01/05/2020
💡โป่งขาม (phantom quartz)💡
หรือมลทินในเนื้อควอตซ์แบบต่างๆ(Quartz with Inclusion) เป็นควอตซ์ใสซึ่งอาจมีแร่เพียงชนิดเดียว หรือมีแร่ชนิดอื่นอีกหลายชนิดภายในผลึกของมัน แร่ที่มักพบเป็นมลทินและเป็นที่รู้จักกัน ได้แก่ แร่ในกลุ่มคลอไรต์(Chlorite) มีสีเขียวหรือลาเวนเดอร์ พวกปวก, เฮมาไทต์(Hematite) มีประกายสีแดง หรือเป็นผงสีแดง), เกอไทต์(Goethite) เป็นสีเหลือง ส้ม, แร่รูไทล์(Rutile) เป็นเส้นเข็มสีทอง สีดำ สีเงิน, เนื้อของดินเหนียว เป็นผงดินสีน้ำตาล, ไมกา(Mica) เป็นผลึกหกเหลี่ยมสีมืดดำ, สเปคคูลา เฮมาไทต์(Specular Hematite) มีประกาย สะท้อนแสงสีเงิน, เอพิโดต(Epidote) ผลึกเข็มสีเขียว, ทัวร์มารีน(Tourmaline) เป็นแท่งเข็มสีดำ อาจเป็นของเหลว(เอนไฮโดร(Enhydro))หรือก๊าซ(ฟองเล็กๆ) แม้กระทั่งโลหะทองคำหรือเงิน ซึ่งรูปลักษณ์ที่เกิดจากมลทินเหล่านี้ ทำให้เกิดความน่าสนใจและสวยงาม รวมถึงมีรูปลักษณ์ที่ทำให้จินตนาการถึงภาพทิวทัศน์หรือสิ่งต่างๆ ที่ทำให้เหมาะแก่การสะสมของผู้สนใจ
💡การเกิด💡
ในขณะที่มีการตกผลึกหรือการก่อตัวในแบบอื่นๆ ตามสภาวะแวดล้อมที่ควอตซ์เกิดขึ้น พร้อมกับแร่ต่างๆมากมาย แร่เหล่านี้ อาจอยู่ในสภาวะเป็นสารละลายหรือฟองอากาศที่อยู่ภายในน้ำ เมื่อควอตซ์ตกผลึกสารละลายและฟองอากาศเหล่านี้ยังคงอยู่ในน้ำล้อมรอบผลึกควอตซ์ที่กำลังก่อตัวบางส่วนก็ถูกผลึกควอตซ์ที่ตกผลึกล้อมรอบและถูกเก็บไว้ภายในผลึกนั่นเอง ธาตุต่างๆเหล่านี้ก็ไม่ได้ออกไปไหน เมื่อพวกมันถูกฝังอยู่ภายในผลึกควอตซ์ ธาตุที่ถูกฝังอยู่บางส่วนอื่นๆ ก็มาก่อร่างและกลายเป็นรูปร่างของผลึกแร่ภายในผลึกควอตซ์ด้วยเช่นกัน
โดยทั่วไป มลทินเหล่านี้สามารถเข้าไปอยู่ในผลึกของควอตซ์ได้ 3 วิธีด้วยกัน
1. แร่ได้ก่อตัวเป็นผลึกแล้วและ ผลึกควอตซ์ได้ก่อตัวล้อมรอบผลึกของแร่ชนิดนั้น ทำให้รูปแบบผลึกดั้งเดิมของแร่ที่อยู่ภายในควอตซ์ถูกเก็บรักษาไว้ ในขณะที่ส่วนที่ไม่ได้ถูกห่อหุ้มไว้โดยผลึกอาจแตก หลุดออก หรือผุพังไปตามเวลาที่ผ่านมา มลทินที่เกิดในรูปแบบนี้ เรียกว่า ตำหนิภายในที่มีอยู่ก่อนการเกิด(Protogenetic Inclusion) โดยเราสามารถสังเกตุโครงร่างของผลึกมลทินที่เป็นแบบนี้จาก การที่ผลึกมลทินเป็นลักษณะการวิ่งผ่านผลึกควอตซ์ทั้งหมด มากกว่าการที่เส้นไยจะเกิดเต็มรูปร่างแบบสุ่มนั่นเอง
