสนใจ” ทำให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและเป็นที่ยอมรับจากพ่อแม่
“การตามใจ” ทำให้ลูกรู้สึกว่าตัวเอง(อยาก)เป็นคนสำคัญ แต่บางครั้งเขากลับไม่สำคัญ เพราะพ่อแม่ไม่สามารถทำให้เขาได้ทุกอย่างที่เขาต้องการได้ หรือ คนอื่นไม่ได้ทำเช่นเดียวกับพ่อแม่ของเขา
(9.) การมองเห็นตัวเองและผู้อื่น
“ความสนใจ” สร้างเด็กที่เห็นอกเห็นใจคนอื่น และยอมรับในความแตกต่างหลากหลาย เมื่อเด็กให้และรับเป็นจึงรักตัวเองและผู้อื่นเป็น
“การตามใจ” สร้างเด็กที่เห็นเพียงตัวเขาเอง และไม่ยอมรับในสิ่งที่ไม่ตรงกับใจตนเอง
(10.) การเติบโตเข้าสู่สังคม
“ความสนใจ” ช่วยให้เด็กเติบโตเป็นคนที่เรียนรู้ปรับตัวได้ดีทำให้เขาสุขง่าย ทุกข์ยาก
“การตามใจ” แม้จะช่วยให้เด็กได้ในสิ่งที่เขาต้องการ แต่บางครั้งสิ่งที่เขาต้องการอาจจะไม่ใช่สิ่งของ แต่คือเวลาและการยอมรับจากพ่อแม่ซึ่งต้องเติมเต็มจากภายใน ดังนั้นเมื่อข้างในยังกลวงโบ๋ แม้จะอยู่ท่ามกลางสิ่งที่เขาชอบมากมาย แต่ก็ไม่เพียงพอจะทำให้เขารู้สึกดีกับตัวเอง สุดท้ายแม้จะดูเป็นเด็กที่น่าอิจฉาของเพื่อน เพราะเขามีสิ่งต่างๆ เพียบพร้อม แต่ตัวเขาอาจจะไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น
***
การตามใจนั้นทำได้ง่าย และใครๆ ก็สามารถทำเช่นนั้นกับเด็กคนหนึ่งได้ แต่ความสนใจนั้นเป็นสิ่งที่พิเศษมากๆ เพราะมีเพียงคนที่รักเด็กคนนั้นจริงๆ จึงจะมอบให้เขาได้อย่างจริงใจ
แท้จริงแล้วลูกต้องการความสนใจจากพ่อแม่ ไม่ใช่การตามใจ
แต่เราต้องสละเวลาและวางทุกอย่างลงเพื่อมอบความสนใจให้กับเขา
เด็กบางคนมาหานักจิตวิทยาเพียงเพราะเขามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมที่โรงเรียน เมื่อมองลึกไปที่รากของปัญหาของพฤติกรรมเหล่านั้น เขาเพียงต้องการความสนใจจากพ่อแม่ที่เขารักเท่านั้นเอง ถ้าเขาได้อย่างเพียงพอก็ไม่จำเป็นต้องเรียกร้องความสนใจนั้นจากใครอื่น
ด้วยรักจากใจ
เม
เพจตามใจนักจิตวิทยา

เลี้ยงลูก ต้อง "ตอบสนอง" ไม่ใช่ "ตอบโต้"ให้หยุดยั้งการพูดหรือทำสัก 1-2 นาทีเพื่อ...- ฝึกหายใจเข้า-ออกช้าๆ - ยับยั้งอารมณ...
21/03/2021

เลี้ยงลูก ต้อง "ตอบสนอง" ไม่ใช่ "ตอบโต้"
ให้หยุดยั้งการพูดหรือทำสัก 1-2 นาทีเพื่อ...

- ฝึกหายใจเข้า-ออกช้าๆ
- ยับยั้งอารมณ์อยากด่า อยากตีเอาไว้...
- วางอีโก้ที่คิดว่าพ่อแม่ต้องใหญ่กว่าลูกลง
- แล้วคิดถึงผลลัพธ์ดีๆนะคะ

ถ้าคุณช้าลงสัก 1 -2 นาที จะเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ได้🥰
#พ่อแม่ต้องใจเย็น ฝึกทุกๆวันนะคะ

