Little Steps Parenting

Little Steps Parenting ก้าวเล็ก ๆ ของพ่อแม่ เพื่อก้าวที่มั่นคงของลูก

26/04/2020
28/08/2017

#ระวังลูกสำลักอาหารทำให้เสียชีวิตค่ะ
คุณเคยเอาอาหารให้ลูกถือทานขณะกำลังช็อปปิ้งในซูเปอร์มาร์เกตไหม? นี่อาจเป็นสิ่งที่คุณแม่หลายท่านทำ คือการหาอะไรให้ลูกทำเพลินๆ ขณะแม่กำลังเลือกซื้อของ ฟังดูก็เป็นเรื่องปกติที่ไม่อันตรายอะไร แต่ทว่ามีครอบครัวหนึ่งซึ่งเพิ่งสูญเสียลูกชายวัย 2 ขวบเพราะสำลักองุ่นลงหลอดลมจนเสียชีวิต ออกมาเตือนพวกเราค่ะ
คุณแม่จาก Detroit เล่าให้นักข่าวฟังว่า ขณะคุณแม่กำลังเลือกซื้อเนยแข็ง ลูกชายนั่งอยู่ในรถเข็นกำลังทานองุ่นที่คุณแม่เลือกมาเตรียมจะจ่ายเงิน แล้วลูกก็มีอาการไอสำลักทำท่าหายใจไม่ออก คุณแม่โยนเนยแข็งทิ้งแล้วช่วยทุบหลังลูก แต่องุ่นก็ไม่ออกมา ทางร้านค้าโทรเรียก 911 ทันทีที่ทีมช่วยชีวิตมาถึง สามารถช่วยเอาองุ่นออกมาได้ 1 ลูก แต่ทว่าช้าเกินไป หนูน้อยเสียชีวิตขณะเดินทางไปรพ.
ข้อมูลจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติอเมริการายงานว่า องุ่นเป็นสาเหตุอันดับที่ 3 ของการเสียชีวิตจากการสำลักอุดหลอดลมในเด็กเล็ก เพราะว่ารูปทรงที่กลม แข็ง และลื่น จึงเสี่ยงในการสำลักได้ง่าย และถ้าอุดไปแล้ว การตบหลังเอาออกจะทำได้ยาก
คำแนะนำคือ เด็กเล็กกว่า 5 ขวบไม่ควรให้ทานองุ่นทั้งลูก ยกเว้นทำให้เป็นชิ้นเล็กๆ หรืออย่างน้อยที่สุดต้องผ่าเสี้ยวตามแนวยาว การที่เด็กเล็กสำลักองุ่นได้ง่ายเป็นเพราะยังเคี้ยวอาหารไม่เก่ง การเคี้ยวการกลืนอาหารยังค่อยสัมพันธ์กัน และมักจะไม่ค่อยมีสมาธิจดจ่อกับการทาน อาจเล่นไปด้วย พูดไปด้วย หรือหัวเราะ ทำให้สำลักได้ง่าย
จากการสูญเสียดังกล่าว คุณแม่คุณพ่อของหนูน้อยได้กรุณาแบ่งปันประสบการณ์ที่เศร้าเสียใจเพื่อเป็นประโยชน์แก่พ่อแม่ท่านอื่น และแนะนำว่า หากเป็นไปได้ ผู้ดูแลเด็กควรไปเข้าอบรมปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) ตามโรงพยาบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ใกล้เคียง