2. ผลึกควอตซ์และแร่ที่ก่อตัวรวมอยู่ภายในนั้นตกผลึกและเติบโตขึ้นพร้อมกัน การเกิดของผลึกมลทินกับควอตซ์แบบนี้เรียกว่า ตัวหนิภายในที่เกิดในเวลาเดียวกัน(Syngenetic inclusions) ซึ่งทำให้ รูปร่างของแร่ที่ก่อตัว มักจะเบี่ยงเบนจากรูปแบบปกติ และลักษณะผลึกที่เกิดขึ้นมีลักษณะที่แปลกไป ทำให้ยากต่อการนำมาระบุชนิดของผลึกภายใน หากนำมาตรวจสอบแบบไม่ทำลาย ซึ่งก็มีปัญหาต่อการวิเคราะห์ชนิดแร่โดยผู้เชี่ยวชาญเลยทีเดียว บางครั้งการก่อตัวแบบนี้ทำให้เกิดลักษณะการก่อตัวแบบแฟนทอม(Phantom) ที่เกิดจากการที่ผลึกแร่เริ่มตกผลึกและก่อตัวไม่ทันผลึกควอตซ์ ทำให้ผลึกควอตซ์ห่อหุ้มแร่บางส่วน กรณีเช่นนี้ อาจถูกพิจารณาว่าเป็นรูปแบบในกรณีนี้ได้เช่นกัน
3. ธาตุที่ซ่อนอยู่ในผลึกของแร่ควอตซ์สามารถเปลี่ยนไปเป็นแร่อื่นได้ เมื่อสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อเงื่อนไขระหว่างการเจริญเติบโตของผลึก มีผลให้ธาตุหรือแร่ภายในผลึกสามารถหลบอยู่ในโครงสร้างในช่วงที่สภาวะอุณหภูมิและความดันหนึ่ง แต่เมื่อสภาวะทั้งอุณหภูมและความดันเปลี่ยนแปลงไป ก็ทำให้แร่หรือธาตุที่ซ่อนอยู่เกิดการฟอร์มตัวใหม่ มลทินในรูปแบบนี้เรียกว่า ตำหนิภายในที่เกิดภายหลัง(Epigenetic Inclusion) บ่อยครั้งที่มลทินเหล่านี้จะเน้นก่อตัวไปที่แกนผลึกของผลึกควอตซ์ ตัวอย่างที่ดีที่สุดของการเกิดมลทินแบบนี้ คือ โรสควอตซ์ นั่นเอง
การก่อตัวและการตกผลึกของแร่และควอตซ์แต่ละรูปแบบ สามารถบ่งบอกถึงแหล่งที่มา ลักษณะพื้นที่โดยรอบ รวมถึงสภาวะของอุณหภูมิและความดันได้เลยทีเดียว
💡แร่ที่มักเป็นมลทินในเนื้อควอตซ์💡
หมู่แอมฟิโบล(Amphibol Group) เป็นกลุ่มแร่สำคัญที่มักพบในสภาพแวดล้อมของการเกิดที่มีอุณหภูมิปานกลางถึงสูงและบางส่วนเป็นแร่ประกอบหิน โดยเกิดเป็นแร่ที่มีลักษณะเส้นไยต่างๆ ที่มักแสดงลักษณะของปรากฎการณ์ตาแมวในเนื้อควอตซ์ จนบ่อยครั้งแร่ในกลุ่มแอมฟิโบลก็ถูทำเหมืองในรูปแบบแร่ไยหิน ตัวอย่างของแร่ในกลุ่มแอมฟิโบลที่มักพบบ่อยในควอตซ์ คือ แอคทิโนไลต์(Actinolite)
ในมุมที่เจ้าของร้านที่เห็นเนื้อของแก้วแรแล้ว เป็นลักษณะขององค์ประกอบของเส้นไยเล็กๆที่อาจมีทั้งสีเทา เขียว น้ำเงิน ซึ่งเมื่อเทียบในแก้วแร่บางชนิด ก็คิดว่าเป็นองค์ประกอบจากแอคทิโนไลต์นั่นเอง
กลุ่มแร่ที่เป็นองค์ประกอบจากไทเทเนียม เรามักพบแร่ที่เป็นองค์ประกอบจากธาตุไทเทเนียมอยู่ในเนื้อควอตซ์ในหลายครั้ง โดยชนิดที่รู้จักกันดี คือ ไหมทอง ไหมเงิน ไหมนาก แก้วขนเหล็ก เป็นต้น ซึ่งหากเทียบเป็นชนิดแร่แล้ว จะมีชื่อแร่ที่เกิดเป็นมนทิลในเนื้อควอตซ์ ดังนี้
