10/10/2024
สรุปประเด็นจากคนที่ (เชื่อว่าตัวเอง) เป็นผู้เสียหายจากธุรกิจขายตรงแห่งหนึ่ง
—————
🔴 กระบวนการสร้างความน่าเชื่อถือ
:
1- ผู้เสียหายมองว่ามีการสร้างความน่าเชื่อถืออย่างเป็นขั้นเป็นตอนและเป็นกระบวนการมาตลอดหลายปี เช่น บุคคลที่เป็น “บอส” จะสร้างสตอรี่ที่เป็นสูตรสำเร็จว่า ก่อนรวยก็เคยจนมาก่อน อาทิ เป็นเด็กสลัม เคยเป็นหนี้จนคิดฆ่าตัวตาย แต่สามารถสร้างธุรกิจของตัวเองจนกลายเป็นเศรษฐีร้อยล้านได้ภายในเวลาไม่กี่ปี
2- บอสจะเดินสายสัมภาษณ์รายการต่าง ๆ ตอกย้ำเส้นทางชีวิตจากยาจกสู่เศรษฐี ช่วงแรก ๆ มีการนำชื่อรายการทอล์กโชว์ชื่อดังมาห้อยท้ายต่อจากชื่อตัวเอง เช่น เอ ตีแปด เพื่อสร้างการจดจำและความน่าเชื่อถือ แม้จะเคยออกรายการนั้นแค่ครั้งเดียวเมื่อนานมาแล้วก็ตาม
3- แม้จะเล่าสตอรี่ชีวิตยาวเหยียด แต่จะไม่บอกรายละเอียดของธุรกิจมากนัก บอกแค่ว่าเป็นธุรกิจขายของออนไลน์ โดยขายผ่านโซเชียลมีเดียที่ทุกคนก็เล่นอยู่แล้ว เช่น เฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก ไอจี ไลน์ พร้อมกับย้ำว่า ”ไม่ใช่ธุรกิจขายตรง“
4- สร้างสโลแกนคำคมต่าง ๆ แบบจี้ใจดำคนจน คนที่เป็นลูกน้องคนอื่น คนที่ทำโอทีแทบตายไม่พอจ่ายเหมือนเดิม เช่น “ขยันผิดที่ทำจนเกษียณก็ไม่รวย”
5- บอสจะเดินสายรับรางวัลในสาขาต่าง ๆ เช่น นักบริหารดีเด่น บุคคลต้นแบบ นักธุรกิจเพื่อสังคม ฯลฯ บางรางวัลชื่อแปลกมาก หรือไม่เคยได้ยินมาก่อน รวมทั้งตีข่าวบริจาคเงินช่วยเหลือสังคมให้เห็นเป็นระยะ
6- มีการจ้างดาราดัง ๆ ภาพพจน์ดีมาเป็นพรีเซนเตอร์ ใส่คำว่า “บอส” นำหน้าชื่อดารา เพื่อให้คนมองว่าดารามีส่วนร่วมในการบริหาร มีการทำคอนเทนต์ให้ดูว่าบอสสนิทสนมกับดารามาก เช่น ดารายกเค้กไปเซอร์ไพรส์วันเกิดบอส, บอสซื้อของขวัญราคาแพงให้ดารา ฯลฯ ทำให้ประชาชนยิ่งเชื่อถือมากขึ้นไปอีก
7- โหมกระหน่ำโฆษณาบริษัททุกช่องทางอย่างถี่ยิบจนคนจำสโลแกนได้ จำบอสได้ และจำพรีเซ็นเตอร์ได้ มีการซื้อโฆษณาในรายการข่าว ยิ่งทำให้ประชาชนมองว่าน่าเชื่อถือเข้าไปใหญ่ เพราะคิดว่ารายการประเภทข่าวน่าจะคัดกรองมาแล้ว
8- บอสและคนในทีมจะอวดชีวิตหรู รถหรู ของแบรนด์เนม ไลฟ์สไตล์ที่ดูแพง เวลาไปจัดสัมมนาที่โรงแรมไหน จะเอารถหรูไปจอดเรียงเป็นตับหน้าโรงแรม เพื่อให้เห็นว่าทุกคนในทีมประสบความสำเร็จ
—————
🔴 เปิดคอร์สสอนขายของออนไลน์
:
