01/07/2022
📌 ความประเสริฐของ 10 วันแรกเดือนซุ้ลฮิจยะห์
ช่วงเวลาสิบวันแรกของเดือนซุ้ลฮิจยะห์ นับเป็นช่วงวันที่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงให้ความประเสริฐเหนือบรรดาวันอื่น ๆ เป็นช่วงวันที่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงสาบานด้วยกับช่วงวันนั้น ในซูเราะห์ อัลฟัจร์ อายะห์ที่ 1-2 โดยพระองค์ทรงดำรัสว่า "وَالْفَجْرِ وَلَيَالٍ عَشْرٍ" ความว่า “ขอสาบานด้วยยามรุ่งอรุณ และด้วยค่ำคืนทั้งสิบ” ซึ่งค่ำคืนทั้งสิบในนี้ หมายถึงช่วงสิบวันแรกของเดือนซุ้ลฮิจยะห์ และยังเป็นช่วงวันที่มีการส่งเสริมให้มีการทำอิบาดะห์และรำลึกถึงอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ให้มาก เป็นช่วงวันที่ผลตอบแทนของอิบาดะห์ต่าง ๆ จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เป็นช่วงวันที่อิบาดะห์ต่าง ๆ เป็นที่โปรดปราน ณ ที่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) มากกว่าการทำญิฮาดให้หนทางของอัลลอฮ์ (ซ.บ.)
ดังที่มีรายงานจากท่าน อิบนุ อับบาส (ร.ด.) ว่าท่านนบี (ซ.ล.) ได้กล่าวว่า “ไม่มีวันใด ๆ ที่การงานที่ดีจะเป็นที่โปรดปราณ ณ ที่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) มากไปกว่าช่วงวันนี้” (หมายถึงช่วงสิบวันแรกของเดือนซุ้ลฮิจยะห์) บรรดาซอฮาบะห์จึงถามท่านนบีว่า “แม้กระทั่งการทำญิฮาดในหนทางของอัลลอฮ์ (ซ.บ.) กระนั้นหรือ” ท่านนบี (ซ.ล.) จึงกล่าวต่อว่า “แม้กระทั่งการทำญิฮาดในหนทางของอัลลอฮ์ เว้นเสียแต่ผู้ที่ออกไป (ทำญิฮาด) พร้อมกับทรัพย์สินของเขาเอง โดยที่ทั้งชีวิตและทรัพย์สินมิได้กลับมาเลย” (เสียชีวิตและทรัพย์สินก็หมดไป)
จากหะดิษดังกล่าว เราจะเห็นได้ว่านอกจากการเสียชีวิตและหมดสิ้นทรัพย์สินในการทำญิฮาดในหนทางของอัลลอฮ์ (ซ.บ.) แล้ว ไม่มีการทำอิบาดะห์ในช่วงเวลาใด จะมีความประเสริฐและได้รับผลตอบแทนเป็นทวีคูณมากไปกว่าการทำอิบาดะห์ในช่วงสิบวันแรกของเดือนซุ้ลฮิจยะห์
และท่านนบี (ซ.ล.) ยังส่งเสริมให้ทำการรำลึกถึงอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ให้มากในช่วงเวลาดังกล่าว โดยมีรายงานจากท่านอิบนุ อุมัร (ร.ด.) ว่า ท่านนบี (ซ.ล.) ได้กล่าวเอาไว้ว่า “ไม่มีช่วงวันใดจะยิ่งใหญ่และการงานในช่วงวันนั้นจะเป็นโปรดปราน ณ ที่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) มากไปกว่าช่วงสิบวันนี้ (สิบวันแรกของเดือนซุ้ลฮิจยะห์) ดังนั้น ท่านทั้งหลายจงตะห์ลีล (กล่าว ลาอิลาฮ่าอิลลัลลอฮ์) ตักบีร (กล่าว อัลลอฮู่อักบัร) และตะห์มีด (กล่าว อัลฮัมดุลิลละห์) ให้มากในช่วงวันนั้น”
ด้วยกับความประเสริฐของช่วงสิบวันแรกของเดือนซุ้ลฮิจยะห์ ที่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงสาบานด้วยกับช่วงเวลานั้น และท่านนบี (ซ.ล.) ยังได้บอกกล่าวแก่เราถึงแนวทางการในการตักตวงผลบุญในช่วงวันดังกล่าว นั่นก็คือการทำอิบาดะห์ให้มาก โดยไม่ได้จำกัดรูปแบบของอิบาดะห์เอาไว้ หมายความว่าเราสามารถที่จะทำอิบาดะห์ที่เป็นสุนัตใด ๆ ก็ได้ในช่วงวันนี้ โดยผลบุญของการทำอิบาดะห์เหล่านั้นจะถูกตอบแทนแก่เราเป็นทวีคูณ ไม่ว่าจะเป็นด้วยกับการละหมาด การถือศีลอด (ยกเว้นวันที่สิบ ซึ่งเป็นวันอีดอีดิ้ลอัฎฮา) การบริจาคทาน การอ่านอัลกุรอ่าน การขอดุอาอ์ หรือการรำลึกถึงอัลลอฮ์ และในขณะนี้ เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว ช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความประเสริฐ เราจึงควรที่จะกระทำอิบาดะห์และรำลึกถึงอัลลอฮ์ให้มาก เพื่อตักตวงผลบุญที่อันเป็นทวีคูณที่เราไม่สามารถหาได้จากวันไหน ๆ
นอกจากนี้ ในช่วงสิบวันแรกของเดือนซุ้ลฮิจยะห์ยังรวมไว้ซึ่งวันที่มีความประเสริฐยิ่งอย่างวันอารอฟะห์ (วันที่เก้า) ซึ่งเป็นวันที่ผู้ประกอบพิธีฮัจย์จะไปหยุดพัก ณ ทุ่งอารอฟะห์ หลังจากการพักค้างแรมที่มินา เพื่อเดินทางต่อไปยังมุซดะลีฟะห์ และสำหรับผู้ที่ไม่ได้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ก็มีสุนัตให้ทำการถือศีลอดในวันนี้อีกด้วย ซึ่งภาคผลของการถือศีลอดในวันอารอฟะห์นั้นคือการที่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) จะทรงอภัยโทษให้กับความผิดบาปในปีก่อนหน้านั้นและอีกปีถัดไป และต่อมาก็คือวันอีดิ้ลอัฎฮา (วันที่สิบ) ซึ่งมีสุนัตให้ทำการละหมาดในช่วงเช้าของวันและทำอุดฮียะห์ (เชือดกุรบ่าน) หลังจากนั้น