11/04/2022
สุภาษิตอังกฤษโบราณกล่าวไว้ว่า
“Nothing ventured, nothing gained.”
“ถ้าเราไม่เสี่ยง เราก็จะไม่ได้รับอะไร”
หรืออาจจะคล้ายกับคำว่า “ไม่ลอง ไม่รู้” ถ้าไม่ลองเลย ก็ไม่มีทางรู้ผลได้เลย
ถ้าไม่ลอง ก็ไม่ได้เรียนรู้ ไม่ได้มีประสบการณ์ใหม่ ๆ
ไม่กล้าออกจาก Comfort zone ก็คงเติบโตไม่ได้
ถ้าเราไม่มีประสบการณ์ใหม่ เราก็จะไม่ได้รับมุมมองใหม่ และสิ่งนี้ยังคงเป็นจริงจนถึงทุกวันนี้
ตั้งแต่ลูกเรือโบราณที่กล้าเสี่ยงฝ่าฟันท้องทะเลอันกว้างใหญ่ และความไม่แน่นอน
เพื่อสำรวจดินแดนใหม่ ๆ จนไปถึงผู้ประกอบการดิจิทัลยุคใหม่ที่ออกเดินทางฝ่าฟันโลกออนไลน์
อันกว้างใหญ่ และเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และโลกยังคงให้รางวัลแก่ผู้กล้าทั้งหลายเหล่านั้น
เพราะพวกเขาเป็นคนส่วนน้อยที่กล้าเผชิญหน้าต่อสิ่งที่คนอื่นพยายามหลีกเลี่ยง
พวกเขาเป็นคนที่พร้อมจะยอมรับกับความรู้สึกที่น่าอึดอัด
และพร้อมที่จะโอบกอดกับความท้าทายที่เข้ามา
กระบวนการเหล่านั้นทำให้พวกแข็งแกร่ง และเติบโตขึ้น
ทุกคนอยากที่จะเติบโตกันทั้งนั้น แต่ส่วนหนึ่งในตัวเราก็ไม่อยากให้เราไปเสี่ยงกับภัยอันตรายใหม่ ๆ
3 เทคนิคก้าวออกจาก Comfort zone
1 #เป้าหมายต้องสร้างแรงบรรดาลใจ
เคยไหมครับกับการตั้งเป้าหมายว่า เราต้องรวยขึ้น มีหุ่นที่ดีขึ้น อ่านหนังสือได้มากขึ้น
แต่กลับไม่ได้สร้างแรงบรรดาลใจให้ลงมือทำเราเลย
อย่างนี้ตั้งก็เหมือนไม่ได้ตั้ง ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากเดิม
เป้าหมายที่ดีนั้นจะให้แรงบรรดาลใจแก่เรา ช่วยให้เราอยากเคลื่อนไปข้างหน้า
“ถ้าไม่มีไฟอยู่ใต้ที่นั่งของเรา เราจะคาดหวังให้ตัวเองลุกขึ้นและเริ่มวิ่งได้อย่างไร?”
การทำงานพิเศษเพื่อหารายได้ เพื่อมาดูแลแม่ที่กำลังป่วย
หรือการวางแผนไปใช้ชีวิตต่างประเทศ 1 ปีเพื่อฝึกภาษา และหาประสบการณ์ชีวิต
หรืออะไรก็ตามที่ทำให้เราตื่นเต้น และกระตุ้นเราทุกครั้งที่นึกถึงมัน
2 #เปลี่ยน “ความกลัว” เป็น “ความตื่นเต้น”
เมื่อเรามีเป้าหมายแล้ว ต่อมาคือเราจำเป็นต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ ทำในสิ่งใหม่ หาประสบการณ์ใหม่
และในจุดนี้ความกลัวจะเกิดขึ้น กลัวในการทำสิ่งใหม่ กลัวในสิ่งที่เราไม่คตุ้นเคย
ความกลัวในความไม่แน่นอน ความกลัวในความล้มเหลว ความกลัวในสิ่งที่เราไม่รู้
ในหนังสือ The Originals ของอดัม แกรนท์ได้กล่าวถึงการศึกษาที่ Harvard Business School
ซึ่งศาสตราจารย์ Alison Brooks ขอให้นักเรียนกล่าวสุนทรพจน์โน้มน้าวใจต่อหน้าคณะกรรมการตัดสิน
ด้วยการเตรียมตัวเพียงสองนาทีเท่านั้น ซึ่งนักเรียนหลายคนมีอาการสั่นอย่างเห็นได้ชัด
ดังนั้นเพื่อช่วยพวกเขาจัดการกับความกลัว ศาสตราจารย์จึงขอให้นักเรียนพูดออกมาดังๆ
สามคำก่อนจะกล่าวสุนทรพจน์ โดยการสุ่มให้พวกเขาพูดคำว่า
“ฉันสงบ (I am calm)” และ “ฉันตื่นเต้น (I am excited)”
ผลลัพธ์ที่ได้คือ “เมื่อนักเรียนเชื่อว่าอารมณ์ของตนเองคือความตื่นเต้น สุนทรพจน์ของพวกเขาได้รับการจัดอันดับว่ามีความโน้มน้าวใจได้มากกว่า 17 เปอร์เซ็น และมั่นใจมากกว่านักเรียนที่พูดออกมาว่าฉันสงบ 15 เปอร์เซ็น รวมทั่งการปรับความกลัวใหม่เป็นความตื่นเต้นกระตุ้นให้ผู้พูดเพิ่มความยาวเฉลี่ยของสุนทรพจน์ได้ถึง 29 เปอร์เซ็นต์”
