21/06/2026
เปลี่ยนภาพจำ ทางช้างเผือกครั้งใหญ่! นี่คือ "สายธารดาวฤกษ์" ที่โค้งพันรอบกาแล็กซีของเรา นักดาราศาสตร์พบว่าโครงสร้างขนาดยักษ์นี้ อาจซ่อนตัวอยู่รวมกันเกือบ 200 สายเลยทีเดียว!
พื้นที่บริเวณขอบนอกของกาแล็กซีทางช้างเผือก (Milky Way galaxy) ไม่ได้เป็นแค่อวกาศที่ว่างเปล่าอย่างเดียวเท่านั้น จากการศึกษากว่า 20 ปีที่ผ่านมา นักดาราศาสตร์พบว่าบริเวณนั้นมีโครงสร้างที่เรียกว่า สายธารดาวฤกษ์ (Stellar streams) ซ่อนอยู่เต็มไปหมดเลย ซึ่งถ้าจะให้เห็นภาพง่ายๆ มันก็คือแถบของดาวฤกษ์ที่เรียงตัวทอดยาว และโคจรวนอยู่รอบศูนย์กลางกาแล็กซีคล้ายกับสายพานขนาดยักษ์
สาเหตุที่ดาวฤกษ์มาเรียงตัวกันแบบนี้ เกิดจาก แรงไทดัล (Tidal forces) หรือแรงโน้มถ่วงมหาศาลของทางช้างเผือก ที่เข้าไปดึงและฉีกกระชากกระจุกดาวทรงกลม (Globular clusters) รวมถึงกาแล็กซีแคระ (Dwarf galaxies) ที่บังเอิญโคจรเข้ามาใกล้เกินไปจนแตกออก ทำให้ดาวฤกษ์จำนวนมหาศาลหลุดร่วงและถูกยืดออก เรียงตัวเป็นสายยาวราวกับเส้นก๋วยเตี๋ยวที่โค้งพันรอบทางช้างเผือกอย่างงดงาม
ย้อนกลับไปในปี 1994 ถือเป็นครั้งแรกที่นักดาราศาสตร์ (Astronomers) สังเกตเห็นปรากฏการณ์นี้ จากการค้นพบสายธารขนาดใหญ่อย่างสายธารซาจิตทาเรียส (Sagittarius stream) หลังจากนั้นเมื่อเราทำแผนที่ท้องฟ้าได้ละเอียดขึ้น ก็เริ่มพบสายธารเด่นๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น สายธารพาลอมาร์ 5 (Palomar 5 stream) ทำให้ก่อนหน้านี้เรารู้จักสายธารดาวฤกษ์ในทางช้างเผือกรวมแล้วประมาณ 100 สาย
แต่ล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2026 ที่ผ่านมา ทีมนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ (Astrophysicists) นำโดย หยิงเทียน เฉิน (Yingtian Chen) ได้นำอัลกอริทึมใหม่ที่ชื่อว่า สตาร์สตรีม (StarStream) มาวิเคราะห์ข้อมูลจากยานอวกาศไกอา (Gaia spacecraft) ดู และพวกเขาก็ตกตะลึงกับสิ่งที่ได้พบเห็น!
วิธีนี้ทำให้พวกเขาค้นพบสายธารดาวฤกษ์ที่อาจซ่อนตัวอยู่อีกถึง 87 สาย! และที่น่าสนใจคือ สายธารที่พบใหม่เหล่านี้ล้วนดูเหมือนจะเป็นชิ้นส่วนที่เกิดจาก "กระจุกดาวทรงกลม" ทั้งนั้น ซึ่งเป็นกลุ่มที่พบได้ยากมาก เพราะก่อนหน้านี้เราเคยพบสายธารจากกระจุกดาวแบบนี้อยู่ไม่ถึง 20 สายเท่านั้น
จากการค้นพบล่าสุดนี้เอง ถ้าได้รับการยืนยันทั้งหมด ก็ทำให้ทำให้ในปัจจุบันยอดรวมของสายธารดาวฤกษ์ในทางช้างเผือกจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นเกือบ 200 สายเลยทีเดียว
การศึกษาโครงสร้างเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะรูปร่างและเส้นทางการโคจรของมันเปรียบเสมือนบันทึกประวัติศาสตร์ ที่จะช่วยให้เราทำแผนที่มวลและการกระจายตัวของ สสารมืด (Dark matter) ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยไขปริศนาประวัติศาสตร์วิวัฒนาการของกาแล็กซีเราได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด
[แหล่งอ้างอิง]
[1] Chen, Y., Gnedin, O. Y., & Price-Whelan, A. M. "StarStream on Gaia: Stream Discovery and Mass-loss Rate of Globular Clusters." The Astrophysical Journal Supplement Series, 2026. DOI: 10.3847/1538-4365/ae471f
[2] Kuthunur, S. "Dozens of hidden star streams found in the outskirts of our Milky Way galaxy." Space .com, 2026.
#ดาราศาสตร์ #อวกาศ #กาแล็กซี #ทางช้างเผือก #ดาวฤกษ์ #วิทยาศาสตร์ #สสารมืด #ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ #จักรวาลวิทยา #ความรู้รอบตัว