07/07/2022
หมดยุคเลี้ยงลูกตามใจคนข้างบ้านแล้วนะคะ
ค่านิยมเด็กต้องอ้วนนี่พอเหอะ ลูกโตแล้วยังให้กินนมแม่อยู่อีกเหรอ ลูกมีความสุข แม่มีความสุข แถมแข็งแรงด้วย จบนะ...
#เด็กตุ้ยอาจไม่ใช่เด็กสุขภาพดี
ความรู้สึกยามที่เราเห็นเด็กเล็ก ๆ จ้ำม่ำ เนื้อแน่น แขนขาเป็นปล้อง ๆ แก้มตึง ๆ ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่คงรู้สึกว่า "อร๊ายยยย น่ารักจุง" เห็นแล้วมันเขี้ยว อยากฟัดอยากกอด แต่หมอเด็กมองแล้วเริ่มกลุ้มใจเล็ก ๆ โดยเฉพาะหาก 'พล็อต' กราฟแล้วพบว่า 'น้ำหนักเกินเกณฑ์' เข้าได้กับ 'โรคอ้วนในเด็ก'
เพราะโรคอ้วนในเด็กถือเป็นอีกโรคที่เป็นปัญหาสุขภาพของเด็กไทยมากขึ้น ๆ ทุกปี ! ในเด็กเล็กอายุ 2-5 ปีเป็นโรคอ้วนเพิ่มจาก 5.9% เป็น 7.9% (ปี 2540 เทียบกับ 2552) และไล่ไปที่ข้อมูลล่าสุดจาก 8.8% ในปี 2561 เป็น 9.2% ในปี 2562 (ข้อมูลจากยูนิเซฟ) ในเด็กประถมฯ-ม.ต้น (6-14 ปี) มีภาวะอ้วนและโรคอ้วน เพิ่มขึ้นจาก 11.7% ในปี 2561 เพิ่มเป็น 12.4% ในปี 2564
ข้อมูลที่น่าสนใจก็คือ โรคอ้วนพบมากขึ้นในเขตชนบท และเขตชานเมือง (9.4% ของเด็กชานเมืองเป็นโรคอ้วน ข้อมูลจาก Rerksuppaphol S et al. J Med Assoc Thai 2010) เรียกได้ว่า เด็กไทยเริ่มอ้วนกันทุกหย่อมหญ้าแล้ว ไม่นับในเมือง-ชานเมืองหรือชนบท ... ส่วนหนึ่งก็จากค่านิยม นิยมเด็กตุ้ย และอีกอย่างก็จากการเข้าถึง 'ขนมและอาหารขยะ' ได้ง่ายขึ้นทั้งในแง่ของสถานที่และการโฆษณาในรูปแบบต่าง ๆ
Anyway, เราอาจจะยังไม่ต้องไปแตะถึงขนมและอาหารขยะมากครับ ... เอาที่เด็กเล็กก่อน ... ความเชื่อที่ว่าเด็กเล็กต้องน้ำหนักขึ้นมาก ๆ ถึงจะดี รวมถึงการอัดนมผงหรือนมผงพลังงานสูงในเด็กโดยไม่จำเป็น คุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่คงอาจเคยได้ยินประโยคประมาณว่า เพราะกินนมแม่ลูกเลยไม่อ้วนท้วน (ซึ่งลูกก็โตไปตามเกณฑ์มาตรฐานของเขา ป้าจะเอาไงกับลูกชั้นอีก 555) แล้วแนะนำให้อัดนมผง ว่าซั่น หรือไม่ก็ให้รีบป้อนกล้วย ป้อนข้าวก่อนวัยอันควร เอาให้ครบสูตร ... แบบนี้มันบ่าได้หนา ... กระบวนโภชนาการที่ควรจะเป็นมันจะพังหมดทั้งกระบวนได้ และยิ่งทำให้เด็กมีปัญหาการกินมากขึ้นได้ด้วยนะจ๊ะ
ย้ำอีกที เด็กอ้วนอาจไม่ใช่เด็กสุขภาพดี
เพราะเด็กอ้วนนั้นเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) มากขึ้นถึงกว่า 4 เท่า เช่นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และอื่น ๆ ได้ทั้งในระยะสั้นและยาว นอกจากนี้หาก นน. เยอะมากก็ส่งผลต่อการพัฒนาของกระดูกและข้อต่อ เช่น ขาโก่ง ขาฉิ่ง รวมถึงโรคอื่น ๆ อย่างการหยุดหายใจตอนนอนจากการอุดตันของทางเดินหายใจส่วนต้น ส่งผลต่อรับบหายใจ หัวใจ และสมองตามมาอีกเพียบเลยครับ ...
