V Crystal ไข่มุก เครื่องประดับ ของนำโชค มงคล

V Crystal ไข่มุก เครื่องประดับ ของนำโชค มงคล เครื่องประดับ สร้อยคอ กำไล หิน ลูกปั ท่านก็สามารถเป็นเจ้าของสร้อยมุกได้ ในราคากันเองคะ จะใส่ทำงานหรือออกงานก็เลิศคะ

หินนำโชค แห่งชัยชนะ การแข่งขัน และปกป้องคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย    ขอขอบคุณ คุณวีรยุทธ์ ที่อุดหนุนกำไลข้อมือหินแบล็ค...
11/06/2020

หินนำโชค แห่งชัยชนะ การแข่งขัน และปกป้องคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย

ขอขอบคุณ คุณวีรยุทธ์ ที่อุดหนุนกำไลข้อมือหิน
แบล็ค อาเกต ขนาด 14 มิล ไซล์ 8 นิ้ว (สั่งทำ)
จากทางร้าน V Crystal

คุณลูกค้าท่านใด สนใจแบบเดียวกันหรือสนใจสั่งทำพิเศษในแบบอื่นๆ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ครับ
------------------
สอบถาม/สั่งซื้อ
facebook.com/VCrystalstone/inbox/
Line: 089-814-0146
Tel: 089-814-0146

#เครื่องประดับ #ของน้ำโชค #มงคล

แจสเปอร์(Jasper) 💡💡   เป็นหินชนิดที่เกิดจากการรวมของผลึกควอตซ์ชนิดผลึกละเอียด(microgranular) หรือ ชาซิโดนี(chalcedony) แ...
01/06/2020

แจสเปอร์(Jasper) 💡💡
เป็นหินชนิดที่เกิดจากการรวมของผลึกควอตซ์ชนิดผลึกละเอียด(microgranular) หรือ ชาซิโดนี(chalcedony) และแร่ที่ทำให้เกิดสีอื่นๆ เช่น แร่เหล็กชนิด3+(Fe3+)ในเนื้อ จะทำให้เกิดสีแดง เป็นต้น มีลักษณะทึบแสง เป็นผลึกละเอียดของควอตซ์ที่มีแร่อื่นๆเข้ามาร่วมอยู่ด้วย โดยปกติจะพบสีแดง สีเหลือง สีน้ำตาลหรือสีเขียว และสีที่หายาก คือ สีฟ้า ส่วนใหญ่จะพบสีแดงโดยทั่วไป โดยสีแดงมีผลมาจากผลึกของแร่เหล็ก ลักษณะของแจสเปอร์ จะมีพื้นผิวเรียบมัน จึงนำมาขัดมัน จะใช้สำหรับการตกแต่งสิ่งของเครื่องใช้หรือใช้เป็นอัญมณี ความถ่วงจำเพาะโดยปกติจะมีค่าประมาณ 2.5-2.9

ชื่อของแจสเปอร์ต่างๆ จะมาจากหลายๆสิ่งร่วมกัน เช่น
1. สีของตัวมันเอง ได้แก่ บลัดสโตน(bloodstone), แจสเปอร์สีเขียว, แจสเปอร์สีแดง
2. จากรูปแบบและลวดลายที่ปรากฎ ได้แก่ ออบิคูลาห์แจสเปอร์(orbicular Jasper), เลโอผาดสกินแจสเปอร์(leopardskin Jasper), ปิกัสโซแจสเปอร์(Picasso Jasper)
3. จากชื่อสถานที่ ได้แก่ มอริซอนไนต์แจสเปอร์(Morrisonite Jasper), มุกคาไอต์แจสเปอร์(Mookaite Jasper)

ทุกประเภทของแจสเปอร์สามารถนำมาขัดเงาได้ดีมาก ไม่มีปัญหาในการดูแลรักษาและทนทานพอสำหรับการนำมาทำเครื่องประดับ หินเหล่านี้ส่วนใหญ่ มักจะนำมาเจียรเป็นทรงหลังเบี้ย นำมาแกะสลักได้บางครั้ง และไม่ค่อยนำมาเจียรเหลี่ยม

การใช้เครื่องประดับของแจสเปอร์ มีการใช้มาตั้งแต่ยุคแรกของอารยธรรม รูปแบบต่างๆของแจสเปอร์ มักทำเป็นวัตถุตกแต่งต่าๆ เช่น ที่เขี่ยบุหรี่หรือที่ขั้นหนังสือ แจสเปอร์มีอยู่ทั่วโลก โดยมีสีหรือรูปแบบเฉพาะสำหรับแต่ละสถานที่ เช่น บลัดสโตนส่วนใหญ่มาจากประเทศอินเดีย มุกคาไอต์แจสเปอร์ทั้งหมดมาจากออสเตรเลีย

💡ที่มาของชื่อ"แจสเปอร์"💡

ชื่อ "แจสเปอร์(Jasper)" มีหมายความว่า "จุดหรือรอยตำหนิ" เป็นชื่อที่เพี้ยนมาจากภาษาฝรั่งเศสโบราณว่า "jaspre" (แตกต่างจากภาษาแองโกล-นอร์แมน jaspe) และภาษาละตินที่สะกดว่า "iaspidem" จากภาษากรีก ἴασπις สะกดเป็นภาษาอังกฤษเป็น "iaspis" (เป็นคำที่มีเพศเป็นหญิง),ภาษาฮีบรูเรียกว่า " ישפה (yashpeh) " ,ภาษาอัคคาเดียนเรียกว่า "yashupu"

แจสเปอร์สีเขียวถูกใช้การฝึกซ้อมการยิงธนูในช่วงระหว่าง 4 ถึง 5 พันปีก่อนคริสตกาล ในเมกกะ(Mehrgarh) แจสเปอร์เป็นอัญมณีที่นิยมอย่างมากในโลกยุคโบราณ ชื่อของมันสามารถสืบย้อนไปในภาษาอาหรับ ภาษาอาเซอร์ไบจาน ภาษาเปอร์เซีย ภาษาฮีบรู ภาษาอัสซีเรีย ภาษากรีกและละติน ในอารยธรรมมิโนอันครีต แจสเปอร์ถูกนำมาแกะสลักตราประทับประจำตัวประมาณช่วง 1800 ปีก่อนคริสตกาล ซึงพบเป็นหลักฐานที่พบโดยนักโบราณคดีที่พระราชวังของ คอสซอส(Knossos)

แม้ว่าในปัจุบันคำว่า แจสเปอร์ จะถูกจำกัดความให้เป็นควอตซ์ชนิดทึบแสง แต่ในสมัยโบราณนั้นได้รวมชนิดหินที่มีความโปร่งแสง รวมถึงหยกเนฟไฟต์(nephrite) ในยุคโบราณ ในหลายกรณีมักใช้แจสเปอร์สีเขียวอย่างชัดเจน เพราะมักจะถูก นำมาเปรียบเทียบกับวัตถุสีเขียว เช่น มรกตและวัตถุอื่นๆ แจสเปอร์ถูกกล่าวถึงใน นิยายของชาวเยอรมันชื่อ "Nibelungenlied" ว่ามีลักษณะใสและสีเขียว แจสเปอร์ของคนสมัยก่อน อาจรวมถึงหินซึ่งขณะนี้จะถูกจัดอยู่ในประเภท ชาซิโดนี(chalcedony) และมรกตที่อ้างถึงในสมัยโบราณอาจจะเป็น คริสโซเพลส(chrysoprase) ในสมัยปัจจุบัน คำในภาษาฮีบรูที่ใช้เรียกแจสเปอร์อาจหมายถึง หินที่มีสีเขียวทั้งหมดก็ได้ ฟลินเดอร์ เปอร์ตรี(Flinders Petrie) ผู้เชี่ยวชาญอียิปต์ศึกษา แนะนำว่า หินก้อนแรกของมหาปุโรหิตของชาวฮิบรู คือ แจสเปอร์สีแดง ขณะที่หินก้อนที่สิบอาจเป็น แจสเปอร์สีเหลือง


💡ชนิดของแจสเปอร์💡

แจสเปอร์สีเหลือง (Yellow jasper) มีพลังในการผ่อนคลาย กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ เพิ่มพลังศรัทธา นำมาซึ่งพลังในการหยั่งรู้ หรือความรู้สึกพิเศษที่เราเรียกกันว่า ‘ลางสังหรณ์’ ทั้งยังใช้ป้องกันอันตรายยามเดินทางไกลได้อีกด้วย

แจสเปอร์สีเขียว (Green Jasper) สมัยโบราณจะใช้ในพิธีกรรมขอฝน ซึ่งในยุคต่อมาได้มีการแกะสลักแจสเปอร์สีเขียว ซึ่งมีจุดแดงเล็กๆ บนเนื้อหิน (หรือที่เราเรียกกันว่า บลัดสโตน) เป็นรูปพระเยซูถูกตรึงไม้กางเขน เพื่อระลึกถึงความเสียสละของพระองค์ที่อุทิศชีวิตตนเองเพื่อไถ่บาปให้มวลมนุษย์ เป็นต้น

แจสเปอร์สีแดง (Red Jasper) เป็นอัญมณีแห่งการวางรากฐาน กระตุ้นความกล้าหาญ ช่วยให้มีกระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ทั้งยังช่วยกระตุ้นความสัมพันธ์ทางเพศ สร้างความรัก และความเข้าใจระหว่างคู่สามีภรรยา ทั้งยังช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย

แจสเปอร์ลายเสือดาว (Leopad skin Jasper) จะมีลายคล้ายเสือดาว มีพลังในการกระตุ้นจิตใต้สำนึก แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้ครอบครอง ช่วยในการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างดี

พิคเจอร์ แจสเปอร์ (Picture Jasper) จะมีสีเหลืองลายสีน้ำตาลส้มเปล่งประกาย มีพลังในการชี้บอกทิศทาง เสมือนเป็นแผนที่นำทางในชีวิต ช่วยในการสร้างจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ เหมาะกับผู้ที่ทำงานด้านการออกแบบ และการใช้จินตนาการความคิดสร้างสรรค์อย่างมาก