🙏🏻ทรงพระเจริญ
13/08/2017

🙏🏻ทรงพระเจริญ

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพร้ …

👍🏻👍🏻
11/08/2017

👍🏻👍🏻

#ฝึกลูกเป็นเด็กสองภาษาดีไหมคะ
"ตอนนี้ลูกอายุ 1 ขวบกว่าค่ะ ที่บ้านจะให้คุณพ่อพูดภาษาอังกฤษกับลูก แม่พูดไทย การทำอย่างนี้จะทำให้ลูกได้เรียนรู้พื้นฐานภาษาที่สองด้วยใช่หรือไม่คะ และเมื่อเข้าโรงเรียนจำเป็นต้องเลือกโรงเรียนสองภาษา/ อินเตอร์ หรือพ่อแม่สามารถสอนเขาเองได้โดยไม่ต้องให้ลูกเข้าโรงเรียนอินเตอร์ได้ "
คำตอบ >>> โลกปัจจุบันนี้ การฝึกให้ลูกเป็นเด็ก 2 ภาษา คือ ภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาแม่ และภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาที่สอง กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
บางคนอาจมีมากกว่า 2 ภาษา เช่น ภาษาจีน ภาษาฝรั่งเศส เพิ่มขึ้นมาอีก บางครอบครัวลูกพูดได้หลายภาษาเพราะพ่อแม่พูดได้หลายภาษา แต่บางครอบครัวพ่อแม่พูดได้ภาษาเดียว ก็อาจเลือกโรงเรียนสอนภาษาที่สองให้ลูก
คำถามคือ ถ้าพ่อแม่ฝึกเองได้ ควรฝึกไปเลยไหม หรือหากรอให้เข้าโรงเรียนแล้วค่อยไปเรียนรู้จากที่โรงเรียนจะช้าเกินไปไหม
ข้อดีของการเป็นเด็ก 2 ภาษา ...มีบางงานวิจัยพบว่าเด็ก 2 ภาษา
1.มีความคิดสร้างสรรและมีความสามารถในการแก้ปัญหาได้มากกว่า
2.มีปัญหาสมองเสื่อมก่อนวัยน้อยกว่า
3.คบเพื่อนได้มากกว่า เข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้ได้มากกว่า
4.หางานทำง่ายกว่า รายได้มากกว่า
#วิธีทำให้เป็นเด็ก 2 ภาษา
1.วิธีแรก ฝึกตั้งแต่แรกเกิด หรือก่อนอายุ 3 ขวบ พบว่าเด็ก 2 ภาษาจะมีพัฒนาการด้านอื่นเหมือนกับเด็ก 1 ภาษา แต่อาจเริ่มพูดช้ากว่าเล็กน้อย แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่ได้หลุดเกณฑ์แต่อย่างใด
2.วิธีที่สอง เริ่มรู้จักภาษาที่สอง หลังจาก 3 ขวบเป็นต้นไป คือพูดภาษาแม่คล่องแล้ว เช่น การย้ายไปต่างประเทศ หรือย้ายเข้าโรงเรียนภาษาต่างประเทศ ...โดยเด็กจะมีลักษณะต่อไปนี้
คือ พูดภาษาแม่ที่บ้าน เมื่อไปโรงเรียนตอนแรกจะไม่ค่อยพูดเป็นระยะเวลานาน 2-3 สัปดาห์ถึงหลายเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังทำความเข้าใจภาษาที่สอง เด็กยิ่งเล็กยิ่งอยู่ในช่วงไม่พูดนานกว่าเด็กโต ช่วงนี้ลูกจะใช้ภาษาท่าทางแทน และอาจใช้ภาษาที่สองบ้างเล็กน้อย ต่อมาจะเริ่มใช้วลีที่ได้ยินบ่อยๆ และในที่สุดจะพูดเป็นประโยค ตอนแรกๆไม่ถูกไวยากรณ์ ประโยคขาดๆเกินๆ โดยจะมีภาษาแม่เข้ามาปะปนกับการใช้ภาษาที่สอง
#ความเชื่อเกี่ยวกับการฝึกเด็ก 2 ภาษา
1) การพูด 2 ภาษาทำให้เด็กมีพัฒนาการช้าด้านภาษา : ไม่จริง
เพราะถึงแม้ว่าคำศัพท์ที่รู้จักอาจไม่เท่ากับเด็ก 1 ภาษา แต่เมื่อรวม 2 ภาษาแล้วจะได้คำศัพท์เท่ากัน แต่เด็ก 2 ภาษาอาจเริ่มพูดคำ แรกช้ากว่าเล็กน้อย แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ คือ 8-15 เดือน แต่เมื่อเริ่มพูดเป็นประโยคสั้นๆ จะพูดได้เร็วไม่แตกต่างจากเด็ก 1 ภาษา สรุปคือเด็ก 2 ภาษาไม่ได้มีพัฒนาการด้านภาษาช้าผิดปกติ
ดังนั้นถ้าพบเด็ก 2 ภาษาที่มีพัฒนาด้านภาษาช้าผิดปกติ แสดงถึงการมีปัญหาความผิดปกติด้านภาษาของเด็กคนนั้นเอง ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อแก้ไข
2) ถ้าลูกใช้ภาษาทั้ง 2 สลับกันไปมาแสดงว่าลูกกำลังสับสน
ไม่ควรฝึกอีกต่อไป : ไม่จริง เพราะถ้าลูกใช้ทั้ง 2 ภาษาในประโยคหรือบทสนทนาเดียวกัน แสดงว่าลูกรู้จักความหมายของทั้ง 2 ภาษา สามารถใช้กลับไปกลับมาได้ แต่พ่อแม่มักกังวลใจว่าจะเป็นสัญญาณว่าลูกมีปัญหาด้านภาษาหรือไม่..ความจริงคือ การที่ลูกสามารถใช้ภาษากลับไปกลับมาได้
