3G ทีร์ Tigers - Gun Guy Graph

3G ทีร์ Tigers - Gun Guy Graph 3G คือชื่อพี่น้อง 3 คน พี่กันต์ กับน้องแฝด กายกับกราฟ (Gun Guy Graph)

03/10/2025

*** ไอจากการเป็นหวัดเป็นกี่วัน ***

ช่วงนี้เราเจอเด็กเป็นหวัด เยอะมากๆ และก็ถูกถามเสมอว่า

"คุณหมอคะ... เมื่อไหร่ลูกจะหายไอ"

เรามาทำความเข้าใจเบื้องต้นกันก่อน ครับ...

"หวัด" หรือ การอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูกส่วนหน้า
ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส

อาการหลักๆคือ ไข้ต่ำๆ 2-3วันแรกร่วมกับ น้ำมูกไหลขาว-ใส หลังจากนั้น อาการไข้จะหายไปเหลือแต่น้ำมูกและอาการไอ ซึ่งนี่แหละ ตัวปัญหา!!!

*** โดยปกติแล้ว อาการไอและน้ำมูก จะยังคงอยู่ได้นาน 7-14 วัน ***
(ตามคำแนะนำในการติดตามอาการของสมาคมโรคระบบหายใจเด็กฯ ตัดที่ราวๆ 10 วัน)
จำกันแบบง่ายๆ ก็คือ "10 วัน" ก็ได้ครับ แต่!!!

ต้องสังเกตุอาการอื่นๆ ร่วมกันด้วยนะครับ เช่น

> เกินกว่า 3 วัน
โดยเฉพาะไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส
อันนี้ ไม่น่าจะเป็นจากหวัดทั่วๆไป
แต่อาจเกิดจากภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น โพรงจมูก(ไซนัส)อักเสบ
หรือ การติดเชื้อที่อื่นเพิ่มเติม

>
ปกติแล้ว น้ำมูกสีเขียวเล็กน้อย ไม่ได้บ่งชี้ว่า เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน เพราะ ในช่วงแรกๆของการเป็นหวัดจากไวรัส ก็เจอได้

แต่หากน้ำมูกเขียวเพิ่มมากขึ้น จนรบกวนการกิน การนอน
หายใจดูลำบาก ไอเพิ่มขึ้น แบบนี้ไม่ต้องรอถึง 10 วัน
แต่ควรพาไปพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจได้แล้วครับ

>
อันนี้ ก็ควรไปพบแพทย์เลย ถือว่าเป็น ภาวะเร่งด่วน!!! นะครับ

หาก อาการไอ-น้ำมูก ไม่มีอาการดังกล่าวข้างต้น
และมีแนวโน้มของความถี่ของการไอ ที่จะลดลง
แบบนี้ใจเย็น รอดูก่อนได้ครับ

เมื่อใดก็ตาม หากเกินกว่า 10วันไปแล้ว ยังมีอาการไอ
แบบนี้ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยสาเหตุของอาการไอ
ว่าเกิดจาก ภาวะแทรกซ้อนใดได้บ้าง เช่น โพรงจมูก (ไซนัส)
อักเสบ ภูมิแพ้จมูกอักเสบ

โดยสรุป เมื่อเป็นหวัด อาการไอ-น้ำมูก อาจเป็นได้นานถึง

"10วัน"(ช่วงเวลาได้7-14วัน)

แต่แนวโน้มของอาการควรดีขึ้น
หากนานเกิน 10 วันไปแล้วยังมีอาการ
ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุครับ

อย่ารอกันจนข้ามสัปดาห์ หรือ ข้ามเดือน เลยครับ…
โรคบางโรคเจอเร็วก็จบเร็ว
บางโรคทิ้งไว้นานก็ใช้เวลาจบนานนะครับ…

#หมอจิรรุจน์
ยังเป็น กุมารแพทย์เชี่ยวชาญโรคระบบหายใจ อยู่นะครับ 55+

20/08/2025
18/03/2025
28/10/2024
21/09/2024
21/09/2024
12/09/2024

ยาแก้ไอ ละลายเสมหะที่ใช้กันบ่อย: รายละเอียด วิธีใช้ ข้อควรระวัง ในการใช้

ยาละลายเสมหะ(Mucolytics)
ยาพวกนี้ที่เราคุ้นเคยใช้กันอยู่บ่อยๆ ได้แก่ bromhexine เช่น Bisolvon และ acetylcysteine เช่น Fluimucil และ carbocysteine เช่น Fluifort ฯ เป็นต้น

บรอมเฮกซีน (bromhexine)
เป็นยาละลายเสมหะ ช่วยให้เสมหะถูกขับออกง่าย ใช้รักษาโรคระบบทางเดินหายใจที่มีเสมหะเหนียว มีมูกมาก ทำให้หายใจไม่สะดวกและมีอาการไอ เช่น บรรเทาอาการไอจากโรคหวัด โรคหลอดลม หรือปอดอักเสบทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรังที่มีเสมหะเหนียวมากผิดปกติ
ตัวอย่างยาบรอมเฮกซีน ที่มีชื่อทางการค้า เช่น Bisolvon, Bromcolex, Bromoson, Bromso, Bromxine, Cohexine, Disol, Robitussin ME, Tauglicolo, Tusno ฯลฯ
ข้อห้าม/ข้อควรระวังในการใช้ยาบรอมเฮกซีน
-ประวัติการแพ้ยาบรอมเฮกซีน หรือส่วนผสมอื่นๆในยานี้
-ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี แม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
-ควรระวังการใช้ยานี้ในผู้ที่มีประวัติเป็นโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ เนื่องจากยามีฤทธิ์ระคายเคืองกระเพาะอาหารและลำไส้ และในผู้ที่มีปัญหาตับหรือไตทำงานบกพร่อง