ดัลเมเชี่ยน แจสเปอร์ (Dalmatian Jasper) เป็นหินแจสเปอร์จุดเหมือนสุนัขพันธุ์ดัลเมเชี่ยน เกิดจากเนื้อควอตซ์ที่มีเนื้อทัวมารีนสีดำแทรกอยู่ในเนื้อ ที่แปรจากหินต้นกำเนิด จนกลายเป็นหินที่มีลายจุด หินดัลเมเชี่ยนส่งเสริมความซื่อสัตย์และความกลมกลืนทางอารมณ์ เสริมสร้างความผูกพันในครอบครัวและมิตรภาพระยะยาว ส่งเสริมความพยายามของทีมและความร่วมมือในการทำงาน
เด็ก ๆ ได้รับประโยชน์ในทุกระดับจากหินที่สวยงามชนิดนี้โดยเฉพาะในเวลากลางคืนเพื่อให้มั่นใจว่าหลับได้อย่างปลอดภัยและป้องกันความฝันถึงสัตว์ประหลาดและฝันร้ายอื่น ๆ

บัมเบิ้ลบีแจสเปอร์(Bumblebee Jasper) ชื่อทางการค้าของแคลเซียมคาร์บอเนตที่มีสีสันสดใสพบได้ที่ ภูเขาปาปันดายัน (Papandayan) จังหวัดชวาตะวันตก ประเทศอินโดนีเซีย เกิดจากการถักทอของเส้นไยของแคลเซียมคาร์บอเนตที่มีลักษณะเป็นแถบสี โดยมีแถบสีเหลือง สีส้มและสีดำที่โดดเด่น สีส้มและสีเหลืองส่วนใหญ่เกิดจากการกระจายของกำมะถันแดง(Arsenic Sulfide) แถบสีดำเกิดจากไพไรต์ จริงๆแล้วการใช้คำว่า "แจสเปอร์" กับหินชนิดนี้ เป็นคำเรียกชื่อที่ผิด เนื่องจากไม่มีควอตซ์เป็นองค์ประกอบ

บัมเบิ้ลบีแจสเปอร์เป็นที่รู้จักกันว่าเป็น "ผู้รักษาที่ดีที่สุด" มันช่วยค้ำชูและสนับสนุนในช่วงเวลาของความตึงเครียด และนำความสามัคคีและความสำเร็จ ให้ความปลอดภัยและช่วยดูดซับพลังงานที่ไม่เกิดประโยชน์ นอกจากนี้ยังช่วยรักษาสมดุลของพลังงานหยินหยาง และลดมลภาวะทางแม่เหล็กไฟฟ้าของระบบนิเวศน์ เช่น การแผ่รังสี เป็นต้น

นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้เกิดความซื่อสัตย์ต่อตัวเองด้วย ในความเป็นจริงมันช่วยเพิ่มความกล้าที่จะเผชิญปัญหา นอกจากนี้ยังส่งเสริมสมรรถนะของการทำงานร่วมกัน นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความคิดของแต่ละบุคคล และแปลงความคิดสู่การปฏิบัติ มันช่วยฟื้นฟูอย่างมาก ในช่วงเวลาที่ป่วยเป็นเวลานาน และฟื้นคืนพลังของร่างกายอีกครั้ง

เคมบาบาแจสเปอร์(Kambaba Jasper) เป็นแจสเปอร์ชนิดหนึ่งที่เป็นแร่ชนิดตะกอนสีเทาเข้มถึงสีเขียวซึ่งมักพบในประเทศมาดากัสการ์ และแอฟริกาใต้ ประกอบด้วยสาหร่ายที่มีซากดึกดำบรรพ์ ที่มักเป็นรูปร่างทรงกลม เป็นที่รู้จักกัน ในอีกชื่อว่า "แจสเปอร์จระเข้(Crocodile Jasper)" นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นหินที่มีความหนาแน่นมากชนิดหนึ่ง

เป็นหินที่ช่วยในการจัดการพลังงานของผู้สวมใส่ และให้พลังงานแก่พวกเขาด้วย จะดึงทุกคนเข้าข้างตรงกลางของจิตวิญญาณที่มีการมองในแง่ดี เพื่อขจัดความไม่แน่นอนทั้งหมดในจิตใจ

แจสเปอร์ม้าลาย(Zebra Jasper) เป็นหิน "ต่อต้านความเฉยชา" ช่วยให้คุณมองโลกในแง่ดี แม้จะมีความเครียดในชีวิตและให้ความคิดริเริ่มที่จะจัดการกับปัญหาเหล่านั้น มันจะกระตุ้นให้คุณกล้าที่จะฝันและเปลี่ยนความฝันเหล่านั้นให้เป็นจริง แจสเปอร์ม้าลายยังเป็นหินธาตุดิน ช่วยให้คุณสามารถปรับแต่งให้เข้ากับพระแม่ธรณี และพบกับความสุขกับสิ่งรอบตัวของคุณ

โอเชี่ยนแจสเปอร์(Ocean Jasper) โอเชี่ยนแจสเปอร์เป็นหินบำบัดที่ยอดเยี่ยมที่ช่วยกระตุ้นความสุข และปลุกจิตวิญญาณที่สูงส่ง มันจะช่วยคุณในการปลดปล่อยความรู้สึกเชิงลบจนคุณรู้สึกดีขึ้น นอกจากนี้ มันยังช่วยให้คุณสามารถสื่อสารในเชิงบวกกับคนรอบข้างมากยิ่งขึ้น และปล่อยความรู้สึกดีๆในสิ่งที่คุณพูด

เรนฟอเรสแจสเปอร์(Rain Forrest Jasper) ช่วยเพิ่มความสุขและความสนุกในชีวิต ช่วยทำให้คุณสามารถเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ต้นไม้และสัตว์ รวมถึงพระแม่ธรณี

หิชนิดนี้ คือ หินสีเขียวของหินในกลุ่มไรโอไรต์(Rhyolite) ช่วยทำให้เกิดความรู้สึกว่าค่อยเป็นค่อยไปและจะช่วยให้คุณ ร่าเริง มีชีวิตชีวามากขึ้น

ถ้าคุณเป็นคนที่หลงใหลในธาตุดิน และรู้สึกว่าถึงเวลาที่จะก้าวไปข้างหน้าเพื่อช่วยรักษาโลกแล้วพลังงานของหินก้อนนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคุณ

มุคาไอต์แจสเปอร์(Mookaite Jasper) เป็นแจสเปอร์ของประเทศออสเตรเลียที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญ และมีความงามจากการหลอมรวมของพลังงานสีแดงและสีเหลือง มันมีความความแข็งแรงและพลังที่เติมเต็ม ช่วยเพิ่มพลังชีวิตภายในร่างกาย หินที่มีถิ่นดั้งเดิมในพื้นดินของชาวอะบอริจินกำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลกในด้านความสามารถในการรักษาและช่วยให้ผู้ใช้รู้สึกเชื่อมต่อกับกระแสพลังงานของโลก ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้พลังงานบวกเหล่านี้เพื่อเพิ่มเจตจำนงและความมุ่งเน้น ส่งเสริมการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ ปลุกสัญชาตญาณตามธรรมชาติของการหยั่งรู้ถึงสิ่งที่ถูกต้อง

แจสเปอร์ลายดอกไม้(Chrysanthemum Stone) เป็น "หินแห่งความมั่งคั่งและเกียรติยศ” ที่คนจีนเชื่อมานานหลายศตวรรษ หินลายดอกไม้เป็นสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการของตระกูลจักรวรรดิจีน แหล่งข้อมูลบางแหล่งอ้างว่ามันถูกค้นพบครั้งแรกในญี่ปุ่นในขณะที่คนอื่นบอกว่ามันถูกค้นพบครั้งแรกในประเทศจีน อย่างไรก็ตามพบได้ในทั้งสองประเทศเช่นเดียวกับในแคนาดาและสหรัฐอเมริกา มันช่วยให้ฟัง “ตัวตนของตนเองจากภายใน” ของคน ๆ หนึ่งเพื่อที่ว่าคน ๆ นั้นจะสามารถทำตามวัตถุประสงค์ของชีวิตในช่วงชีวิตนี้ พลังงานของหินชนิดนี้ทำให้เราสามารถเปิดรับความอุดมสมบูรณ์ได้ในทุกระดับ มันมีพลังงานแห่งความสร้างสรรค์ที่จะช่วยให้เราสามารถเรียนรู้ได้อย่างดีที่สุด สามารถช่วยแก้ไขปัญหาภาวะเจริญพันธุ์ของผู้หญิงที่เกิดจากเนื้องอก

💡ความเชื่อของแจสเปอร์💡
ตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ ต่างเชื่อกันว่าแจสเปอร์เป็นพลอยที่จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ช่วยให้ผู้ที่ครอบครองมีพลังความกล้าหาญเกิดขึ้นในจิตใจ กล้าคิด กล้าทำ มีพลังในการคิดคำนวณอย่างรอบคอบ มีพลังในการปลดปล่อยความเครียด ทำลายความกลัว ลดทอนความรู้สึกอ่อนล้า และช่วยเพิ่มพลังทางเพศได้อีกด้วย ทั้งนี้ตามประวัติกล่าวว่า ในสมัยโบราณชาวยุโรปจะใช้แจสเปอร์สำหรับเป็นเครื่องประกอบพิธีขอฝน ทั้งยังใช้ขับไล่ปิศาจ และป้องกันสัตว์มีพิษอีกด้วย ในขณะที่ชาวอียิปต์โบราณเชื่อกันว่า แจสเปอร์นั้นคือโลหิตของเทพธิดาไอซิส อีกทั้งยังถูกใช้เป็นเครื่องรางบรรจุในหีบศพของผู้ตาย เพื่อรับการพิพากษาจากเทพโอซิริส เทพแห่งขุมนรกและโลกแห่งความตายอีกด้วย ส่วนทางด้านทหารชาวกรีกนั้นเชื่อกันว่า แจสเปอร์คือเลือดของพระแม่ธรณี (Great Mother Earth) การนำแจสเปอร์ติดตัวไปด้วยยามที่พวกเขาออกรบ จะทำให้รอดปลอดภัยกลับมา นั่นเอง

#แจสเปอร์ #ความรู้ #เครื่องประดับ #มงคล

💡ฟลูออไรต์ (Fluorite)💡     เป็นแร่อุตสาหกรรมที่สำคัญ ซึ่งประกอบด้วยธาตุแคลเซียมและธาตุฟลูออรีน มีสูตรเคมีเป็น CaF2 มันเป...
18/05/2020