1. อะนาเทส(Anatase) เกิดได้ในหลายรูปลักษณ์ผลึกในเนื้อควอตซ์ และมีสีได้หลากหลาย เช่น ดำ น้ำตาล น้ำเงินเข้ม ส่วนใหญ่จะพบเป็นลักษณะเป็นแผ่นของโซนสีในเนื้อควอตซ์
2. รูไทล์(Rutile) เมื่อเกิดในเนื้อควอตซ์จะมีลักษณะที่เรารู้จักกันดีว่าเป็นลักษณะผลึกแบบเส้นสีทอง หรือสีส้มทองแดง จนตั้งชื่อจนคุ้นหูกันว่า ไหมทอง นั่นเอง
3. บรูไคต์(Brookite) เป็นแร่ไหมสีเทาแบบโลหะ ที่มักเกิดเป็นแส้นไหมในรูของหินหรือในเนื้อของควอตซ์ ซึ่งก็ คือ ไหมเงินนั่นเอง
แก้วโป่งขาม เป็นหินแก้วตระกูลแร่ควอตซ์ (Quartz) หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “แร่เขี้ยวหนุมาน” โดยตามมาตรความแข็งของโมส์ (Moh’s scale of hardness) ควอตซ์มีค่าความแข็งอยู่ในอันดับที่ 7 (ความแข็งมี 10 อันดับ เพชร แข็งที่สุด คืออันดับ 10) โดยลักษณะของควอตซ์จะมีความโปร่งใส ไปจนถึงทึบแสง และมีมากมายหลายสี ควอตซ์จึงจัดเป็นรัตนชาติตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่ง และหลายพื้นที่ในประเทศไทยพบควอตซ์หลายชนิด แต่ชนิดที่นำมาทำแก้วโป่งข่ามนั้น พบมากที่ อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง
“แก้ว” ตามความหมายโดยทั่วไป หมายถึง หินใส ที่สามารถมองเข้าไปข้างในได้
“โป่ง” หมายถึง ลักษณะของสิ่งที่พองด้วยลม หรือแก๊ส เช่น ดินโป่ง (ดินที่มีเกลือ) เป็นต้น
“ขาม” เป็นภาษาถิ่น หมายถึง อยู่ยงคงกระพัน
“แก้วโป่งข่าม” จึงมีความหมาย คือ หินใสที่มองเล็ดลอดเข้าไปข้างในและมีความอยู่ยงคงกระพัน โดยเกิดจากการผุดขึ้นมาจากช่องดิน
แก้วโป่งขาม เป็นอัญมณีศักดิ์สิทธ์คู่บ้านคู่เมืองของอำเภอเถินมาช้านาน เชื่อกันว่าสามารถคุ้มภัยให้คุณในทางที่ดี อีกทั้ง อำเภอเถินยังมีแหล่งกำเนิด (ขุมแก้ว) ที่ชาวบ้านเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ที่ “ดอยโป่งหลวง” บ้านนาบ้านไร่ หมู่ที่ 5 ตำบลแม่ถอด มีการขุดพบโป่งขามยักษ์ เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2545 ปัจจุบัน ประดิษฐานอยู่ในเจดีย์ วัดบ้านนาบ้านไร่ เป็นองค์พระเจ้าแก้วโป่งข่ามที่องค์ใหญ่ที่สุดในโลก โดยสูง 99 เซนติเมตร วัดรอบฐาน 66 เซนติเมตร น้ำหนัก 1,000 กิโลกรัม อันเป็นที่เคารพบูชาของชาวบ้าน