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าต่อจากนี้ในเวลาที่เรารู้สึกกลัวหรือวิตกกังวล
เราลองเปลี่ยนใหม่เป็นเรากำลังรู้สึก ”ตื่นเต้น” ในสิ่งนี้ เช่น
เราตื่นเต้นจะพูดในที่สาธารณะ เราตื่นเต้นที่จะทำงานใหม่ เราตื่นเต้นที่จะได้ไปต่างประเทศ
พลังงานของความเครียดจะเปลี่ยนไป กลายเป็นความท้าทาย และช่วยให้เรากล้าลงมือทำได้มากขึ้น
3 #ออกเดินทางทันที
กะลาสีเรือออกเดินเรือด้วยความเชื่อตามเป้าหมายที่ได้สร้างแรงบรรดาลใจให้กับเขา
และด้วยความตื่นเต้นที่จะเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ สิ่งสุดท้ายที่จำเป็นก็คืนการเริ่มออกเดินทาง
ลงมือทำขณะที่ยังมีพลังอยู่ ยังมีความตื่นเต้นที่จะทำ ยิ่งปล่อยไว้นานเรือก็ยิ่งเก่า สนิมขึ้น ฝุ่นจับ
แรงบรรดาลใจก็เช่นกัน ถ้ามัวแต่นั้งคิด วางแผนเพราะกลัวความผิดพลาด อาจทำให้เรารู้สึกเหนื่อย
จากความตื่นเต้นอาจกลายเป็นความวิตกกังวล กลัวจะล้มเหลว ก็คงไม่ได้ออกเดินทางสักที
ทำใจให้เหมือนกับนักสำรวจ เตรียมใจรับมือกับความไม่แน่นอน ความท้าทายทุกอย่างที่เข้ามา
“ แล้วเริ่มออกเดินทางทันที “
การที่เราจะเติมโตในแบบที่เราต้องการนั้น ต้องใช้ทักษะ นิสัย ความรู้ และประสบการณ์ใหม่ ๆ
การจะเติบโตจากที่ที่เราอยู่ไปยังที่ที่เราอยากเป็น แน่นอนเราต้องทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน
เราต้องเต็มใจที่จะรู้สึกไม่สบายใจ และความจริงก็คือเราต้องไม่เพียงแค่โอเคกับความรู้สึกไม่สบายเท่านั้น แต่เราต้องตกหลุมรักกับมันเลยทีเดียว เพราะมันไม่ได้เป็นเพียงชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น มันคือส่วนหนึ่งของชีวิต เหมือนดั่งพายุที่เป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทร เราไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่
เราทำได้เพียงแค่ยอมรับว่ามันมีอยู่ และเตรียมพร้อมรับมือกับมันให้ดีที่สุดก็พอ
สุดท้ายนะครับอยากจะฝากเพื่อน ๆ ไว้ว่า
“เรือเล็กควรออกจากฝั่ง แต่ถ้าเรือพังต้องเอาไปซ่อมก่อนนะครับ” (หยอกครับ ๆ)
“Do you want to take a leap of faith or become
an old man filled with regret waiting to die alone”
- Saito (Inception)
“อยากจะกระโจนไปด้วยศรัทธาหรือกลายเป็นชายชราที่เต็มไปด้วยความเสียดาย
และรอความตายเพียงลำพัง”
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อนักเดินทางทั้งหลายนะครับ
อยากรู้เวลาที่ติดอยู่ใน Comfort zone เพื่อน ๆ เป็นยังไงกันบ้าง
แล้วใช้วิธีไหนในการออกจาก Comfort zone กันบ้างครับ
เรามาเกลาไปด้วยกันนะครับ
#เกลานิสัยอันตราย
Writer : KANIN
Ref.
https://www.omaritani.com/blog/comfort-zone
https://positivepsychology.com/comfort-zone/
🌈สั่งซื้อสินค้าเพื่อสนับสนุนโครงการเกลา นิสัยอันตราย : https://bit.ly/3sCQHIp
ติดตาม เกลา นิสัยอันตราย ในโซเชียลอื่นๆ ได้ตามนี้เลยครับ
📌Youtube : https://bit.ly/3u5JvVI
📌Instagram : https://www.instagram.com/klaoshow/
📌Line OpenChat : https://bit.ly/3dhmuID
🔺 Website : https://bit.ly/2I7M5Yi
🔺 Blockdit : https://bit.ly/2Jw91RM
📞 ติดต่อโฆษณาหรือสปอนเซอร์ได้ที่
E-mail : [email protected]
Call : 084-645-9656 คุณแคท