Carbocysteine ตัวอย่างยาที่มีชื่อทางการค้า เช่น Fluifort (Carbocysteine lysine salt), Flemex ฯ

Fluifort (Carbocysteine lysine salt)
กลไกการออกฤทธิ์
- Carbocysteine Lysine Salt Monohydrate เป็น muco – regulator ช่วยละลายและปรับความข้นเหลวของเสมหะให้เหมาะสม จึงมีประสิทธิภาพดี ใช้บำบัดทั้งในสภาวะที่เสมหะข้นหรือเหลวมากผิดปกติ
- เนื่องจาก Carbocysteine ในยา Fluifort อยู่ในรูปของเกลือ lysine ทำให้คุณสมบัติในการละลายน้ำดีขึ้น จึงมีอัตราและปริมาณสารออกฤทธิ์เข้าสู่กระแสโลหิต พร้อมที่จะไปออกฤทธิ์มากขึ้น ทำให้จำนวนครั้งของการรับประทานยาต่อวันจึงลดลง Fluifort syrup ในเด็กจะทานเพียง 2 ครั้งต่อวัน ในขณะที่ Flemex syrup ในเด็กต้องทานวันละ3-4 ครั้ง
ข้อบ่งชี้ในการใช้ยา
-ใช้บำบัดรักษาภาวะผิดปกติทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรังของระบบทางเดินหายใจตอนบนและตอนล่าง เช่น โรคถุงลมโป่งพองเรื้อรัง (COPD ) และใช้ป้องกันการกำเริบชนิดเฉียบพลันและรุนแรงของโรคหลอดลมอุดตันเรื้อรัง (chronic obstructive bronchitis)
- ใช้บำบัดรักษาภาวะผิดปกติของระบบหู คอ จมูก เช่น คออักเสบ , ต่อมทอนซิลอักเสบ , กล่องเสียงอักเสบ โพรงจมูกอักเสบ และไซนัสอักเสบ
ผลข้างเคียง จากการศึกษาทางคลินิกและการเฝ้าระวังหลังจากการนำยานี้มารักษาพบว่า ผู้ป่วยทนต่อยานี้ได้ดี อาการข้างเคียงของยาต่อระบบกระเพาะอาหารและลำไส้ได้แก่ ปวดท้อง คลื่นไส้ ท้องเสีย ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการมึนงงเล็กน้อยถึงปานกลาง และพบอาการผื่นคันบ้างแต่มีอุบัติการณ์น้อยมากซึ่งอาการข้างเคียงดังกล่าวจะหายไปเมื่อลดขนาดยาลง
ข้อห้ามใช้
-ห้ามใช้ใน สตรีมีครรภ์และหญิงให้นมบุตร เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาทดลอง
-ผู้ที่มีประวัติแพ้ยา Carbocysteine หรือแพ้ส่วนประกอบของยานี้
-ผู้ป่วยที่เป็นแผลในกระเพาะอาหาร หรือแผลในลำไส้

Acetyl cysteine ตัวอย่างยาที่มีชื่อทางการค้า เช่น Fluimucil granules เป็นยาละลายเสมหะ( mucolytics) ช่วยละลายเสมหะที่เหนียวข้นให้เจือจางลง เพื่อให้ระบบทางเดินหายใจขับเสมหะออกง่าย ช่วยให้ผู้ป่วยหายใจสะดวกขึ้น ใช้รักษาภาวะอาการที่เกิดเสมหะเหนียวข้นจนเกิดปัญหาการหายใจ จากภาวะหรือโรคที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะในระบบทางเดินหายใจ เช่น หลอดลมอักเสบ ถุงลมโป่งพอง ปอดบวม ปอดอักเสบ เป็นต้น
ข้อควรระวัง
-ห้ามใช้ โดยเด็ดขาด หากเคยแพ้ยาชนิดนี้ หรือแพ้สารประกอบใด ๆ ที่เป็นส่วนผสมในยาชนิดนี้
-ควรระวังการใช้ยานี้ในผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ เนื่องจากยามีฤทธิ์ระคายเคืองกระเพาะอาหารและลำไส้
-ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ และให้นมลูกเนื่องจากยังไม่มีการศึกษาทดลอง
ผลข้างเคียง พบได้น้อย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ผื่นลมพิษ หลอดลมหดตัว (Bronchospasm) แน่นหน้าอก หายใจลำบาก ไข้ น้ำมูกไหล หัวใจเต้นเร็ว(tachycardia) ความดันโลหิตต่ำหรือสูง โปแตสเซียมในเลือดต่ำ ปวดข้อ สายตาพร่ามัว ถ้าหากมีอาการข้างเคียงดังกล่าว หรือ แพ้ยา ให้รีบหยุดยา และปรึกษาแพทย์ทันที
ดัดแปลงภาพจากอินเตอร์เนต

05/09/2024

ที่อยู่

Bangkok
10210

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ 3G ทีร์ Tigers - Gun Guy Graphผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง 3G ทีร์ Tigers - Gun Guy Graph:

ทางลัด

แชร์