แน่นอนว่า เมื่อมีแหล่งกำเนิดอยู่ใกล้ชุมชน ต้องเกิดอาชีพที่ก่อให้เกิดรายได้ ชาวบ้านจึงได้ขุดเอาหินแก้วโป่งขามจากแหล่งแก้วศักดิ์สิทธิ์นี้ นำมาเจียระไน โดยอาศัยประสบการณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมา ก่อให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้แก่คนในชุมชนจนกลายเป็นอุตสาหกรรมประจำหมู่บ้าน เมื่อหน่วยงานภาครัฐเล็งเห็นถึงศักยภาพของคนในชุมชน จึงได้ให้การสนับสนุน ทำให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ของกลุ่มเจียระไนแก้วโป่งขาม ตำบลแม่ถอด โดยมีผลิตภัณฑ์เครื่องประดับ ทั้งแหวน ล็อกเกต กำไลข้อมือ จี้สร้อย รวมไปถึงการแกะสลักพระพุทธรูป ซึ่งถือเป็นความมีสิริมงคลและความขลัง
เมื่ออยู่ภายใต้ผิวดิน แก้วโป่งขามสามารถที่จะดูดขับพลังงานจากธรรมชาติได้ ตลอดจนแสดงพลังงานออกมาในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปจนคนโบราณสังเกตพบ และกำหนดชื่อเรียกขานแก้วแบบนั้นๆ ตามลักษณะ และรูปแบบพลังงานที่แสดงออกมาเพื่อสะดวกแก่การจดจำ และใช้สอย จึงจะขอยกตัวอย่างดังต่อไปนี้
----------
💡แก้วขนเหล็ก💡 เป็นแก้วโป่งขามที่มีความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่โป่งข่ามด้วยกันอาจจะเป็นเพราะมีการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ เรื่องแก้วขนเหล็ก จึงทำให้ผู้คนคุ้นหูกับคำว่า แก้วขนเหล็ก ก็เป็นไปได้ แก้วขนเหล็ก ในบรรดาแก้วขนเหล็กนั้นก็จะแยกออกเป็นสองแบบ คือ
1. แก้วขนเหล็กใส เนื้อแก้วจะเป็นแก้วที่น้ำใส ภายในมีเส้นแร่ปรากฏอยู่ มีขนาดไม่เกินเส้นผม บางคติความเชื่อกล่าวกันว่า เส้นขนสีดำที่อยู่ภายในเม็ดแก้วคือ "เหล็กไหล" ในทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า เส้นขนในแก้วชนิดนี้เป็นแร่รูไทล์ (Rutile) ธาตุไทเทเนียม (Titanium) ซึ่งเป็นแร่ประเภทโลหะที่มีราคาแพง ให้สรรพคุณในเรื่องของอยู่ยงคงกระพัน ช่วยคุ้มครองป้องกันภูตผีปีศาจ และยังให้โชคลาภอีกด้วย
2. แก้วขนเหล็กตัน แก้วโป่งขามชนิดนี้ จะมีเส้นขนสีดำลักษณะเดียวกันกับแก้วขนเหล็กใส เส้นขนจะใหญ่และหยาบกว่า เนื้อแก้วเป็นสีขาวขุ่นหรือสีเทา แก้วขนเหล็กตันสามารถหาได้ง่ายกว่าแก้วขนเหล็กใส ช่วยในเรื่องของโชคลาภ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางติดต่อค้าขายและต้องการประสบความสำเร็จก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