แปลว่ามีความสามารถในการใช้ภาษาได้เป็นอย่างดี
3) การจะพูด 2 ภาษาได้ต้องฝึกตั้งแต่เด็กเล็ก : ไม่จำเป็น
การฝึกตั้งแต่เด็กจะมีโอกาสออกเสียงได้ใกล้เคียงกับเจ้าของภาษามากกว่าเมื่ออายุมากขึ้น และมีความถูกต้องด้านไวยากรณ์มากกว่า แต่ก็มีบางงานวิจัยพบว่าเด็กโตจะเข้าใจเรื่องคำศัพท์และไวยากรณ์ได้เร็วกว่าเด็กเล็ก
4) พ่อหรือแม่ควรแบ่งพูดไปคนละภาษาเลย : ไม่จำเป็น
อาจใช้วิธีพูดกันคนละภาษาไปเลยก็ได้ ถ้าผู้พูดชำนาญในภาษานั้นๆ หรือจะพูดปนๆกันก็ได้ สิ่งสำคัญพ่อแม่ไม่ต้องเครียดกับการพูดทำให้เป็นธรรมชาติและสบายๆมากที่สุด
5) ถ้าอยากให้ลูกเก่งภาษาอังกฤษ พ่อแม่ไม่ควรพูดภาษาไทยกับลูกเลย :ไม่ถูกต้อง เพราะหากพ่อแม่ไม่คล่องภาษาอังกฤษ การไม่ยอมพูดภาษาไทยกับลูกเลย จะทำให้โอกาสพูดคุยกับลูกลดน้อยลงไป งานวิจัยพบว่าถ้าลูกคล่องภาษาแม่แล้ว จะทำให้การเรียนรู้ภาษาที่สองง่ายขึ้น
#วิธีสนับสนุนให้ลูกเรียนรู้ภาษาที่สอง
1) ให้พ่อแม่ทำสิ่งที่สบายใจและอยากทำ ไม่จำเป็นต้องฝืนพูดภาษาที่สองกับลูก ถ้ารู้สึกอึดอัดที่จะทำเช่นนั้น แต่ถ้าพ่อแม่มีความสามารถ มีความสบายใจ และไม่อึดอัดใจที่จะฝึกภาษาที่สองให้ลูกเอง ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องส่งลูกเข้าโรงเรียนอินเตอร์หรือโรงเรียนสองภาษา ให้หาเครื่องมือการสอนและทำบรรยากาศการฝึกให้ลูกได้เรียนรู้ภาษาอย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด เช่น ถ้าบ้านไหนมีคุณพ่อเป็นชาวต่างชาติ หรือมีคุณพ่อคุณแม่ท่านใดท่านหนึ่งชำนาญภาษาอังกฤษอยู่แล้วก็พูดกับลูกไปเลยโดยไม่ต้องฝืน การเรียนรู้ก็จะเป็นไปอย่างอัตโนมัติ
2) ไม่ต้องกังวลเวลาที่ลูกพูด 2 ภาษาปนกัน หรือตอบคุณแม่เป็นภาษาไทยขณะที่คุณแม่ถามเป็นภาษาอังกฤษ นั่นแสดงว่าลูกก้าวหน้าไปอีกขั้นแล้ว เช่น คุณแม่พาลูกมาซื้อของเล่น แล้วพยายามถามลูกเป็นภาษาอังกฤษตลอด "Do you like this?"
ลูกก็ตอบเป็นภาษาไทยตลอด "ไม่เอา หนูไม่ชอบอันนี้ จะเอาอันโน้น " คุณแม่ก็หงุดหงิด ถึงขั้นลากลูกกลับบ้าน แบบนี้ก็ไม่ไหว
เครียดกันทั้งบ้าน
3) ความต่อเนื่องในการฝึก บางทีให้ลูกเรียนอนุบาลอินเตอร์
แต่พอย้ายไปโรงเรียนไทย ไม่ได้เรียนภาษาที่สองต่อเนื่อง หรือที่บ้านไม่ได้พูดภาษาที่สองกับลูก พอไม่ได้ใช้นานๆก็จะเลือนๆไปขณะที่บางคนมาเรียนภาษาที่สองตอนโต แต่ได้ใช้บ่อยๆกับที่ทำงานหรือมีสามีภรรยาเป็นคนต่างชาติ ก็จะเกิดความชำนาญคล่องแคล่วไปเอง
4) ปัญหาของคนไทยในการใช้ภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องไวยากรณ์ แต่เป็นเรื่องของความกล้าพูดมากกว่า ดูตัวอย่างคนอินเดีย สิงคโปร์ ฮ่องกง พูดภาษาอังกฤษปร๋อ ทั้งๆที่สำเนียง ไวยากรณ์ก็ใช่ว่าจะถูก แต่เอาเป็นว่าสื่อสารได้ก็โอเค ดังนั้นถ้าคุณพ่อคุณแม่กล้าพูดกับลูก ถึงแม้ว่าสำเนียงไม่ดี ไวยากรณ์ไม่เป๊ะ แต่มีความสุขความสบายใจในการพูด ก็พูดไปเถอะค่ะ ยังไงก็ได้ประโยชน์แน่นอน ส่วนเรื่องสำเนียงลูกเค้าเลียนแบบจากสื่อการสอนหรือการ์ตูนดีๆเสียงภาษาอังกฤษในฟิล์ม หรือเรียนไวยากรณ์จากวิชาภาษาอังกฤษที่โรงเรียนเองได้
ยุคนี้กระแสเลี้ยงลูกแบบต่างๆมีมาตลอด คุณพ่อคุณแม่ต้องพิจารณาดูว่าแบบไหนที่เหมาะกับลูกเรา และอย่าฝืนจนไม่เป็นธรรมชาติ อย่าลืมว่าลูกจะเก่งแค่ไหนไม่สำคัญ แต่สำคัญคือต้องให้เค้าเป็นคนดีและมีความสุขด้วยค่ะ

