01/02/2021
ANIMAL: รู้ไหม เลือดสีน้ำเงินของสัตว์ชนิดหนึ่งที่เราคุ้นเคย ขายได้ลิตรละ 400,000 บาท
พูดถึง “เลือดสีน้ำเงิน” (blue blood) บางคนอาจจะพาลคิดไปว่ามันเป็นเรื่องการเมืองของมนุษย์ แต่ในทางชีววิทยา ไม่มีมนุษย์คนใด หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดใดเกิดมาพร้อมกับเลือดสีน้ำเงิน และสัตว์ที่มีเลือดสีน้ำเงินในโลกนี้ ก็จะมีแค่พวกสัตว์ตระกูลกุ้ง หอย ปลาหมึก แมงมุม แมงป่อง หนอนทะเล ไปจนถึงกิ้งก่าบางชนิด
แต่ในบรรดาสัตว์ที่เลือดสีน้ำเงิน มีเลือดของสัตว์ชนิดเดียวที่เลือดของมันมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ และมีมูลค่าอย่างมหาศาลด้วย สัตว์ที่ว่าคือแมงดาทะเล
ถ้าพูดถึงแมงดาทะเล หลายๆ คนอาจเปรี้ยวปากอยากกินยำไข่แมงดานะครับ แต่ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งก็คือสัตว์ที่หน้าตาแบบนี้มีมาเป็นล้านปีชนิดนี้ คนที่อื่นๆ เขาไม่เอามากินกัน (ซึ่งจริงๆ ก็กินกันแต่แถวๆ บ้านเราและจีนในบางโซนเท่านั้น ซึ่งบ้านเราถือว่าดังสุด เพราะกินกันกว้างขวาง) แต่ถ้าจับมาได้เขาใช้เป็นพวกเหยื่อตกปลาหรือไม่ก็ปุ๋ย
พูดง่ายๆ คือเมื่อก่อนมันแทบจะเป็นสัตว์ที่ไม่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจใดๆ เลย
จนเมื่อไม่นานมานี้ เลือดสีน้ำเงินของมันถูกใช้ในทางการแพทย์ และมันมีมูลค่ามหาศาล
ถ้าจะประเมินคร่าวๆ เลือดแมงดาทะเลสดๆ มีมูลค่าถึงราวลิตรละกว่า 400,000 บาทเลยทีเดียว ซึ่งบางคนก็ถึงกับบอกว่านี่คือเลือดที่ราคาแพงที่สุดในโลกแล้ว แพงกว่าสิ่งมีชีวิตใดๆ ทั้งนั้น
ทำไมเลือดมันถึงมีมูลค่ามากขนาดนั้น มันมีสรรพคุณอะไรกัน?
ถ้าจะให้พูดสั้นๆ ง่ายๆ เลือดแมงดาทะเล มันคือสารที่สามารถตรวจจับเชื้อโรคได้ดีที่สุดในโลก
และส่วนที่เป็นสีน้ำเงินของมันนี้แหละครับตัวสร้างสรรพคุณ
เนื่องจากแมงดาทะเลอาศัยอยู่ในน้ำตื้น ซึ่งเต็มไปด้วยเชื้อโรค มันเลยวิวัฒนาการสร้างเซลล์เฉพาะของมันเอาไว้ตรวจจับเชื้อโรคต่างๆ มาในเลือด ซึ่งเลือดของมันก็มีสรรพคุณคือ ถ้าเจอเชื้อโรคปุ๊บ มันจะสร้างเจลห่อหุ้มเชื้อโรคไว้เลย ไม่ให้เชื้อโรคมันแพร่กระจาย และองค์ประกอบในเลือดที่ว่านี้มันมีโมเลกุลของทองแดงเป็นหลัก มันก็เลยทำให้เลือดเป็นสีน้ำเงิน (ดังนั้นเหตุผลที่สัตว์ “เลือดสีน้ำเงิน” ทั้งหลายมีเลือดสีนี้ เพราะเลือดมันมีส่วนผสมของทองแดงนี่เองครับ)
จริงๆ นักวิทยาศาสตร์ค้นพบสรรพคุณของเลือดแมงดาทะเลที่ว่านี้มากว่า 50 ปีแล้ว แต่ก็มาช่วงหลังๆ นี่เองที่จะเริ่มเอาเลือดแมงดาทะเลมาพัฒนาเพื่อใช้ในทางการแพทย์จริงจังขึ้นเรื่อยๆ