ดังนั้นเริ่มต้นการกินอย่างเหมาะสม นมแม่ให้ยาวที่สุดเท่าที่ทำได้ เริ่มอาหารตามวัยอย่างเหมาะสม ครบถ้วน เริ่มทุกหมู่ไม่ช้าไม่เร็วเกินไป เนื้อสัตว์ต้องมาเพราะเด็กต้องการโปรตีน สังกะสี และธาตุเหล็ก ไม่ปรุงรสอาหารในขวบปีแรก ไม่ให้ลูกรู้จักขนมเร็วเกินไป (อย่างน้อยก็ไม่ควรเริ่มเลยในช่วงขวบแรก) และไม่ควรกินเป็นประจำ ... ไม่หยอดอะไรแปลก ๆ ลงไปในอาหารตามวัย ...
ไม่เสริมนมผงหากไม่มีข้อบ่งชี้ คือถ้าไม่มีนมแม่ก็กินได้นะ ไม่ต้องกลัวนมผงขนาดนั้น แต่ขอให้เลือกสูตรให้เหมาะกับวัย ไม่ต้องไปอัดแคลอรี่อะไร เพราะในห้องตรวจก็มีพ่อแม่มาถามว่า กินนมผงยี่ห้อไหนดีที่พลังงานเยอะ ๆ ลูกจะได้อ้วน ๆ ... นี่ดีว่าใส่หน้ากากอนามัยนะฮะ ไม่งั้นคงเห็นปากคว่ำอย่างชัดเจน 555 แต่พ่อหมอเข้าใจนะ เพราะหลายคนยังเข้าใจแบบนั้นจริง ๆ ก็ต้องให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับอาหารของทารกที่เหมาะสมให้ฟังกัน แต่การปากคว่ำนั้นเป็นรีแอคชั่นอัตโนมัติที่ห้ามได้ยาก 555
นอกจากการกิน ... จงให้ลูกได้ขยับร่างกายกันด้วยนะจ๊ะ อย่าปล่อยให้ลูกอยู่กับหน้าจอนานเกินไป เพราะนั่นก็เป็นอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของเด็กในยุคปัจจุบันที่กินก็หวาน พลังงานสูง ร่างกายก็ไม่ค่อยขยับ ไม่ได้ออกกำลัง มันก็เลยอ้วน มันก็เลยฉุ มันก็เลยตุ้ย อย่างไรล่ะครับ
พูดแล้ว ทำไมรู้สึกเจ็บเองล่ะ 555
#หมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ
ปล. สั่งหนังสือของหมอวินทั้ง 5 เล่มได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำ หรือที่
อินบอกซ์ http://m.me/tamjaimorbooks
หรือ https://tamjaimorbooks.page365.net/
A. เลี้ยงลูกให้กินง่าย แก้ไขเด็กกินยาก * ((เล่มล่าสุด))
B. อย่าปล่อยให้พ่อแม่รังแกฉัน (การเลี้ยงลูกเชิงบวก)
C. เลี้ยงลูกทางสายกลาง (คู่มือการดูแลเด็กเล็ก)
D. เส้นทางสายนมแม่
E. เลี้ยงลูกให้ไกลโรค (ความรู้เรื่องสุขภาพ อาการ โรคและยาในเด็ก