9- บริษัทจะเปิดคอร์สสอนขายของออนไลน์ในราคาที่ถูกมาก เช่น 59 บาท, 89 บาท (โดยอ้างว่าลดให้จากราคาเต็ม 9,### บาท) ทำให้มีผู้สมัครจำนวนมาก ซึ่งก็มีการสอนจริง เช่น สอนเปิดเพจ ตัดต่อคลิป การปักตะกร้าขายของ การยิงแอดโฆษณา ฯลฯ
10- คอร์สอบรมมีทั้งหมด 5 วัน แต่พอวันที่ 3 จะเริ่มเล่าสตอรี่ชีวิตรันทดสู่ความสำเร็จของบอส ตอนนี้ก็ได้เวลาเอาโปรไฟล์ต่าง ๆ ที่สั่งสมไว้มาพรีเซนต์ เช่น เคยออกรายการอะไร เคยได้รางวัลอะไร เคยบริจาคเงินที่ไหน ตามมาด้วยความสำเร็จในปัจจุบัน มีบ้านกี่หลัง มีรถกี่คัน ซื้อรถหรูราคา 30 ล้าน กลัวคนไม่เชื่อเอาเล่มทะเบียนมาให้ดูด้วยว่าซื้อเงินสด
11- ต่อด้วยสตอรี่ความสำเร็จของคนในทีม เช่น นายเอ เคยจนกรอบแต่ตอนนี้มีบ้านหลังใหญ่, นายบี ทำงานประจำเงินเดือนไม่กี่หมื่น ตอนนี้ได้เดือนละหลายล้าน, นางซี คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวถอยรถป้ายแดง, นางสาวดี นักศึกษาก็รวยได้ ฯลฯ
—————
🔴 จูงใจให้เปิดบิล
:
12- จากนั้นชักชวนให้เปิดบิลซื้อสินค้าของบริษัท เพื่อนำไปขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่สอนไว้ สินค้าเป็นจำพวกอาหารเสริม ครีม คอลลาเจน ยาสีฟัน กาแฟ ฯลฯ ซึ่งยี่ห้อไม่ค่อยคุ้นหูนัก แต่ดาราพรีเซนเตอร์อ้างว่าเปิดตัวมาแป๊บเดียวยอดขายทะลุล้านขวด
13- การเปิดบิลมี 3 ระดับ คือ หลักพัน หลักหมื่น และหลักแสน โดยจะพูดเชียร์ให้ซื้อหลักแสน อ้างว่าถ้าอยากประสบความสำเร็จแบบรุ่นพี่ก็ต้องเปิดบิลระดับนี้แหละ คนที่มีมายเซ็ตนักธุรกิจเค้าต้องซื้อหลักนี้ พร้อมโปรโมชั่นดึงดูดใจ เช่น ได้ไปเที่ยวต่างประเทศ และจะมีหน้าม้าทำทีเป็นเปิดบิลหลักแสน เพื่อจูงใจให้คนคล้อยตาม
14- ใครเปิดบิลจะได้แอดเข้าไลน์กลุ่มเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน แต่ละกลุ่มจะมีโค้ชคอยให้คำแนะนำ และมีการแอดหน้าม้าเข้าไปด้วย หน้าม้าพวกนี้จะคอยปั่นว่าตัวเองได้นั่นได้นี่ ถ้ากลุ่มไหนมีคนพูดในเชิงลบ หรือตั้งคำถามกับบริษัท จะมีการระดมพลจากกลุ่มอื่น ๆ เข้าไปรุมสกัด
15- เมื่อซื้อสินค้าไปแล้วก็เอาไปขายตามช่องทางต่าง ๆ ที่เขาสอนไว้ แต่เนื่องจากสินค้าไม่เป็นที่รู้จักและราคาแพงกว่าท้องตลาด ทำให้ขายยาก แถมไปพบว่าสินค้าเหล่านี้ถูกขายตัดราคาในแอปต่าง ๆ อีก เนื่องจากคนที่เคยซื้อไปก่อนก็ขายไม่ได้เหมือนกัน เลยต้องเอามาขายถูก ๆ
—————
🔴 ไม่เน้นขายของ เน้นหา “นักเรียนใหม่”
:
