31/08/2024
หยก (Jade) คือชื่อที่ใช้เรียกหินซึ่งเป็นอัญมณีอันล้ำค่าชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะชาวจีนถือว่าหยกเป็นเจ้าแห่งหินมีค่าทั้งมวล
หยก มี 2 ชนิด คือ
1)หยกเจไดต์ (Jadeite) มีองค์ประกอบทางเคมีเป็นโซเดียมอะลูมิเนียมซิลิเกต (NaAl (SiO3)2, Sodium aluminium silicate) มักมีสีเขียวเข้มสดกว่าเนฟไฟรต์ จัดเป็นหยกชนิดคุณภาพดี โดยธรรมชาติมักพบเป็นก้อนเนื้อแน่นประกอบด้วยผลึกขนาดเล็กอยู่รวมกัน มีความวาวตั้งแต่แบบแก้วจนถึงแบบน้ำมัน หยกเจไดต์มีความแข็ง 6.5-7 โมล์ มีสีในเนื้อเฉพาะตัว และไม่สม่ำเสมอ มีสีเข้มและจางของแต่ละผลึกรวมกันอยู่ พบว่าเกิดอยู่ในหินเซอร์เพนทีน ที่ได้จากการแปรสภาพของหินอัคนีชนิดที่มีแร่ดอลีวีนอยู่มาก หรือมีโซเดียมอยู่มาก
2)หยกเนฟไฟรต์ (Nephrite) มีองค์ประกอบทางเคมีเป็นแคลเซียมแมกนีเซียมซิลิเกต (Calcium magnesium silicate) โดยธรรมชาติมักพบเกิดเป็นผลึกกลุ่มที่มีขนาดเล็กรุปเส้นใยเดียวกัน หยกเนฟไฟรต์มีความแข็ง 6-6.5 โมล์ มีความวาวแบบแก้วถึงน้ำมัน สีมีความเฉพาะตัวเหมือนหยกเจไดส์ แต่มีสีเข้มไม่เท่า และมีสีมืดมากกว่า พบว่าเกิดจากหินเดิมที่มีธาตุแมกนีเซียมแปรสภาพด้วยความร้อน
Typeของหยกที่เกิดจากการปรับปรุงคุณภาพหยกเจไดต์
1.)หยกที่ไม่ได้ผ่านการปรับปรุงคุณภาพใดๆ เรียกว่า A jade หรือ untreated jadeite, หรือหยก Type A Jade
2.)หยกเจไดต์ที่สีไม่สวยและค่อนข้างโปร่งแสง อาจถูกนำมากัด (bleach) เพื่อเอาหินแร่สีน้ำตาลหรือดำออก แต่จะทำให้โครงสร้างของหยกกร่อนลง จึงต้องอัดด้วยเรซิน (resin) หรือแวกซ์ (wax) ลงไป เรียกหยกที่ผ่านกระบวนการเหล่านี้ว่า B jade (จากคำว่า 'bleached'), หรือหยกType B Jade
3.)หยกเจไดต์ที่มีสีซีดอาจนำมาย้อมให้สีเข้มขึ้น เรียกหยกที่ผ่านกระบวนการนี้ว่า C jade ซึ่งสีที่ย้อมเหล่านี้สามารถซีดลงได้,
หรือหยกType C Jade
4.)หยกเจไดต์ที่ผ่านทั้งกระบวนการอัดด้วยเรซินและการย้อมสี เรียกว่า B+C jade, หรือหยกType B+C Jade