💡ฟลูออไรต์ (Fluorite)💡
เป็นแร่อุตสาหกรรมที่สำคัญ ซึ่งประกอบด้วยธาตุแคลเซียมและธาตุฟลูออรีน มีสูตรเคมีเป็น CaF2 มันเป็นแร่ที่ถูกใช้ในกระบวนการทางเคมี ทั้งอุตสาหกรรมแก้ว โลหะและเซรามิกหลากหลายชนิด แต่สำหรับชิ้นแร่ที่ดูเป็นผลึก โปร่งแสง รวมถึงสีที่สวยงาม จะถูกตัดและคัดเพื่อนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอัญมณี แกะสลัก รวมถึงเครื่องประดับ

ฟลูออไรต์เป็นแร่ที่มีหลากสี ตั้งแต่สีม่วงที่รู้จักกันดี สีฟ้า, สีเขียว, สีเหลือง, ใสไม่มีสี, สีน้ำตาล, ชมพู, ดำและสีส้มแดง สีที่เป็นสีผสมในช่วงระหว่างสีที่กล่าวถึง ก็สามารถมีได้เช่นกัน จึงไม่แปลกที่หลายคนมักจะจัดอันดับแร่ฟลูออไรต์ ให้เป็น "แร่ที่มีสีสันที่สุดในโลก"

สีม่วงเข้มเป็นสีที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมากที่สุด บ่อยครั้งที่ตัวอย่างของฟลูออไรต์สีม่วงและอเมทิส ทำให้ผู้พบเห็นสับสนกับชนิดของมัน ซึ่งหากตัดสินชนิดด้วยสีเพียงอย่างเดียวแล้ว จะทำให้ผิดพลาดได้ ดังนั้น ค่าความแข็งก็เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่สามารถนำมาพิจารณาเพิ่มเติมได้

ฟลูออไรต์สีน้ำเงิน สีเขียวและสีเหลืองนั้น เป็นสีที่ได้รับความนิยมและน่าดึงดูด ชนิดไม่มีสีมักไม่ได้รับความนิยมเหมือนกับชนิดที่มีสีสันต์ ชนิดสีน้ำตาลก็เป็นสีที่น่าสนใจอีกสีหนึ่ง ชนิดสีที่หายากจะเป็นชนิดสีชมพู, สีส้มแดง(กุหลาบ) และสีดำ จะเป็นสีที่มีราคาสูง เมื่อเทียบกับสีอื่น

ตัวอย่างที่เป็นผลึกส่วนใหญ่ของฟลูออไรต์จะมีสีเดียว แต่ถ้าเป็นก้อนซึ่งพบในแหล่งทั่วไปนั้น จะมีหลายสีและสีนั้นถูกจัดเรียงในลักษณะเป็นแถบหรือโซนที่สอดคล้องกับรูปร่างของก้อนฟลูออไรต์ หรือจะบอกว่า ลักษณะผลึกของฟลูออไรต์ คือ รูปลูกบาศก์ และโซนสีมักจะจัดเรียงเป็นลูกบาศก์ที่ต่างกัน ทำให้มีลักษณะแบบแฟนทอม(รูปตัววี) คล้ายกับผลึกที่มีเงาเป็นชั้นเรียงต่อกัน ซึ่งเป็นผลจากการที่ผลึกภายใน มีสีต่างกัน บางครั้งลักษณะผลึกที่พบได้ไม่มาก คือ รูปทรงพีระมิดคู่(Octahedral) ฟลูออไรต์หนึ่งชิ้นอาจมีโซนสีหรือแถบสีต่างกันสี่หรือห้าโซน

นอกจากสีที่น่าหลงไหลแล้ว ฟลูออไรต์ก็มีรูปผลึกที่น่าสนใจอยู่หลากหลาย โดยผลึกที่สามารถพบได้ทั่วไป คือ รูปผลึกแบบลูกบาศก์ รูปผลึกที่ไม่ค่อยพบบ่อย คือ รูปผลึกแบบพีระมิดคู่ที่เชื่อว่า เกิดจากสภาวะที่อุณหภูมิการเกิดสูงกว่าแบบลูกบาศก์ แม้ว่าฟลูออไรต์สามารถสร้างรูปทรงผลึกได้หลากหลาย และได้รับความนิยมในร้านขายหินทั่วโลก แต่รูปทรงแปดด้านที่มาจากธรรมชาติ(ไม่ได้โดนเจียรเพื่อตกแต่งผลึก)นั้นหายาก

💡การเรืองแสง(Fluorescence)💡
ในปี ค.ศ. 1852 จอร์จ กาเบรียล สโตคส์(George Gabriel Stokes) ค้นพบความสามารถของตัวอย่างแร่ฟลูออไรต์ในการสร้างแสงสีน้ำเงิน เมื่อส่องด้วยแสง ที่เป็นชนิดของแสงที่เค้ากล่าวว่า "เกินกว่าแสงม่วงของช่วงสเปกตรัม" เขาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "การเรืองแสง(Fluorescence)" เค้าตั้งชื่อปรากฎการณ์นี้หลังจากใช้แร่ฟลูออไรต์ในการทดลอง ชื่อนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในด้านแร่วิทยา อัญมณี ชีววิทยา อุตสาหกรรมเลนส์และสาขาอื่นๆ อีกมากมาย

โดยทั่วไปฟลูออไรท์จะเรืองแสงสีน้ำเงินถึงสีม่วง ภายใต้แสงอัลตราไวโอเลตคลื่นสั้นและแสงอัลตราไวโอเลตคลื่นยาว บางชิ้นของตัวอย่างอาจมีสีครีมหรือสีขาวเป็นประกาย ตัวอย่างแร่จำนวนมากไม่เรืองแสง การเรืองแสงในแร่ฟลูออไรต์ถูกเชื่อว่า เกิดขึ้นจากการที่ธาตุอิเทรียม, ยูเรเนียม, ซาแมเรียมหรือธาตุชนิดอื่นๆ เข้าไปแทนที่ตำแหน่งของแร่แคลเซียมในโครงสร้างผลึกของแร่ฟลูออไรต์

💡การเกิดของฟลูออไรต์💡
ฟลูออไรต์มักสะสมตัวอยู่ในสายแร่ของแร่โลหะชนิดต่างๆ โดยกระบวนการแบบน้ำร้อน ในแหล่งแบบนี้มักจะเกิดเป็นแร่มนทิลอยู่ร่วมกับแร่อื่นๆ ฟลูออไรต์ยังพบได้ในรอยแตกและโพรงภายในของหินปูนและโดโลไมต์ มันเป็นแร่ประกอบหินที่พบได้ทั่วไปในหลายส่วนของโลก

💡ชื่อและที่มาของชื่อ💡
ถูกตั้งชื่อในปี ค.ศ. 1797 โดย คาร์โล อันโตนิโอ กาลีอานี เนพิโอเน(Carlo Antonio Galeani Napione) จากภาษาละตินคำว่า Fluere ที่แปลว่า "การไหล" เพราะแร่ชนิดนี้ถูกใช้เป็นฟลักซ์ในการถลุงแร่ เพื่อเพิ่มอัตราการไหลของโลหะเหลว

ธาตุฟลูออไรต์ก็ถูกตั้งชื่อตามชื่อแร่ฟลูออไรต์ ซึ่งเป็นแหล่งสำคัญของธาตุชนิดนี้
ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ แร่ฟลูออไรต์มักถูกเรียกว่า "ฟลูออร์สปาร์(Fluorspar)"

💡ตำนานเกี่ยวกับหินฟลูออไรต์💡
ในยุคโบราณหลายคนเชื่อว่า ฟลูออไรต์เป็นแสงที่ตกผลึกและสามารถช่วยให้มนุษย์บรรลุได้โดยนำแสงเข้าสู่สมอง บ้างก็ถือว่าเป็น "ผลึกที่เก็บรุ้ง" เพราะมีหลายสีซึ่งอาจจะผสมกัน หรือเป็นแนวเคียงข้างกัน

ชาวจีนยุคโบราณเชื่อกันว่า ฟลูออไรต์สีม่วงช่วยป้องกันวิญญาณชั่วร้าย และกลุ่มสีบนผลึกของฟลูออไรต์เชื่อว่าเป็น "ผู้สร้างฝัน"

ชาวโรมันเชื่อว่าการดื่มเครื่องดื่มมึนเมาด้วยภาชนะที่ทำจากฟลูออไรต์ จะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ดื่มมึนเมาเหมือนกับอะเมทิสต์

ในขณะที่คุณสมบัติทางเวทมนตร์ของฟลูออไรต์ อาจถูกมองข้ามหรือมีข้อความบันทึกไว้ว่า เป็นหินชนิดอื่นๆ คุณค่าของมันในหลาย ๆ วัฒนธรรมของโลกได้รับการพิสูจน์โดยการใช้ ย้อนหลังไปนับพันปี ชาวอียิปต์โบราณใช้ฟลูออไรต์แกะสลักเป็นแมลง(scarabs) และรูปปั้นของพระเจ้า

ในขณะที่ฟลูออไรต์สีเขียว ถูกแกะสลักเป็นภาชนะใส่น้ำโดยชาวจีน หรือใช้แกะสลักทดแทนหยก

ชาวโรมัน ชาวเคลท(Celts)(ชาวยุโรปกลางในยุคสัมฤทธิ์) อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน อเมริกัน อินเดียนและอื่นๆ ได้ให้ความสำคัญกับความงามของฟลูไรต์โดยใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับงานแกะสลักรูปแบบต่างๆ เช่น เทวรูป ศิลปะ เครื่องประดับ และเครื่องรางของขลัง รวมถึงชาม ถ้วย จานและแจกัน

ศิลปวัตถุที่ทำจากฟลูออไรต์ ยังได้รับการขุดค้นพบในประเทศอเมริกา ในพื้นที่ทางตอนใต้ของรัฐอิลลินอยส์ และทางตะวันตกของรัฐเคนตั๊กกี้ โดยงานแกะสลักเหล่านี้ ถูกประเมินว่า ทำขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 900 ถึง ค.ศ. 1650 ประเมินว่าถูกทำขึ้น โดยชาวพื้นเมืองที่อาศัยในหุบเขามิสซิสซิปปี้ นอกจากนี้ยังพบเม็ดลูกปัดฟลูออไรต์จำนวนมาก จี้และเครื่องประดับตกแต่ง