16- บริษัทไม่เน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไม่เน้นขายสินค้า แต่เน้นหาเครือข่าย โดยโค้ชจะบอกให้ไปหา “นักเรียนใหม่“ มาเข้าคอร์ส ซึ่งจริง ๆ ก็คือการหาลูกทีมหรือดาวน์ไลน์ในธุรกิจขายตรงนั่นเอง เพื่อให้ตัวเองได้เป็นแม่ทีม เมื่อหานักเรียนใหม่ได้ก็จะได้เงิน หากลูกทีมเปิดบิลระดับหลักแสน แม่ทีมก็จะได้เงินมากขึ้นไปอีก
17- จากนั้นคนที่หลงเข้ามาแล้วก็ต้องยิงแอดโฆษณา ซึ่งจุดประสงค์หลักไม่ใช่ยิงแอดเพื่อขายสินค้า แต่เป็นการยิงแอดเพื่อหาคนไปเข้าคอร์ส ผลประโยชน์ไปตกอยู่ที่บริษัทเต็ม ๆ เพราะไม่ต้องจ่ายเงินยิงแอดเอง
18- โค้ชจะบอกเสมอว่า ถ้าขายสินค้าเราก็แค่ได้ทุนคืน แต่ถ้าอยากได้เดือนละล้านเหมือนรุ่นพี่ ก็ต้องหาคนมาเข้าคอร์สให้ได้เยอะ ๆ และโน้มน้าวให้เขาเปิดบิลหลักแสน ส่วนแม่ทีมก็จะตามจิกตามกดดันลูกทีมอีกที
19- หลายคนที่อยู่ไปนาน ๆ เริ่มเข้าใจระบบและตัดสินใจไม่ไปต่อ ไม่ใช่ทำไม่ได้ แต่ “ทำไม่ลง” เพราะไม่อยากให้คนอื่นต้องเสียเงินและติดหล่มเหมือนตัวเอง
—————
🔴 ตัวอย่างผู้เสียหาย-เอาผิดทางกฎหมายยาก
:
20- บริษัทฉวยโอกาสช่วงโควิดที่หลายคนต้องตกงานหรือปิดกิจการ มาขายความหวังให้ไปเข้าคอร์ส ขายฝันว่าแค่มีมือถือเครื่องเดียวก็พลิกชีวิตได้ คนแห่สมัครเรียนจำนวนมาก
21- ตอนนี้มีคนออกมาร้องว่าเป็นผู้เสียหายกว่า 500 รายแล้ว หนึ่งในนั้นคือคุณตาอายุ 80 กว่า ซื้อคอร์สอบรมราคา 98 บาท ถูกโน้มน้าวให้เปิดบิล 2.5 แสน ซึ่งคุณตารูดบัตรเครดิตมาจ่าย แต่เนื่องจากคุณตาอายุมากแล้ว หาลูกทีมไม่ได้ โค้ชแนะนำให้เปิดบิลซ้ำอีก 2.5 แสน จ่ายเงินอีก 5 พันเพื่อซื้อรายชื่อ-เบอร์โทรลูกค้า และจ่ายค่ายิงแอดอีกครั้งละ 5 พันหลายครั้ง จบที่การเป็นหนี้เฉียดล้าน
22- “คุณนก” (นามสมมุติ) สมัครคอร์สอบรม 59 บาท จากนั้นรูดบัตรเครดิต 2.5 แสนเพื่อเปิดบิล แต่ทำทุกวิถีทางก็ขายของไม่ได้ เอาไปตั้งในตลาดก็ยังขายไม่ได้ ซื้อโปสเตอร์พรีเซนเตอร์ดารามาวางประกบแล้วก็ยังขายไม่ออกแม้แต่ชิ้นเดียว สุดท้ายต้องเอาไปขายขาดทุนในตลาดมืด จบด้วยการเป็นหนี้บัตรเครดิต ติดเครดิตบูโร บริษัทไม่ได้เข้ามาโอบอุ้มช่วยเหลือ จนตัดสินใจกระโดดน้ำฆ่าตัวตายตอนตั้งท้อง โชคดีมีคนกระโดดน้ำลงไปช่วยไว้ทัน
23- ผู้เสียหายบอกว่า บริษัทเตรียมการทางกฎหมายและเซ็นสัญญาอย่างรัดกุม จนยากจะเอาผิดตามกฎหมายได้ เพราะถูกมองเป็นความยินยอมเข้าร่วมประกอบธุรกิจ ซื้อสินค้าไปขายต่อแต่ขายไม่ได้ ย่อมไม่ใช่ความผิดของบริษัท เคยมีคนร้องเรียน สคบ. แต่ก็ไม่สามารถเอาผิดบริษัทได้