เป็นกำลังใจให้ค่ะ 😍

Cr: หมอเสาวภาเลี้ยงลูกเชิงบวก

 #คุณครอบครองลูกได้กี่ปี?เมื่อลูก 3 ขวบวันที่ลูกไปเรียนเตรียมอนุบาลวันแรก ลูกของคุณสวมชุดนักเรียนได้น่ารักที่สุดเลย เมื่...
21/03/2021

#คุณครอบครองลูกได้กี่ปี?
เมื่อลูก 3 ขวบ
วันที่ลูกไปเรียนเตรียมอนุบาลวันแรก ลูกของคุณสวมชุดนักเรียนได้น่ารักที่สุดเลย เมื่อถึงโรงเรียน ลูกเอาแต่ร้องไห้ ไม่ออมออกจากอกคุณ คุณครูต้องมาอุ้มไป ลูกร้องไห้กรีดร้องเสียงดัง “แม่จ๋า แม่จ๋า!” แม้จะห่วงหาแต่ก็ต้องยอม ลูกห่างจากพ่อแม่เป็นวันแรก วันนั้นทั้งวันคุณเฝ้ารอให้ถึงตอนบ่าย เมื่อไปรับลูกที่โรงเรียน ลูกเห็นหน้าคุณก็รีบวิ่งเข้ามากอด พร้อมกับพูดว่า “แม่จ๋า หนูคิดถึงแม่จ๋าจังเลย” ในเวลานั้น กอดลูกเหมือนกับกอดโลกทั้งใบไว้ในอ้อมแขน
เมื่อลูก 6 ขวบ
ลูกเรียนประถมฯ ลูกเดินเข้าโรงเรียนเองโดยไม่ต้องให้คุณไปส่งถึงห้องเรียน มันช่างเป็นภาพที่น่าจดจำ ลูกของคุณเริ่มโตแล้ว วันนี้ลูกได้เริ่มต้นเปิดบันทึกชีวิตหน้าใหม่ของเขาแล้ว แต่ใครจะคาดคิด นี่เป็นก้าวแรกที่ลูกได้ก้าวเท้าออกจากชีวิตคุณเป็นก้าวแรก เพราะลูกเริ่มชินกับการพรากจากคุณเป็นวันๆแล้ว และลูกก็ชอบไปโรงเรียน นี่เป็นชีวิตที่ลูกชอบ บางครั้งลูกก็บอกกับคุณว่า “แม่ ผมไม่ชอบอยู่บ้านเลย ผมไม่มีเพื่อนเล่น”
เมื่อลูก 12 ขวบ
ลูกเรียนมัธยมต้นแล้ว ลูกบางคนต้องไปโรงเรียนกินนอน ทางทีเป็นเดือนหรือไม่ก็เป็นเทอมถึงจะกลับมาบ้านสักครั้ง เขาไม่ต้องพึ่งคุณอีกต่อไป บางครั้ง เขาก็ชอบจ้องคุณ เวลาที่คุณอยากช่วยทำอะไรให้เขา เชาจะบอกคุณว่า “ไม่ต้องหรอกครับแม่ เดี๋ยวผมทำเอง!”
เมื่อได้ยินประโยคนี้จากปากของลูก คุณรู้สึกว่าคุณเริ่มหมดความสำคัญ หรือว่าลูกไม่ต้องการคุณแล้ว!
เมื่อลูก 18 ปี
ลูกได้จากคุณไปเรียนมหาวิทยาลัย กลับมาเยี่ยมบ้านปีละครั้งสองครั้ง ก่อนหน้าที่พวกเขาจะกลับมาวันสองวัน ตู้เย็นที่บ้านแทบยัดอะไรใส่ไปไม่ได้ คุณเตรียมของที่ลูกชอบไว้เต็มตู้ แต่เมื่อลูกกลับมา เขาก็อยู่กับคุณไม่กี่นาที จากนั้นเขาก็ไปอยู่กับเพื่อนในสมัยเด็กๆ
ในเวลานี้ สิ่งที่พวกคุณกลัวที่จะได้ยินที่สุดก็คือ “แม่ ผมไม่กลับมากินข้าวนะ พ่อกับแม่กินไปเลย”
เมื่อเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว ลูกไปทำงานไกลบ้าน ปีหนึ่งจะกลับมาสักครั้งก็ยากเหลือเกิน
กว่าจะกลับมาได้สักครั้ง อยู่ไม่กี่วันก็ไป
สิ่งที่คุณรอคอยก็คือเสียงโทรศัพท์ หวังว่าปลายสายจะเป็นเสียงของลูก และหวังว่าลูกจะพูดกับคุณว่า “แม่ ผมสบายดี แม่รักษาสุขภาพด้วยนะ!” แค่นี้ คุณก็สุขใจแล้ว