----------
💡แก้วเข้าแก้ว 💡 นับได้ว่าเป็นแก้วที่แปลกประหลาด ค่อนข้างจะเป็นที่นิยมอย่างสูงในหมู่นักสะสมโป่งข่ามราคาก็ค่อนข้างที่จะสูงกว่าโปงข่ามชนิดอื่นและเป็นแก้วที่หาได้ยากลักษณะของแก้วชนิดนี้เมื่อยังไม่ได้ทำการเจียระไน ตอนยังเป็นหน่อแก้วอยู่นั้น จะมองเห็นมีหน่อแก้วลิ่มเล็ก ๆปรากฏอยู่ข่างในหน่อแก้วอาจจะลิ่มเดียวหรือเป็นกลุ่ม งอกขึ้นอยู่ภายในหน่อแก้วใหญ่ โดยแทงทะลุจากภายนอกด้านใดด้านหนึ่งเข้าไปภายใน หรืออาจจะเป็นหน่อแก้วซ่อนอยู่ภายในหน่อแก้วใหญ่เชื่อกันว่าแก้วเข้าแก้วเป็นแก้วที่มีพลังสูงซึ่งผู้ที่เป็นเจ้าของอาจจะสัมผัสได้ถึงขุมพลังเร้นลับเหล่านั้น หากผู้ที่ได้ครอบครองปฏิบัติดีต่อแก้ว ย่อมที่จะได้รับผลดีตอบแทนอย่างคาดไม่ถึงว่ากันว่าแก้วเข้าแก้วให้คุณทางด้าน อำนาจ, วาสนา, เสริมบารมี
----------
💡แก้วทรายคำ💡 มีลักษณะเด่นคือ เมื่อนำมาเจียระไนทำหัวแหวนแล้ว ด้านบนของแก้วจะมีลักษณะใสด้านล่างหรือพื้นแก้วจะมีแร่คล้ายๆเม็ดทรายเรียงรายอยู่เต็มพื้นแก้ว โดยทั่วไปแล้วจะมีหลายสี แต่ที่นิยมกันจะมี สีแดง สีส้ม สีทอง ซึ่งก็มีความเชื่อตามสีของเม็ดทรายแตกต่างกันไป เช่น สีส้มสีแดง ให้คุณทางด้าน ป้องกันโรคภัย ส่งเสริมสุขภาพของผู้ครอบครอง สีทองให้คุณทางด้าน โชคลาภเงินทอง มั่งมีศรีสุข
----------
💡แก้วแร💡 นี้เป็นแก้วที่ส่งผลในการค้ำชูสำหรับผู้ที่ทำธุรกิจค้าขาย เป็นแก้วที่จะเหนี่ยวนำให้เกิดความคิด หรือภูมิปัญญาอันเป็นที่มาของโภคทรัพย์ ซึ่งอาจเปรียบเสมือนแก้วจินดามณี อันหมายถึงพระนางจินดา (พระสุรัสวดี) เทวีแห่งปัญญานั่นเองผู้ที่ครอบครองแก้วแรมักจะเกิดญาณทัศนะบางอย่าง ที่ทำให้สามารถหยั่งลึกได้ในลู่ทางของทรัพย์ หรือก่อให้เกิดจินตนาการเชิงศิลปะ อีกทั้งบังเกิดโชคลาภอันเป็นที่มาของทรัพย์อีกด้วย โดยจะแบ่งออกเป็น
1.ประกายแร ถ้าในแก้วมีเส้นแพรแก้ว ในลักษณะควันแพรแก้วมักจะพบในแก้วสีฟ้าควัน แพรแก้วตวัดม้วนอยู่ข้างในและมีประกายแรติดอยู่กับเส้นแพรแก้วด้วยทำให้เกิดวาวแววเหลือบบนผิวแก้ว
2.แรสาด อีกแบบหนึ่งที่เส้นแพรแก้วอยู่ลักษณะโค้งเว้าลงก้นแก้ว ประกายแรกลิ้งได้ แววสาดกลิ้งไปกลิ้งมาบนหน้าแก้ว แบบนี้เรียกว่าแรสาด