ฟลูออไรต์เป็นอัญมณีประจำรัฐ อิลลินอยด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา


💡ความเชื่อของหินฟลูออไรด์💡

รู้จักกันในชื่อ “หินแห่งความฉลาด” ฟลูออไรต์แสดงถึงสถานะสูงสุดของความสำเร็จทางจิต ส่งเสริมความถนัดและความฉลาด การดูดซับข้อมูลใหม่และช่วยให้ทำงานผ่านปัญหาที่ซับซ้อน ช่วยกระตุ้นประจุไฟฟ้าของเซลล์สมองทำให้สมองทั้งสองซีกทำงานร่วมกันอย่างสมดุลกันและช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

ฟลูออไรต์เหมาะสำหรับสร้างความกลมกลืนให้พลังงานทางจิต เมื่อทำงานร่วมกับจักระที่สูงกว่า ช่วยเพิ่มความสามารถในการใช้งานที่ง่ายขึ้น เชื่อมโยงจิตใจมนุษย์กับจักรวาล และช่วยให้สามารถเชื่อมต่อกับวิญญาณได้ ฟลูออไรด์สามารถประสานการทำงานของร่างกายและจิตใจ ฟลูออไรด์เป็นหินที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้รักษาด้วยพลังงานหินว่า สามารถล้างพลังงานที่สกปรกยุ่งเหยิงได้

ฟลูออไรด์ ช่วยเพิ่มความสามารถทางจิตช่วยในการจัดระเบียบและประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็วและสามารถนำความชัดเจนและเสถียรภาพทางจิตใจ เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่วุ่นวายได้ ทั้งยังช่วยดูดซับพลังงานที่เป็นลบจากสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ฟลูออไรต์ยังสามารถช่วยผู้ครอบครองในส่วนของการจัดการทางจิตได้ เนื่องจากความที่มีประสิทธิภาพในการดูดซับพลังงานเชิงลบ จึงควรนำมาล้างบ่อยๆ

ทางด้านร่างกาย ฟลูออไรต์ เป็นที่รู้จักกันเพื่อเสริมสร้างกระดูกและฟันและช่วยบรรเทาความเจ็บปวดที่เกี่ยวข้องกับโรคข้ออักเสบ ฟลูออไรต์ยังใช้เพื่อเพิ่มสมดุลทางจิตด้วยการปรับสมดุลเคมีในสมอง

นอกเหนือจากการใช้งานฟลูออไรต์โดยทั่วไปแล้วยังมีคุณสมบัติเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับสีต่างๆของฟลูออไรด์ Fluorite สายรุ้งแสดงถึงคุณสมบัติเหล่านี้

ฟลูออไรต์สีเขียว ช่วยในการเข้าถึงสัญชาตญาณ ฟลูออไรต์สีเขียวสามารถส่งผ่านและดูดซับพลังงานส่วนเกินได้รวมทั้งพลังงานจากสิ่งแวดล้อม

ฟลูออไรต์สีฟ้า ช่วยให้การสื่อสารระหว่างร่างกายและจิตใจ มีความตื่นตัวและชัดเจน ช่วยในการสื่อสาร และการคิดอย่างเป็นระเบียบ

ฟลูออรีนสีม่วง ช่วยนำความรู้สึกร่วมกันระหว่างร่างกายและวิญญาณ ใช้ฟลูออไรด์สีม่วงเมื่อต้องการเน้นการสื่อสารกับวิญญาณ

ฟลูออไรต์สีเหลือง ช่วยสร้างความเข้าใจและการคุยร่วมกัน เป็นหินแห่งความสามัคคี

ฟลูออไรต์ที่ไม่มีสี ช่วยในการรวมกันของพลังงานในร่างกายและพลังจิต

#ความรู้ #ฟลูออไรต์ #เครื่องประดับ #มงคล

💡ฮาวไลต์(Howlite) 💡   เป็นแร่ที่เกิดจากการตกตะกอนในน้ำที่อิ่มตัวของ แคลเซียม, โบรอน และซิลิเกต และรูปแบบผลึก ที่ดูคล้ายก...
12/05/2020

💡ฮาวไลต์(Howlite) 💡
เป็นแร่ที่เกิดจากการตกตะกอนในน้ำที่อิ่มตัวของ แคลเซียม, โบรอน และซิลิเกต และรูปแบบผลึก ที่ดูคล้ายกับหัวกะหล่ำปลี

มักเป็นสีขาวหรือสีเทาอ่อนที่ทึบ ไม่โปร่งแสง และมีลวดลายที่เป็นรูพรุนสีเทา, สีดำหรือสีน้ำตาล คล้ายกับใยแมงมุม มักถูกย้อมสีเป็นสีเขียว หรือสีฟ้า เพื่อเอามาให้ดูเหมือนเทอควอยซ์ หรือสีแดงให้ดูเหมือนฟอสซิลปะการัง

ฮาวไลต์ เป็นที่รู้จักกันในชื่อ ควายขาว(White Buffalo), ควายถูกเชือด(Sacred Buffalo), ลาพิส ฮาวไลต์(Lapis Howlite) และเทอควอยซ์สีขาว(White Turquoise)

💡ความเป็นมา💡
ฮาวไลต์ฮถูกค้นพบใกล้ๆ เมืองวินด์เซอร์ จังหวัดโนวาสโกเธีย ประเทศแคนาดา ในปี ค.ศ.1868 โดยนายเฮนรี่ ฮาว(Henry How) นักเคมี นักธรณีวิทยาและ นักทำเหมือง ชาวแคนาดา ได้รับการแจ้งเตือน เกี่ยวกับแร่ที่ไม่รู้จักโดยคนงานเหมือง ในเหมืองแร่ยิปซั่ม โดยนายฮาว เรีย แร่ตัวใหม่ตัวนี้ว่า ซิลิโก-โบโร-แคลไซต์(silico-boro-calcite) เนื่องจากมันมีองค์ประกอบเป็นธาตุทั้งสามตัวดังกล่าว และได้รับชื่อ howlite โดย เจมส์ ดไวต์ ดาน่า(James Dwight Dana) นักธรณีวิทยาชาวอเมริกาที่เดินทางไปทั่วโลก ในเวลาไม่นานหลังจากนั้น

💡ความเชื่อ💡
ฮาวไลต์เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในระหว่างการทำสมาธิ เพราะสามารถช่วยให้คุณมุ่งความสนใจในความรู้สึกและอารมณ์ของคุณ และช่วยส่งเสริมความเงียบ สงบของจิตใจ และลบความคิดที่เสียสมาธิต่างๆ มันจะช่วยให้คุณกำจัดความเครียดและความวิตกกังวลของคุณ

ฮาวไลต์เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในระหว่างการทำสมาธิ เพราะสามารถช่วยให้คุณมุ่งความสนใจในความรู้สึกและอารมณ์ของคุณ และช่วยส่งเสริมความเงียบ สงบของจิตใจ และลบความคิดที่เสียสมาธิต่างๆ มันจะช่วยให้คุณกำจัดความเครียดและความวิตกกังวลของคุณ

ในส่วนของความรัก มันจะสอนคุณถึงความอดทนไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างจะไปตามทางของคุณ ไม่ใช่ทุกอย่างจะเกิดขึ้นตามที่คุณต้องการ

เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ คุณจะต้องแสดงถึงวุฒิภาวะภูมิปัญญา และความเข้าใจในคนรัก เค้าอาจจะไม่เป็นของคุณในขณะนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เค้าจะไม่เป็น!

จากที่ฮาวไลต์เป็นหินที่ช่วยเรื่องของจิตใจ มันจะสามารถช่วยคุณกำจัดความผิดหวัง ความโกรธ ความเจ็บปวดและความกลัวของคุณได้ มันจะช่วยให้คุณรู้สึกมั่นใจมากขึ้นและมีความสุขมากขึ้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของคุณ

#ฮาวไลท์ #ความรู้ #เครื่องประดับ #มงคล

💡เฮมาไทด์(Hematite หรือ Haematite) 💡     เป็นสารประกอบของเหล็ก (III) ออกไซด์ (Fe2O3) ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายๆรูปแบบของออกไซด...
08/05/2020

💡เฮมาไทด์(Hematite หรือ Haematite) 💡
เป็นสารประกอบของเหล็ก (III) ออกไซด์ (Fe2O3) ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายๆรูปแบบของออกไซด์ของเหล็ก โดยสามารถนำมาถลุงเป็นเหล็กได้ มีโครงสร้างผลึกเป็นแบบรอมโบฮีดรอลแบบเดียวกับ อิลมิไนต์ และ คอลันดัม

ชื่อ “เฮมาไทต์” มาจากคำภาษากรีก ใช้เป็นเครื่องรางป้องกันเลือดออก และเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “หินเลือด” เมื่อเปรียบเฮมา-ไทต์เหมือนดอกไม้นั้น เฮมาไทต์จะถูกเรียกว่า “กุหลาบเหล็ก” ชนพื้นเมืองอเมริกันใช้แร่เฮมาไทต์ เพื่อให้อยู่ยงคงกระพันในการต่อสู้ ประชาชนในศตวรรษที่สิบแปดสิบเก้าและสวมเครื่องประดับแร่เฮมาไทต์ระหว่างการไว้ทุกข์

เฮมาไทด์มีสีดำเป็นเหล็ก สีเงินเทาน้ำตาลแดง หรือน้ำตาลแดง รูปแบบของแร่ฮีมาไทต์จะมีริ้วรอยสนิมสีแดง เฮมิเต็ดแข็งกว่าเหล็กบริสุทธิ์ แต่เปราะมากกว่า

ปริมาณสำรองของแร่เหล็กออกไซด์ส่วนใหญ่จะพบได้ในรูปแบบของเฮมาไทด์ แร่เฮมาไทด์สีเทา มักพบในที่ที่มีน้ำพุร้อน นอกจากนี้ผลึกแร่ชนิดสีเทาสามารถเกิดในแหล่งแบบพลัด โดยเกิดจากกระบวนการแปรสภาพตามกาลเวลาในดิน และร่วมกับออกไซด์ของเหล็กอื่น ๆ หรือ พวก oxyhydroxides เช่น เกอไทด์ (goethite) เป็นต้น