เบื้องต้น ขนาดสารที่ทำจากเลือดแมงดาทะเลเจือจาง มันก็มีความสามารถในการตรวจจับเชื้อโรคได้น่าจะมากกว่าสารใดๆ ในโลก และสารนี้ก็ใช้เสริมในกระบวนการ “ฆ่าเชื้อ” เครื่องมือทางการแพทย์ต่างๆ ก่อนนำมาใช้กับผู้ป่วย เพราะเชื้อหลายๆ ตัวที่คนรับเข้าไปนิดเดียวก็อันตรายถึงตาย นั้นบางทีใช้กระบวนการฆ่าเชื้อปกติก็ยังมีความเสี่ยง แต่ถ้าผ่านการตรวจสอบว่าปลอดเชื้อด้วยเลือดแมงดาทะเลแล้วมันก็จะชัวร์ขึ้นอีกมาก
เท่านั้นยังไม่พอ ความสามารถในการตรวจจับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมระดับสุดยอดของเลือดแมงดาทะเลยังสามารถนำไปวิจัยต่อเพื่อพัฒนาวิธีการรักษาโรคจากไวรัสบางชนิด ไปจนรักษามะเร็ง ซึ่งไม่เคยทำมาก่อนได้อีกด้วย
และไม่ต้องไปไหนไกล วัคซีนของ COVID-19 ที่พัฒนาๆ กันอยู่ตอนนี้ เขาก็ต้องใช้เลือดแมงดาในการช่วยพัฒนา เพราะมันเป็นตัวช่วยเช็กว่า เชื้อโรคตายหมดจริงมั้ย ในกระบวนการพัฒนาวัคซีน
ได้ยินแบบนี้ คงจะไม่แปลกใจใช่มั้ยครับว่าเลือดแมงดาทะเลถึงมีมูลค่าขนาดนี้
แต่นั่นก็เป็นภัยต่อแมงดาทะเลอยู่
เพราะอย่างน้อยๆ จำนวนแมงดาทะเลในอ่าวเดลาแวร์ของอเมริกาซึ่งเป็นอ่าวที่มีแมงดาทะเลชุกชุมที่สุดนั้นลดลงถึง 75-90% เลยทีเดียวในรอบราว 15 ปีที่ผ่านมา (แม้ว่าจริงๆ จะเริ่มมีการเก็บเกี่ยวเลือดพวกมันมาเป็นเวลา 30 ปีแล้ว)
ซึ่งจริงๆ ในกระบวนการ เขาก็ไม่ได้ดูดเลือดมันไปจนตายละครับ หลักการที่ทำมาตลอดคือการบังคับให้มัน “บริจาคเลือด” มาบางส่วน (ราวๆ 1 ใน 3) แล้วปล่อยกลับลงทะเลไป
แต่ในความเป็นจริงที่ผ่านๆ มา แมงดาทะเลราวๆ 1 ใน 3 ที่กลับลงทะเลไปจะไม่รอด จำนวนมันเลยลดลงเรื่อยๆ จนน่าใจหาย
ดังนั้นก็จึงไม่แปลกที่หลังๆ คนเริ่มพยายามหาวิธีจะทำให้มันไม่ตาย ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการที่ทำให้มันไม่ต้องอยู่นอกน้ำนานเกินไป หรือการดูดเลือดมันมาน้อยลงก่อนปล่อยลงทะเล
ทั้งนี้ทั้งนั้น ที่เล่ามาทั้งหมดฟังแล้วก็อาจสงสัยนะครับว่าถ้าเลือดมันมีมูลค่ามากขนาดนี้ ทำไมคนไทยไม่เอาเลือดมันมาขายบ้าง? เพราะแมงดาทะเลบ้านเราก็เยอะ
ในความเป็นจริง แมงดาทะเลบ้านเราเป็นคนละพันธุ์กับในอเมริกา แต่เลือดก็ถือว่ามีสรรพคุณเหมือนกัน และเท่าที่ค้นมา ก็ไม่มีห้องแล็บเมืองไทยห้องไหนเอาแมงดาทะเลมาสูบเลือดขายกันเป็นล่ำเป็นสัน และแมงดาทะเลในบ้านเราส่วนใหญ่ก็จะมีปลายทางมาที่ร้านจำพวกทะเลเผา (ทั้งนี้แล็บใกล้สุดที่เอาแมงดาทะเลมาสูบเลือดอย่างเป็นล่ำเป็นสันน่าจะอยู่ที่จีน)
ส่วนทำไมไม่มี เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ เพราะเดาว่าการทำห้องแล็บระดับนี้ มันต้องใช้เทคโนโลยีระดับสูง ระดับที่บ้านเราไม่มี (เช่นเดียวกับอีกหลายๆ เทคโนโลยี) และบริษัทต่างชาติก็อาจไม่รู้สึกว่าถ้าจะมาลงทำโรงงานสูบเลือดแมงดาที่บ้านเราก็ไม่คุ้มเท่าที่อื่นก็ได้
#พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า