3.แรใน แรเหลือบ ยังมีแก้วแบบพิเศษอีกแบบหนึ่งที่มีความแวววาวแรและวาวสีพิเศษในเนื้อแก้วมองๆดูเหมือนแก้วเนื้อใสธรรมดา บางทีก็เห็นเหลือบสีขึ้นมาโดยมองจากแต่ละมุมไม่เหมือนกัน แบบนี้เป็นลักษณะของ แก้วแรใน แบบ น้ำแก้วน้ำใส วาวแรที่สะท้อนกันเองในแก้วดั่งน้ำและน้ำมันรวมกัน สีที่เจือจางอยู่มุมใดมุมหนึ่งของแก้ว สามารถทอสีขึ้นมาโดยวาวสีเล่นกับวาวแก้วจึงเรียกกันว่าแก้วแรใน สมัยโบราณคนที่เล่นสะสมโป่งข่าม แก้วชนิดนี้มีราคาดีมากเพราะเป็นการเล่นด้วยน้ำใสของแก้วอีกทั้งยังแรเหลือบสีประหลาดที่เราสามารถเห็นจากข้างใดข้างหนึ่ง แก้วชนิดนี้ถือว่าเป็นแก้วที่หายากมาก
----------
💡แก้วประภาหมอกมุงเมือง💡 เป็นโป่งขามประเภทที่มีเนื้อภายในแก้วมีลักษณะเป็นลายสีขาวขาวขุ่นหนาทึบเหมือนกับเมฆหมอก หมอกมุงเมืองบางเม็ดสีเหมือนตอนฝนใกล้จะตกคือจะออกครึ้มๆ บางเม็ดก็เป็นสีหมอกเหมือนตอนที่วันท้องฟ้าแจ่มใสคือมีสีหมอกใสหรือหมอกอมฟ้า บางครั้งจะเป็นเพียงริ้วบาง ๆแทรกด้วยสีฟ้าอ่อน หรือมีลักษณะเหมือนกับควันไฟขาว ๆ ก็ได้ มีความเชื่อกันว่า หากใครได้ครอบครองแก้วหมอกมุงเมือง จะส่งผลให้เกิดความชุ่มเย็นกับตัวเองและครอบครัว และยังส่งผลในด้านทรัพย์สินเงินทองให้บริบูรณ์อีกด้วย
----------
💡แก้ววิตูลสีน้ำผึ้ง💡 ลักษณะทั่วไป น้ำแก้วจะมีหลายลักษณะ คือ ประเภทน้ำใสจะมีสีเหลือง โดยทั่วไปแล้วจะมีน้อยมากที่จะพบสีเหลืองใสจริงๆมักจะมีสีขุ่นเหลืองเสียมากกว่า จะไม่ขุ่นมากนัก สีเหลืองขุ่นมีลาย ลักษณะลายประกอยอาจจะมีลายทีเกิดขึ้น เป็นริ้ว หรืออาจจะเป็นวงๆ คล้ายๆ กับ แก้วตาเสือ อาจจะมีสีภายในเม็ดเดียวกัน เช่นสีขาว สีดำ สีเหลือง ซึ่งเป็นลักษณะที่หายากมาก แก้วสีวิตูลน้ำผึ้งเราจะเปรียบเทียบสี ได้จาก สี่ของน้ำผึ้ง คือจะไม่ออกสีเหลืองมากนัก แต่จะออกสีเหลืองอมส้ม ผสมอยู่ คุณวิเศษของแก้ววิตูลสีน้ำผึ้งหากผู้ใดที่ได้ครอบครองนำมาเป็นขวัญถุง หัวแหวนหรือจี้ เครื่องประดับต่างๆ จะทำให้เกิดโชคลาภ ทวีคูณ เกิด ความชุ่มเย็นมีชื่อเสียงและอำนาจ การค้าขาย การติดต่อ และยังแคล้วคลาดอีกด้วย
----------
💡แก้วพิรุณแสนห่า💡 เป็นแก้วที่มีลักษณะเด่นของลวดลายเป็นสายฝน พุ่งลงมาจากด้านบนสู่ด้านล่าง ซึ่งคล้ายกับฝนที่ตกลงมาเป็นริ้วๆ มีความเชื่อกันว่า แก้วพิรุณแสนห่านี้ สามารถคุ้มครองผู้ที่เป็นเจ้าของ จะสามารถแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง ทำให้ทรัพย์สินงอกเงย อีกทั้งยังทำให้เกิดความเจริญและสามารถพลิกฟื้นชะตาให้ดีขึ้นได้ เปรียบได้กับสายฝน ที่สามารถให้ความชุ่มชื้นและพลิกแผ่นดินให้เกิดความอุดมสมบูรณ์เจริญงอกงาม แก่สรรพสิ่งทั้งหลายได้