💡ประโยชน์ของเฮมาไทด์💡
เนื่องจากเป็นแร่ที่มีปริมาณของเหล็กสูงจึงคุ้มค่าในการนำมาถลุง เป็นโลหะ นอกจากนี้ขัดแร่เฮมาไทด์ จะพบผงสีแดงหลุดออกมาจากผิว ดังนั้นจะใช้ในการทำแม่สี

💡ความเชื่อ💡
คนยุโรปโบราณ มีความเชื่อกันว่า เฮมาไทต์เป็นหินแท่งดาวยูเรนัส จึงมีคุณสมบัติในด้านการเชื่อมโยงร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณเข้าด้วยกัน ช่วยเสริมการทำงานของสมองในเรื่องของการคำนวน การคิดที่เป็นเหตุเป็นผล สามารถช่วยให้คนเราวางรากฐานของชีวิตได้เป็นอย่างดี ทางด้านอารมณ์ เฮมาไทด์ช่วยลดความคิดด้านลบ ช่วยทำให้ร่างกาย ความคิดและจิตวิญญาณ ทำงานประสานกันได้ดี เฮมาไทด์สามารถนำมาวางไว้ที่มุมห้อง เพื่อช่วยป้องกันคุณไสย

คนไทยเชื่อกันว่าเป็นแร่ตระกูลเหล็กไหลชนิดหนึ่ง เป็นเหล็กไหลน้ำรอง บางทีก็เรียกกันว่า ‘เพชรดำ’ เป็นหินที่มีชื่อเสียงด้านให้พละกำลัง ซึ่งมันจะมีธาตุเหล็กจับกับธาตุหลายชนิด ใช้เป็นเครื่องประดับเครื่องราง มีดีทางป้องกันอันตราย มีพลังอยู่ในตัวมากนำมาใช้ประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะทำน้ำมนต์รักษาโรค เสริมออร่าตนเอง ช่วยสมาธิภาวนา ปกป้องคุ้มครองภยันตราย ป้องกันพิษทุกชนิด ป้องกันคุณไสย ฯลฯ นอกจากนั้นแร่เฮมาไทต์ยังเป็นสิ่งที่ดีสำหรับการเพิ่มความสามารถ ใช้ในการปรับปรุงความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากขึ้น พกเฮมาไทต์ไว้กับตัวคุณตลอดเวลา เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนรอบข้าง

ในพม่าเรียกว่า "เชงเทว" เป็นที่เชื่อกันว่าหากฝังลงในเนื้อจะทำให้คงกระพัน ซึ่งมีนายทหารพม่าคนนึงในยุคโบราณชื่อ เชงเยทุต ได้ฝังแร่นี้แต่เล็ก พอเติบใหญ่รบที่ไหนก็ชนะ และสามารถปราบดาภิเษกเป็นกษัตริย์ราชวงศ์หงสาวดีได้ ซึ่งคนไทยเรียกท่านผู้นี้ว่า บุเรงนองหรือบาเยงนองกยอดินนรธานั่นเอง

💡ความเชื่อทางด้านเครื่องประดับ💡
เนื้อแร่มีความวาวมีลักษณะเดียวกันกับโลหะ เมื่อแสงกระทบถูกจะเกิดประกายแวววาวสีรุ้ง เนื้อแร่ทึบแสงหากนำมาบดจะได้ผงสีแดง
- ให้พละกำลัง
- ช่วยในการไหลเวียนของเลือดและการทำงานของหัวใจ
- ช่วยเพิ่มความกล้าหาญ
- ช่วยปกป้องพยันอันตราย
- ป้องกันพิษทุกชนิด
- ช่วยปรับสถาพจิตใจให้หนักแน่น
- ลดอาการปวดศรีษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
- บำบัดกระดูกที่หักให้ประสารกันเร็วขึ้น
- ช่วยบำรุงสายตา
- ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามข้อ
- รักษาโรคเกี่ยวกับโลหิตเป็นพิษ เป็นประโยชน์ต่อระบบไหล
เวียนโลหิต
- ถูรอบๆบาดแผล เพือดูดพิษ หรือพกพาติดตัว

ใช้เป็นพลังในการปกป้องคุ้มครอง สวมใส่เป็นเครื่องประดับติดตัวเสมอ พกอัญมณีไว้กับตัว หลังการบำบัดชำระล้างอัญมณีโดยน้ำ

#เฮมาไทต์ #ความรู้ #มงคล #เครื่องประดับ #ปกปักรักษา

💡การ์เนต(Garnet)💡     หรือที่บ้านเราจะเรียกอัญมณีสีแดงแก่กล่ำว่า "โกเมน" เป็นชื่อของกลุ่มแร่ซิลิเกตกลุ่มหนึ่ง ที่มีโครงส...
04/05/2020

💡การ์เนต(Garnet)💡
หรือที่บ้านเราจะเรียกอัญมณีสีแดงแก่กล่ำว่า "โกเมน" เป็นชื่อของกลุ่มแร่ซิลิเกตกลุ่มหนึ่ง ที่มีโครงสร้างผลึกเหมือนกัน แต่สูตรทางเคมีแตกต่างกันโดยมีองค์ประกอบทางเคมีเป็น X3Y2 (SiO4)3 โดย "X" สามารถเป็น Ca(แคลเซียม), Mg(แมกนีเซียม), Fe2+(ธาตุเหล็กประจุ 2+) หรือ Mn2+(ธาตุแมงกานีสประจุ 2+) และ "Y" สามารถเป็น Al(ธาตุอลูมิเนียม), Fe3+(ธาตุเหล็กประจุ 3+), Mn3+(ธาตุแมงกานีสประจุ 3+), V3+(ธาตุวานาเดียมประจุ 3+) หรือ Cr3+(ธาตุโครเมียมประจุ 3+)

เนื่องจากในปัจจุบัน เราสามารถพบการ์เนตสีต่างๆ เจ้าของร้านจึงพยายามไม่ใช่คำว่า "โกเมน" เนื่องจาก ตามความเข้าใจของคนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่า โกเมนมีสีแดง ตามตำราของไทย ที่ว่า "แดงแก่กล่ำ "โกเมน" เอก ซึ่งสีแดง(Pyrope) ในกลุ่มโกเมน จะเป็นเพียงชนิดหนึ่งในหลายชนิดของแร่กลุ่มนี้เท่านั้น ดังนั้นเพื่อให้ ความเข้าใจไม่คลาดเคลื่อน ในบทความนี้ เจ้าของร้านของใช้คำว่า การ์เนต แทนชื่อของแร่ทุกตัวในกลุ่มนี้

แร่ชนิดนี้ สามารถพบได้ทั่วโลกใน หินแปร, หินอัคนีและหินตะกอน การ์เนตส่วนมากจะบริเวณพื้นผิวของโลก โดยเกิดจากหินตะกอนที่มีปริมาณธาตุอลูมิเนียสูง เช่น หินดินดาน จะต้องได้รับความร้อนและแรงกดดันมากพอที่จะทำให้เกิดหินชีสต์(schist)หรือหินไนส์(gneiss) การ์เนตยังสามารถพบในหน้าสัมผัสของหินที่สัมผัสกับสภาวะที่ทำให้เกิดการแปร โพรงในหินหนืด ลำธารของลาวา การระเบิดของภูเขาไฟ และในตะกอนดินที่อัดแน่นที่มีหินที่มีการ์เนตอยู่ร่วมเกิดการผุพังและโดนกัดเซาะ
----------------------------

💡ประวัติและตำนานที่เกี่ยวกับการ์เนต💡
ในวัฒนธรรมเซลติกและแองโกลแซ็กซอน การ์เนตถูกใช้เป็นหินแกะสลักสำหรับเครื่องประดับ

ในวัฒนธรรมฮีบรู การ์เนตมีสีของไฟ จึงเรียกว่า คาร์บันเคิล(Carbuncles) แปลว่า จากถ่านหินไฟ เป็นหนึ่งในอัญมณีที่ประดับบนทับทรวงของมหาปุโรหิต

ในตำนานของชาวตะวันออกเล่าว่า การ์เนตถูกแขวนไว้บนเรือโนอาห์เพื่อกระจายแสง

ชาวกรีกเรียก การ์เนต ว่า พลอยหลอดไฟ และเชื่อว่า ถ้านำมาแขวนรอบคอ จะทำให้ได้รับอำนาจในการมองเห็นในที่มืด ในเทพนิยายกรีกพูดถึง การ์เนต ว่าเป็นหินที่สามารถส่งผ่านพลังจากพระเจ้า เพื่อรักษาความแตกแยกทางอารมณ์ระหว่างคนรัก

เป็นหินแห่งนักรบ ในช่วงสงครามครูเสด ใช้เป็นเครื่องรางในการรบ ซึ่งมีความเชื่อเหมือนกันทั้งคริสเตียนและมุสลิม

ชาวเมโรเวียนำเครื่องรางจากการ์เนตจากเมือง
ซีรอน(ประเทศศรีลังกา) ผ่านเส้นทางสายไหมซึ่งนำมาผสานกับอำพันจากทะเลบอลติกเพื่อสร้างอัญมณีอันงดงาม ซึ่งอัญมณีทั้งสองชนิดสร้างความสมดุลกัน อันหนึ่งให้ความรู้สึกที่อบอุ่น อีกอันให้ความรู้สึกเบาบางและเยือกเย็น บางคนเห็นอัญมณีแบบนี้ ในแหล่งกำเนิดของอารยธรรมแฟรงค์(Frankish)(ประเทศเยอรมัน) ซึ่งในชุดนี้อำพันและโกเมนกลับช่วยกระตุ้น ความดุร้ายนักรบเยอรมันสมัยโบราณ

ความใคร่ต่ำและความผิดปกติทางเพศได้รับการรักษา โดยการใช้โกเมนสัมผัสที่อวัยวะเพศ เจ้าหญิงปาลาตินได้เชื่อในเรื่องดังกล่าวและใส่ไว้ที่สามีของเธอ ซึ่งเป็นพี่ชายของกษัตริย์หลุยส์ที่สิบสี่ แม้ว่าเขาจะขอให้เธอไม่เปิดเผยเรื่องนี้ให้กับทุกคน แต่เธอก็บอกทั้งศาลและเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ในจดหมายที่มีชื่อเสียงของเธอ