เมื่อลูกแต่งงาน การกลับมาเยี่ยมคุณก็แบ่งกับบ้านแม่ยายครึ่งหนึ่ง การกลับมาเยี่ยมพ่อแม่ก็ลดน้อยลงไปอีก กว่าที่คุณจะชิน คุณสองคนก็กลายเป็นคนแก่เฝ้าบ้าน แต่ว่าตอนนี้ สิ่งที่คุณต้องการได้ยินมากที่สุดจากลูกก็คือ “แม่ครับ ปีใหม่ปีนี้ผมกับบ้านนะ!”
และเมื่อเขามีลูกแล้ว คุณก็ไม่ใช่สมาชิกในบ้านของเขาอีกต่อไป ครอบครัวของเขามี 3 หรือ 4 ชีวิต ไม่มีคุณเป็นส่วนประกอบ และพวกคุณ ก็ค่อยๆชินกับชีวิตแบบนี้แล้ว
ชินกับเมื่อมีเวลาว่าง คุณมักจะเปิดดูอัลบั้มรูปเก่าๆ
ดูรูปครอบครัวของคุณ ครอบครัวที่มีสมาชิกด้วยกัน 3 ชีวิต ไม่ว่าลูกจะไปอยู่ที่ไหน เขาก็ยังคงเป็นสมาชิกในบ้านของเราตลอดไป
ใช่แล้ว! ตอนที่ลูกอยู่ข้างกายเรานั้นเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข แต่บางครั้งที่เราก็มักที่จะบ่น
บ่นว่าเพราะต้องเลี้ยงดูส่งเสียเขาเรียน ต้องเหนื่อยและใช้เงินทองไปแล้วมากมายเท่าไหร่?
แต่ทว่า หากคุณพิจารณาให้ดีๆ
สิบปีให้หลังจากนี้ไป
ต่อให้คุณอยากมีบรรยากาศแบบนี้อีก
คุณก็ยากที่จะมีได้อีก
เพราะลูกโตขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผ่านช่วงนี้ไปแล้ว
เขาก็ไม่ชินกับชีวิตอย่างนี้อีกต่อไป
หลังจากหย่านมลูกแล้ว
คุณมักจะคิดถึงเวลาที่ให้นมลูกใช่หรือไม่?
แต่ว่าตอนนั้น คุณกลับรู้สึกว่ามันเหนื่อย
มันลำบาก มันน่าเบื่อใช่หรือเปล่า?
คุณมักจะยิ้ม เมื่อเห็นภาพถ่าย
ตอนที่ลูกดูดหัวแม่มือของตัวเองใช่หรือไม่?
แต่ตอนนั้น คุณโมโหทุกครั้งที่เห็นลูกดูดมือ
คุณมักจะตีลูก และมักรีบล้างมือลูก
แถมยังบ่นแล้วบ่นอีก ใช่หรือเปล่า?
คุณนึกถึงเสียงออดอ้อนของลูก
ในตอนที่เขาเป็นเด็กๆใช่หรือไม่?
แต่ตอนนั้น คุณมักจะดุลูกว่าทำไมทำตัวเป็นเด็ก
ไม่โตสักทีใช่หรือเปล่า?
คุณนึกถึงวันที่ลูกกอดขาคุณแน่น
ในวันที่เขาไปโรงเรียนใช่หรือไม่?
แต่ว่าตอนนั้น คุณคิดแต่เพียงว่าจะทำยังไง
ให้ลูกไปโรงเรียนแบบไม่งอแงใช่หรือเปล่า?
กาลเวลายากหวนคืน ที่ผ่านไปแล้วมันก็ผ่านเลยไป
เวลาที่ลูกอยู่ข้างกายเป็นเวลาที่มีค่า จงรู้รักษา อย่ารอให้มันผ่านไปแล้วมาเสียดายทีหลัง
Cr. นุสนธิ์บุคส์ โพสโดย น้าหมู โมเดิร์นไนน์ สู้เพื่อแผ่นดินไทยและในหลวง
วันนี้..ถ้าลูกยังคงเรียกร้องน้ำนมแม่ ให้ลูกไปเถอะค่ะ
วันนี้..ถ้าลูกยังคงต้องการกอดของแม่ .. ให้ลูกไปเถอะค่ะ
เพราะวันเวลาผ่านแล้วผ่านเลย
ไม่มีวันหวนกลับคืนมา
เครดิตภาพจากเพจ Beautiful Breastfeeding
....................................