----------
💡แก้วปวก คำว่าปวก💡 เป็นภาษาเหนือที่แปลว่า ต่อมน้ำหรือฟองน้ำ แสดงถึงสิ่งที่มีลักษณะฟูขึ้นมา เหมือนต้นไม้, ใบหญ้า, ตะใคร่น้ำ, ประการังหรือสาหร่าย จะเรียกรวมกันว่าปวก แก้วปวกมีหลายวรรณะ เรียกชื่อตามลักษณะ เช่น ปวกเขียว, ปวกแดง, ปวกชมพู, ปวกเงิน, ปวกครั่ง, ปวกลอย, ปวกทราย ฯลฯ คุณสมบัติตามความเชื่อ ถือว่าให้คุณในการทำมาค้าขาย เสน่ห์เมตตามหานิยม สำหรับเวลาไปติดต่อประสานงาน ทำให้ดำเนินการต่างๆ ราบรื่น แคล้วคลาดภยันตราย
----------
💡แก้วสามกษัตริย์💡 แก้วที่เกิดจากการรวมกันของแก้วต่างสกุลในผลึกเดียว เช่น แก้วปวก แก้วทราย แก้วขนเหล็ก เป็นต้น ถือว่าเป็นแก้วที่รวมเอาสิ่งเป็นมงคลไว้ด้วยกัน มีคุณในการเสริมชะตาบารมี ให้โชคลาภ บันดาลความเจริญรุ่งเรืองแก่ผู้ถือครอง เป็นแก้วซึ่งนับว่าเป็นที่ต้องการสูง เนื่องจากใช้ได้กับทุกวันเกิด ทุกราศี และรวมเอาคุณของแก้วต่างๆ ไว้ด้วยกัน เป็นพลังทวีคูณที่จะส่งเสริมในแก้วดวงนั้น การจำแนกแก้วสามกษัตริย์ หลักๆ จะมีแบ่งเป็น 2 แบบ คือ แก้วสามกษัตริย์ ที่เกิดจากการสหชาติ (รวม) ของแก้วต่างสกุลกัน เช่น แก้วปวก, แก้วขนเหล็ก, แก้วเข้าแก้ว เป็นต้น ซึ่งจะเป็นแก้วสามกษัตริย์ที่หายาก และมีค่าสูงอีกประเภทหนึ่ง คือแก้วสามกษัตริย์ที่เกิดจากการสหชาติ ของแก้วประเภทปวก หรือกาบ ซึ่งอยู่ในสกุลเดียวกัน แต่ต่างวรรณะกัน เช่น ประกอบด้วยปวกเขียว, ปวกทอง, ปวกแดง หรือ กาบเงิน กาบทอง กาบแดง เป็นต้น หรือเรียกอีกอย่างว่า แก้ววรรณสาม
----------
อย่างไรก็ตาม “แก้วโป่งขาม” ที่ใครต่อหลายคนอาจไม่เคยได้ยิน หรือสนใจมาก่อน แต่สำหรับบางคนแล้ว “แก้วโป่งข่าม” เป็นอัญมณีล้ำค่าที่มีคุณค่าทั้งทางด้านราคาและด้านจิตใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้คนมีความเชื่อและศรัทธาต่อความศักดิ์สิทธิ์ของแก้วโป่งขาม ที่นอกจากจะมีความสวยงามในตัวของมันแล้ว ยังมีคุณค่าทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และตำนานความเชื่อต่างๆ ที่ยังรอคอยให้ใครหลายๆคนค้นหา และมีไว้ครอบครอง เพื่อไม่ให้ “แก้วโป่งขาม” ต้องถูกลืมเลือนหายไปอยู่ใต้แผ่นดิน และกลายเป็นเรื่องราวในอดีตที่คนรุ่นหลังไม่มีทางรับรู้ได้อีกเลย
#มงคล #ความรู้ #เครื่องประดับ #โป่งขาม