👏🏻👏🏻👏🏻👍🏻
06/08/2017

👏🏻👏🏻👏🏻👍🏻

ปัจจุบันร้าน Too Fast To Sleep พื้นที่ที่นิสิต นักศึกษาใช้อ่านหนังสือยามค่ำคืน เพราะว่าเปิด 24 ชั่วโมง มีทั้งหมด 4 สาขา ประกอบด้วย สามย่าน, ศาลายา, เกษตร และสยามสแควร์ แต่มีเพียงสาขา Too Fast To Sleep.SCB  ที่เปิดใหม่ที่สยามสแควร์ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารไทยพาณิชย์ กับ Too Fast Too Sleep ที่ท...

28/07/2017

♥️

22/07/2017

โอ้วววววว

เป็นแม่แม่สายไหนกันบ้างคร้าาาาา😘😘😅😅
20/07/2017

เป็นแม่แม่สายไหนกันบ้างคร้าาาาา😘😘😅😅

แม่ราศีไหนเลี้ยงลูกได้ดี จู้จี้ เอาใจ สายเปย์ เลี้ยงลูกให้ฉลาด เลี้ยงลูกให้เป็นเด็กดี เช็กเลยที่นี่ แม่ราศีไหนเลี้ยงลูกได้ดี จู้จี้ เอาใจ

13/07/2017

So cuteee

ที่อยู่

Bangramad
กทม
10170

เบอร์โทรศัพท์

0818693244

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Little Steps Parentingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์