เ ก๋ า นั ก น ะ 😏
21/03/2021

เ ก๋ า นั ก น ะ 😏

จงเป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดในตัวเอง 😉
21/03/2021

จงเป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดในตัวเอง 😉

#เพราะการเป็นพ่อแม่ไม่ใช่การแข่งขัน

การเลี้ยงลูกและการเป็นพ่อแม่นั้นไม่ใช่การแข่งขันเกมส์โชว์ในชีวิตจริงแต่อย่างใด และการเป็นพ่อแม่ที่ดีก็ไม่ได้วัดที่ใครมีลูกที่ฉลาดที่สุด ลูกเรียนโรงเรียนที่ดีกว่า ลูกจ้ำม่ำกว่า ไม่ได้วัดที่ใครมีบ้านสะอาดกว่ากัน แล้วก็ไม่ได้วัดว่าใครมีสต็อกนมมากกว่ากัน

แต่การเป็นพ่อแม่ที่ดี ควรเป็นการเลี้ยงลูกให้เติบโตไปเป็นคนที่ดีที่สุดในเวอร์ชั่นของตัวลูกเอง ในขณะที่เราก็เติบโตไปเป็นพ่อแม่ที่ดีที่สุดในแบบของตัวเราเองเช่นกัน ทุกบ้านนั้นมีวิถีการเลี้ยงลูกในแบบของตนที่ไม่ต้องไปแข่งขันกับใคร

เติบโตไปพร้อมลูก
เติบโตไปพร้อมกัน
เพราะทุกวันมีความหมายเสมอสำหรับเรา
มองคนอื่นน้อยลง มองลูกเรามากขึ้น

It’s your journey with your child ...

#หมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ

ทุกอย่าง... เมื่อพร้อม!ง่ายจริง!
14/01/2021

ทุกอย่าง... เมื่อพร้อม!

ง่ายจริง!

S E N S O R Y    P L A Y  ⭐️พัฒนาประสาทสัมผัสทั้ง 7 ด้วยการเรียนรู้ ผ่านการ “เล่น”ง่ายๆ ได้ทั้งการพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่...
25/11/2020

S E N S O R Y P L A Y ⭐️

พัฒนาประสาทสัมผัสทั้ง 7 ด้วยการเรียนรู้ ผ่านการ “เล่น”

ง่ายๆ ได้ทั้งการพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ กล้ามเนื้อมัดเล็ก การฟัง การได้ยิน การสัมผัสต่างๆ รวมถึงการได้กลิ่น

ครบ!

ประโยชน์เยอะขนาดนี้ ไม่เล่นไม่ได้แล้นนน ❤️

25/11/2020

ชีวิตคู่...

ไม่ว่ามันจะยาก จะร้ายหรือดีแค่ไหน
ถ้ามันยังตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความรัก
เราก็จะมีแรงสู้ และยังจับมือไปด้วยกันได้

มีบางคนคิดว่า การที่ชีวิตคู่ไม่ดี
การมีลูกจะช่วยให้อะไรๆมันดีขึ้นได้

ทั้งๆที่จริงแล้ว การมีลูก ไม่ได้ทำให้ชีวิตคู่ดีขึ้นเสมอไป
ดีไม่ดี อาจจะมีช่วงที่ยากลำบากมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ
เพราะความเครียด ความเหนื่อย ที่ถาโถมเข้ามา
การมีอีก 1 ชีวิตที่ต้องดูแล และรับผิดชอบ
มันคือบททดสอบบทใหญ่ของชีวิตคน 2 คน
ว่าเราจะยังรักและประคับประคองกันไปได้ไหม
ในวันที่อะไรๆก็ไม่ง่ายเลย

การเป็นพ่อและแม่ มันเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่
แต่ในการเป็นพ่อแม่ เราก็ยังเป็นคู่สามีภรรยากันอยู่ด้วย

คงไม่มีข้อกังขาว่าเรารักลูกไหม
แต่ในวันที่เรารักลูกมาก...เรายังรักกันอยู่หรือเปล่า
ก็เป็นคำถามที่ควรใส่ใจ ไม่น้อยไปกว่ากันเลย

Cr: แม่ไหวแหละ
#ชีวิตคู่

❣️
02/11/2020

❣️

24/09/2020

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ A First Time Momผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์