โกเมนเป็นหินของผู้พิชิต ตำนานเล่าว่า โกเมนประดับไว้ที่แหวนแหวนของ ดอน ฮวน(Don Juan)

ในอังกฤษมีความเชื่อว่า หากแกะสลักภาพสิงโตบนการ์เนต จะช่วยรักษาทุกโรคของผู้สวมใส่ ป้องกันและรักษาเกียรติและสุขภาพของเขา และปกป้องเขาจากภัยทั้งหมดในการเดินทาง

ชนเผ่าบางกลุ่มในเอเชีย ใช้การ์เนตสีแดงเป็นลูกดอกสำหรับเป่าเพราะเจาะเหยื่อของพวกเขาได้อย่างรวดเร็ว และสามารถถูกซ่อนไว้อย่างดีเมื่อมันเข้าไปผสมกับเลือด ในช่วงเวลาอื่นๆ พวกเขาจะวางการ์เนตไว้ในบาดแผลเพื่อกระตุ้นให้เกิดการแข็งตัวของเลือด ในกลุ่มชนเผ่านี้ยังคงใช้มันต่อไปในฐานะลูกดอก ด้วยสันนิษฐานว่า หินสีเลือดจะก่อให้เกิดแผลตายมากกว่าลูกกระสุนปืนตะกั่ว อาวุธดังกล่าวถูกใช้โดยกบฏ ฮานซาส(Hanzas) ในปี ค.ศ. 1892 ระหว่างการสู้รบกับกองทัพอังกฤษในชายแดน แคชเมีย(Kashmir) และกระสุนอันล้ำค่าจำนวนมากเหล่านี้ถูกเก็บรักษาไว้เป็นของโบราณ
--------------------

💡ความเชื่อเกี่ยวกับการ์เนต💡
หากเทียบเป็นความเชื่อของไทยจากบทกลอนของอัญมณีนพเก้าที่ว่า " โกเมนแจ้ง แคล้วพาลภัย ใจสุขา" พอจะอนุมานได้ว่า อัญมณีโกเมนเป็นอัญมณีที่ช่วยดลใจผู้สวมใส่ ให้เลือกในหนทางที่ปลอดภัยที่สุด หรือช่วยดลบันดาลให้รายรื่น ใจเป็นสุข นั่นเอง

💡ความเชื่อตามประเภทของการ์เนต💡
การ์เนตเป็นหินที่มีพลังและคอยสร้างพลังใหม่ให้กับผู้สวมใส่ มีความสมดุล แข็งแรงและปกป้อง เป็นหนึ่งในหินที่มีความสมบูรณ์มากที่สุด แต่ก็มีหลายรูปแบบตามลักษณะชนิดของแร่ธาตุที่เป็นองค์ประกอบ และนอกเหนือจากคุณสมบัติการรักษาและการให้พลังแล้ว แต่ละประเภทของการ์เนตมีคุณสมบัติเพิ่มเติมที่ระบุไว้ตามประเภทเฉพาะพร้อมด้วยสี และพลังงาน ดังนี้

อัลแมนดีนการ์เนต(Almandine Garnet) ให้แสงสีแดงเข้ม และสีแดงเข้มโทนสีน้ำตาลที่เจิดจ้า มันเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับโลกและเป็นเครื่องรางแห่งการป้องกันและความแข็งแรงที่ไม่มีขอบเขต ความต้านทานต่อทุกสิ่งที่เป็นลบ ช่วยในการไหลเวียนโลหิตและปัญหาเกี่ยวกับเลือดทั้งหมด เป็นหินของความรักและความสัมพันธ์

อันดราไดต์การ์เนต(Andradite Garnet) มีพื้นฐานที่ดีจากสีเขียวแบบต้นมะกอก สีเหลืองเข้มและสีดำ หินแห่งจิตวิญญาณของความคิดที่สูงขึ้น และการเสริมสร้างพลังอำนาจของตนเอง เป็นหินแห่งความแข็งแรงและความปลอดภัย

กรอสซูลา(Grossular Garnet) แสดงให้เห็นถึงความหวังการเสริมสร้างพลังอำนาจและทุกสิ่งที่หล่อเลี้ยงจากแม่ธรณี มีสีของพระอาทิตย์ขึ้นสีเหลือง สีทอง สีส้ม สีแดงเลือดหมู สีแดง และเฉดสีเขียวที่เป็นที่นิยม เป็นหินแห่งความมั่งคั่งและความอุดมสมบูรณ์ ส่งเสริมความกตัญญูและการบริการแก่ผู้อื่น

ไพโรปการ์เนต(Pyrope Garnet) เป็นหินที่น่าหลงใหลซึ่งอธิบายว่าเป็น "ไฟที่มีชีวิต" เป็นหินที่มีสีหลากหลายตั้งแต่ดอกกุหลาบแดงจนถึงน้ำเงินเข้ม รวมทั้งเฉดสีแดงม่วงและคราม เป็นแรงบันดาลใจในการมอบพลังและความมีชีวิตชีวา และช่วยให้มีความรู้สึกเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ในการเป็นเจ้าของของขวัญ และความสามารถและแบ่งปันให้กับคนอื่นๆ ช่วยกระตุ้นความอ่อนโยนรวมถึงพลังความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง

สเปซซาทีน(Spessartine Garnet) เป็นหนึ่งในชนิดที่หายากมาก หรือที่เรียกว่า "การ์เนตดวงอาทิตย์" พลังงานของมันแผ่กระจายไปในเฉดสีของสีทองเข้ม สีส้ม สีแดงเลือดหมูและสีแดงเข้ม ผลึกอาจเป็นสีเหลืองอ่อน ถ้าเกือบบริสุทธิ์ แต่มักผสมกับ อัลแมนดีนการ์เนต มันจะช่วยกระตุ้นกระบวนการวิเคราะห์ของจิตใจ ช่วยบรรเทาความกลัวและให้ความมั่นใจในการเปลี่ยนแปลงชีวิตตนเอง ช่วยปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์

อูวาโรไวต์การ์เนต(Uvarovite Garnet) เป็นสีเขียวเพียงอย่างเดียว มีลักษณะเป็นผลึกขนาดเล็กและไม่ค่อยพบบ่อยที่สุด ในรูปแบบของมัน ซึ่งเป็นพื้นผิวที่เป็นธรรมชาติของผลึกประกายเล็กๆ ที่ปกคลุมไปด้วยหิน บางครั้งก็ทำเป็นเครื่องประดับที่สวยงาม ช่วยส่งเสริมความเจริญรุ่งเรือง ความมั่งคั่งและช่วยในการเรียนรู้ที่จะยอมรับสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างสนุกสนาน เป็นหินที่ช่วยทำให้เกิดความสงบ

#ความรู้ #เครื่องประดับ #โกเมน #มงคล

💡โป่งขาม (phantom quartz)💡     หรือมลทินในเนื้อควอตซ์แบบต่างๆ(Quartz with Inclusion) เป็นควอตซ์ใสซึ่งอาจมีแร่เพียงชนิดเด...
01/05/2020

💡โป่งขาม (phantom quartz)💡
หรือมลทินในเนื้อควอตซ์แบบต่างๆ(Quartz with Inclusion) เป็นควอตซ์ใสซึ่งอาจมีแร่เพียงชนิดเดียว หรือมีแร่ชนิดอื่นอีกหลายชนิดภายในผลึกของมัน แร่ที่มักพบเป็นมลทินและเป็นที่รู้จักกัน ได้แก่ แร่ในกลุ่มคลอไรต์(Chlorite) มีสีเขียวหรือลาเวนเดอร์ พวกปวก, เฮมาไทต์(Hematite) มีประกายสีแดง หรือเป็นผงสีแดง), เกอไทต์(Goethite) เป็นสีเหลือง ส้ม, แร่รูไทล์(Rutile) เป็นเส้นเข็มสีทอง สีดำ สีเงิน, เนื้อของดินเหนียว เป็นผงดินสีน้ำตาล, ไมกา(Mica) เป็นผลึกหกเหลี่ยมสีมืดดำ, สเปคคูลา เฮมาไทต์(Specular Hematite) มีประกาย สะท้อนแสงสีเงิน, เอพิโดต(Epidote) ผลึกเข็มสีเขียว, ทัวร์มารีน(Tourmaline) เป็นแท่งเข็มสีดำ อาจเป็นของเหลว(เอนไฮโดร(Enhydro))หรือก๊าซ(ฟองเล็กๆ) แม้กระทั่งโลหะทองคำหรือเงิน ซึ่งรูปลักษณ์ที่เกิดจากมลทินเหล่านี้ ทำให้เกิดความน่าสนใจและสวยงาม รวมถึงมีรูปลักษณ์ที่ทำให้จินตนาการถึงภาพทิวทัศน์หรือสิ่งต่างๆ ที่ทำให้เหมาะแก่การสะสมของผู้สนใจ

💡การเกิด💡
ในขณะที่มีการตกผลึกหรือการก่อตัวในแบบอื่นๆ ตามสภาวะแวดล้อมที่ควอตซ์เกิดขึ้น พร้อมกับแร่ต่างๆมากมาย แร่เหล่านี้ อาจอยู่ในสภาวะเป็นสารละลายหรือฟองอากาศที่อยู่ภายในน้ำ เมื่อควอตซ์ตกผลึกสารละลายและฟองอากาศเหล่านี้ยังคงอยู่ในน้ำล้อมรอบผลึกควอตซ์ที่กำลังก่อตัวบางส่วนก็ถูกผลึกควอตซ์ที่ตกผลึกล้อมรอบและถูกเก็บไว้ภายในผลึกนั่นเอง ธาตุต่างๆเหล่านี้ก็ไม่ได้ออกไปไหน เมื่อพวกมันถูกฝังอยู่ภายในผลึกควอตซ์ ธาตุที่ถูกฝังอยู่บางส่วนอื่นๆ ก็มาก่อร่างและกลายเป็นรูปร่างของผลึกแร่ภายในผลึกควอตซ์ด้วยเช่นกัน
โดยทั่วไป มลทินเหล่านี้สามารถเข้าไปอยู่ในผลึกของควอตซ์ได้ 3 วิธีด้วยกัน

1. แร่ได้ก่อตัวเป็นผลึกแล้วและ ผลึกควอตซ์ได้ก่อตัวล้อมรอบผลึกของแร่ชนิดนั้น ทำให้รูปแบบผลึกดั้งเดิมของแร่ที่อยู่ภายในควอตซ์ถูกเก็บรักษาไว้ ในขณะที่ส่วนที่ไม่ได้ถูกห่อหุ้มไว้โดยผลึกอาจแตก หลุดออก หรือผุพังไปตามเวลาที่ผ่านมา มลทินที่เกิดในรูปแบบนี้ เรียกว่า ตำหนิภายในที่มีอยู่ก่อนการเกิด(Protogenetic Inclusion) โดยเราสามารถสังเกตุโครงร่างของผลึกมลทินที่เป็นแบบนี้จาก การที่ผลึกมลทินเป็นลักษณะการวิ่งผ่านผลึกควอตซ์ทั้งหมด มากกว่าการที่เส้นไยจะเกิดเต็มรูปร่างแบบสุ่มนั่นเอง

2. ผลึกควอตซ์และแร่ที่ก่อตัวรวมอยู่ภายในนั้นตกผลึกและเติบโตขึ้นพร้อมกัน การเกิดของผลึกมลทินกับควอตซ์แบบนี้เรียกว่า ตัวหนิภายในที่เกิดในเวลาเดียวกัน(Syngenetic inclusions) ซึ่งทำให้ รูปร่างของแร่ที่ก่อตัว มักจะเบี่ยงเบนจากรูปแบบปกติ และลักษณะผลึกที่เกิดขึ้นมีลักษณะที่แปลกไป ทำให้ยากต่อการนำมาระบุชนิดของผลึกภายใน หากนำมาตรวจสอบแบบไม่ทำลาย ซึ่งก็มีปัญหาต่อการวิเคราะห์ชนิดแร่โดยผู้เชี่ยวชาญเลยทีเดียว บางครั้งการก่อตัวแบบนี้ทำให้เกิดลักษณะการก่อตัวแบบแฟนทอม(Phantom) ที่เกิดจากการที่ผลึกแร่เริ่มตกผลึกและก่อตัวไม่ทันผลึกควอตซ์ ทำให้ผลึกควอตซ์ห่อหุ้มแร่บางส่วน กรณีเช่นนี้ อาจถูกพิจารณาว่าเป็นรูปแบบในกรณีนี้ได้เช่นกัน

3. ธาตุที่ซ่อนอยู่ในผลึกของแร่ควอตซ์สามารถเปลี่ยนไปเป็นแร่อื่นได้ เมื่อสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อเงื่อนไขระหว่างการเจริญเติบโตของผลึก มีผลให้ธาตุหรือแร่ภายในผลึกสามารถหลบอยู่ในโครงสร้างในช่วงที่สภาวะอุณหภูมิและความดันหนึ่ง แต่เมื่อสภาวะทั้งอุณหภูมและความดันเปลี่ยนแปลงไป ก็ทำให้แร่หรือธาตุที่ซ่อนอยู่เกิดการฟอร์มตัวใหม่ มลทินในรูปแบบนี้เรียกว่า ตำหนิภายในที่เกิดภายหลัง(Epigenetic Inclusion) บ่อยครั้งที่มลทินเหล่านี้จะเน้นก่อตัวไปที่แกนผลึกของผลึกควอตซ์ ตัวอย่างที่ดีที่สุดของการเกิดมลทินแบบนี้ คือ โรสควอตซ์ นั่นเอง

การก่อตัวและการตกผลึกของแร่และควอตซ์แต่ละรูปแบบ สามารถบ่งบอกถึงแหล่งที่มา ลักษณะพื้นที่โดยรอบ รวมถึงสภาวะของอุณหภูมิและความดันได้เลยทีเดียว

💡แร่ที่มักเป็นมลทินในเนื้อควอตซ์💡
หมู่แอมฟิโบล(Amphibol Group) เป็นกลุ่มแร่สำคัญที่มักพบในสภาพแวดล้อมของการเกิดที่มีอุณหภูมิปานกลางถึงสูงและบางส่วนเป็นแร่ประกอบหิน โดยเกิดเป็นแร่ที่มีลักษณะเส้นไยต่างๆ ที่มักแสดงลักษณะของปรากฎการณ์ตาแมวในเนื้อควอตซ์ จนบ่อยครั้งแร่ในกลุ่มแอมฟิโบลก็ถูทำเหมืองในรูปแบบแร่ไยหิน ตัวอย่างของแร่ในกลุ่มแอมฟิโบลที่มักพบบ่อยในควอตซ์ คือ แอคทิโนไลต์(Actinolite)

ในมุมที่เจ้าของร้านที่เห็นเนื้อของแก้วแรแล้ว เป็นลักษณะขององค์ประกอบของเส้นไยเล็กๆที่อาจมีทั้งสีเทา เขียว น้ำเงิน ซึ่งเมื่อเทียบในแก้วแร่บางชนิด ก็คิดว่าเป็นองค์ประกอบจากแอคทิโนไลต์นั่นเอง

กลุ่มแร่ที่เป็นองค์ประกอบจากไทเทเนียม เรามักพบแร่ที่เป็นองค์ประกอบจากธาตุไทเทเนียมอยู่ในเนื้อควอตซ์ในหลายครั้ง โดยชนิดที่รู้จักกันดี คือ ไหมทอง ไหมเงิน ไหมนาก แก้วขนเหล็ก เป็นต้น ซึ่งหากเทียบเป็นชนิดแร่แล้ว จะมีชื่อแร่ที่เกิดเป็นมนทิลในเนื้อควอตซ์ ดังนี้

1. อะนาเทส(Anatase) เกิดได้ในหลายรูปลักษณ์ผลึกในเนื้อควอตซ์ และมีสีได้หลากหลาย เช่น ดำ น้ำตาล น้ำเงินเข้ม ส่วนใหญ่จะพบเป็นลักษณะเป็นแผ่นของโซนสีในเนื้อควอตซ์

2. รูไทล์(Rutile) เมื่อเกิดในเนื้อควอตซ์จะมีลักษณะที่เรารู้จักกันดีว่าเป็นลักษณะผลึกแบบเส้นสีทอง หรือสีส้มทองแดง จนตั้งชื่อจนคุ้นหูกันว่า ไหมทอง นั่นเอง

3. บรูไคต์(Brookite) เป็นแร่ไหมสีเทาแบบโลหะ ที่มักเกิดเป็นแส้นไหมในรูของหินหรือในเนื้อของควอตซ์ ซึ่งก็ คือ ไหมเงินนั่นเอง

แก้วโป่งขาม เป็นหินแก้วตระกูลแร่ควอตซ์ (Quartz) หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “แร่เขี้ยวหนุมาน” โดยตามมาตรความแข็งของโมส์ (Moh’s scale of hardness) ควอตซ์มีค่าความแข็งอยู่ในอันดับที่ 7 (ความแข็งมี 10 อันดับ เพชร แข็งที่สุด คืออันดับ 10) โดยลักษณะของควอตซ์จะมีความโปร่งใส ไปจนถึงทึบแสง และมีมากมายหลายสี ควอตซ์จึงจัดเป็นรัตนชาติตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่ง และหลายพื้นที่ในประเทศไทยพบควอตซ์หลายชนิด แต่ชนิดที่นำมาทำแก้วโป่งข่ามนั้น พบมากที่ อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง
“แก้ว” ตามความหมายโดยทั่วไป หมายถึง หินใส ที่สามารถมองเข้าไปข้างในได้
“โป่ง” หมายถึง ลักษณะของสิ่งที่พองด้วยลม หรือแก๊ส เช่น ดินโป่ง (ดินที่มีเกลือ) เป็นต้น
“ขาม” เป็นภาษาถิ่น หมายถึง อยู่ยงคงกระพัน
“แก้วโป่งข่าม” จึงมีความหมาย คือ หินใสที่มองเล็ดลอดเข้าไปข้างในและมีความอยู่ยงคงกระพัน โดยเกิดจากการผุดขึ้นมาจากช่องดิน

แก้วโป่งขาม เป็นอัญมณีศักดิ์สิทธ์คู่บ้านคู่เมืองของอำเภอเถินมาช้านาน เชื่อกันว่าสามารถคุ้มภัยให้คุณในทางที่ดี อีกทั้ง อำเภอเถินยังมีแหล่งกำเนิด (ขุมแก้ว) ที่ชาวบ้านเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ที่ “ดอยโป่งหลวง” บ้านนาบ้านไร่ หมู่ที่ 5 ตำบลแม่ถอด มีการขุดพบโป่งขามยักษ์ เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2545 ปัจจุบัน ประดิษฐานอยู่ในเจดีย์ วัดบ้านนาบ้านไร่ เป็นองค์พระเจ้าแก้วโป่งข่ามที่องค์ใหญ่ที่สุดในโลก โดยสูง 99 เซนติเมตร วัดรอบฐาน 66 เซนติเมตร น้ำหนัก 1,000 กิโลกรัม อันเป็นที่เคารพบูชาของชาวบ้าน

แน่นอนว่า เมื่อมีแหล่งกำเนิดอยู่ใกล้ชุมชน ต้องเกิดอาชีพที่ก่อให้เกิดรายได้ ชาวบ้านจึงได้ขุดเอาหินแก้วโป่งขามจากแหล่งแก้วศักดิ์สิทธิ์นี้ นำมาเจียระไน โดยอาศัยประสบการณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมา ก่อให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้แก่คนในชุมชนจนกลายเป็นอุตสาหกรรมประจำหมู่บ้าน เมื่อหน่วยงานภาครัฐเล็งเห็นถึงศักยภาพของคนในชุมชน จึงได้ให้การสนับสนุน ทำให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ของกลุ่มเจียระไนแก้วโป่งขาม ตำบลแม่ถอด โดยมีผลิตภัณฑ์เครื่องประดับ ทั้งแหวน ล็อกเกต กำไลข้อมือ จี้สร้อย รวมไปถึงการแกะสลักพระพุทธรูป ซึ่งถือเป็นความมีสิริมงคลและความขลัง

เมื่ออยู่ภายใต้ผิวดิน แก้วโป่งขามสามารถที่จะดูดขับพลังงานจากธรรมชาติได้ ตลอดจนแสดงพลังงานออกมาในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปจนคนโบราณสังเกตพบ และกำหนดชื่อเรียกขานแก้วแบบนั้นๆ ตามลักษณะ และรูปแบบพลังงานที่แสดงออกมาเพื่อสะดวกแก่การจดจำ และใช้สอย จึงจะขอยกตัวอย่างดังต่อไปนี้
----------

💡แก้วขนเหล็ก💡 เป็นแก้วโป่งขามที่มีความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่โป่งข่ามด้วยกันอาจจะเป็นเพราะมีการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ เรื่องแก้วขนเหล็ก จึงทำให้ผู้คนคุ้นหูกับคำว่า แก้วขนเหล็ก ก็เป็นไปได้ แก้วขนเหล็ก ในบรรดาแก้วขนเหล็กนั้นก็จะแยกออกเป็นสองแบบ คือ

1. แก้วขนเหล็กใส เนื้อแก้วจะเป็นแก้วที่น้ำใส ภายในมีเส้นแร่ปรากฏอยู่ มีขนาดไม่เกินเส้นผม บางคติความเชื่อกล่าวกันว่า เส้นขนสีดำที่อยู่ภายในเม็ดแก้วคือ "เหล็กไหล" ในทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า เส้นขนในแก้วชนิดนี้เป็นแร่รูไทล์ (Rutile) ธาตุไทเทเนียม (Titanium) ซึ่งเป็นแร่ประเภทโลหะที่มีราคาแพง ให้สรรพคุณในเรื่องของอยู่ยงคงกระพัน ช่วยคุ้มครองป้องกันภูตผีปีศาจ และยังให้โชคลาภอีกด้วย

2. แก้วขนเหล็กตัน แก้วโป่งขามชนิดนี้ จะมีเส้นขนสีดำลักษณะเดียวกันกับแก้วขนเหล็กใส เส้นขนจะใหญ่และหยาบกว่า เนื้อแก้วเป็นสีขาวขุ่นหรือสีเทา แก้วขนเหล็กตันสามารถหาได้ง่ายกว่าแก้วขนเหล็กใส ช่วยในเรื่องของโชคลาภ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางติดต่อค้าขายและต้องการประสบความสำเร็จก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
----------

💡แก้วเข้าแก้ว 💡 นับได้ว่าเป็นแก้วที่แปลกประหลาด ค่อนข้างจะเป็นที่นิยมอย่างสูงในหมู่นักสะสมโป่งข่ามราคาก็ค่อนข้างที่จะสูงกว่าโปงข่ามชนิดอื่นและเป็นแก้วที่หาได้ยากลักษณะของแก้วชนิดนี้เมื่อยังไม่ได้ทำการเจียระไน ตอนยังเป็นหน่อแก้วอยู่นั้น จะมองเห็นมีหน่อแก้วลิ่มเล็ก ๆปรากฏอยู่ข่างในหน่อแก้วอาจจะลิ่มเดียวหรือเป็นกลุ่ม งอกขึ้นอยู่ภายในหน่อแก้วใหญ่ โดยแทงทะลุจากภายนอกด้านใดด้านหนึ่งเข้าไปภายใน หรืออาจจะเป็นหน่อแก้วซ่อนอยู่ภายในหน่อแก้วใหญ่เชื่อกันว่าแก้วเข้าแก้วเป็นแก้วที่มีพลังสูงซึ่งผู้ที่เป็นเจ้าของอาจจะสัมผัสได้ถึงขุมพลังเร้นลับเหล่านั้น หากผู้ที่ได้ครอบครองปฏิบัติดีต่อแก้ว ย่อมที่จะได้รับผลดีตอบแทนอย่างคาดไม่ถึงว่ากันว่าแก้วเข้าแก้วให้คุณทางด้าน อำนาจ, วาสนา, เสริมบารมี
----------

💡แก้วทรายคำ💡 มีลักษณะเด่นคือ เมื่อนำมาเจียระไนทำหัวแหวนแล้ว ด้านบนของแก้วจะมีลักษณะใสด้านล่างหรือพื้นแก้วจะมีแร่คล้ายๆเม็ดทรายเรียงรายอยู่เต็มพื้นแก้ว โดยทั่วไปแล้วจะมีหลายสี แต่ที่นิยมกันจะมี สีแดง สีส้ม สีทอง ซึ่งก็มีความเชื่อตามสีของเม็ดทรายแตกต่างกันไป เช่น สีส้มสีแดง ให้คุณทางด้าน ป้องกันโรคภัย ส่งเสริมสุขภาพของผู้ครอบครอง สีทองให้คุณทางด้าน โชคลาภเงินทอง มั่งมีศรีสุข
----------

💡แก้วแร💡 นี้เป็นแก้วที่ส่งผลในการค้ำชูสำหรับผู้ที่ทำธุรกิจค้าขาย เป็นแก้วที่จะเหนี่ยวนำให้เกิดความคิด หรือภูมิปัญญาอันเป็นที่มาของโภคทรัพย์ ซึ่งอาจเปรียบเสมือนแก้วจินดามณี อันหมายถึงพระนางจินดา (พระสุรัสวดี) เทวีแห่งปัญญานั่นเองผู้ที่ครอบครองแก้วแรมักจะเกิดญาณทัศนะบางอย่าง ที่ทำให้สามารถหยั่งลึกได้ในลู่ทางของทรัพย์ หรือก่อให้เกิดจินตนาการเชิงศิลปะ อีกทั้งบังเกิดโชคลาภอันเป็นที่มาของทรัพย์อีกด้วย โดยจะแบ่งออกเป็น

1.ประกายแร ถ้าในแก้วมีเส้นแพรแก้ว ในลักษณะควันแพรแก้วมักจะพบในแก้วสีฟ้าควัน แพรแก้วตวัดม้วนอยู่ข้างในและมีประกายแรติดอยู่กับเส้นแพรแก้วด้วยทำให้เกิดวาวแววเหลือบบนผิวแก้ว

2.แรสาด อีกแบบหนึ่งที่เส้นแพรแก้วอยู่ลักษณะโค้งเว้าลงก้นแก้ว ประกายแรกลิ้งได้ แววสาดกลิ้งไปกลิ้งมาบนหน้าแก้ว แบบนี้เรียกว่าแรสาด

3.แรใน แรเหลือบ ยังมีแก้วแบบพิเศษอีกแบบหนึ่งที่มีความแวววาวแรและวาวสีพิเศษในเนื้อแก้วมองๆดูเหมือนแก้วเนื้อใสธรรมดา บางทีก็เห็นเหลือบสีขึ้นมาโดยมองจากแต่ละมุมไม่เหมือนกัน แบบนี้เป็นลักษณะของ แก้วแรใน แบบ น้ำแก้วน้ำใส วาวแรที่สะท้อนกันเองในแก้วดั่งน้ำและน้ำมันรวมกัน สีที่เจือจางอยู่มุมใดมุมหนึ่งของแก้ว สามารถทอสีขึ้นมาโดยวาวสีเล่นกับวาวแก้วจึงเรียกกันว่าแก้วแรใน สมัยโบราณคนที่เล่นสะสมโป่งข่าม แก้วชนิดนี้มีราคาดีมากเพราะเป็นการเล่นด้วยน้ำใสของแก้วอีกทั้งยังแรเหลือบสีประหลาดที่เราสามารถเห็นจากข้างใดข้างหนึ่ง แก้วชนิดนี้ถือว่าเป็นแก้วที่หายากมาก
----------

💡แก้วประภาหมอกมุงเมือง💡 เป็นโป่งขามประเภทที่มีเนื้อภายในแก้วมีลักษณะเป็นลายสีขาวขาวขุ่นหนาทึบเหมือนกับเมฆหมอก หมอกมุงเมืองบางเม็ดสีเหมือนตอนฝนใกล้จะตกคือจะออกครึ้มๆ บางเม็ดก็เป็นสีหมอกเหมือนตอนที่วันท้องฟ้าแจ่มใสคือมีสีหมอกใสหรือหมอกอมฟ้า บางครั้งจะเป็นเพียงริ้วบาง ๆแทรกด้วยสีฟ้าอ่อน หรือมีลักษณะเหมือนกับควันไฟขาว ๆ ก็ได้ มีความเชื่อกันว่า หากใครได้ครอบครองแก้วหมอกมุงเมือง จะส่งผลให้เกิดความชุ่มเย็นกับตัวเองและครอบครัว และยังส่งผลในด้านทรัพย์สินเงินทองให้บริบูรณ์อีกด้วย
----------

💡แก้ววิตูลสีน้ำผึ้ง💡 ลักษณะทั่วไป น้ำแก้วจะมีหลายลักษณะ คือ ประเภทน้ำใสจะมีสีเหลือง โดยทั่วไปแล้วจะมีน้อยมากที่จะพบสีเหลืองใสจริงๆมักจะมีสีขุ่นเหลืองเสียมากกว่า จะไม่ขุ่นมากนัก สีเหลืองขุ่นมีลาย ลักษณะลายประกอยอาจจะมีลายทีเกิดขึ้น เป็นริ้ว หรืออาจจะเป็นวงๆ คล้ายๆ กับ แก้วตาเสือ อาจจะมีสีภายในเม็ดเดียวกัน เช่นสีขาว สีดำ สีเหลือง ซึ่งเป็นลักษณะที่หายากมาก แก้วสีวิตูลน้ำผึ้งเราจะเปรียบเทียบสี ได้จาก สี่ของน้ำผึ้ง คือจะไม่ออกสีเหลืองมากนัก แต่จะออกสีเหลืองอมส้ม ผสมอยู่ คุณวิเศษของแก้ววิตูลสีน้ำผึ้งหากผู้ใดที่ได้ครอบครองนำมาเป็นขวัญถุง หัวแหวนหรือจี้ เครื่องประดับต่างๆ จะทำให้เกิดโชคลาภ ทวีคูณ เกิด ความชุ่มเย็นมีชื่อเสียงและอำนาจ การค้าขาย การติดต่อ และยังแคล้วคลาดอีกด้วย
----------

💡แก้วพิรุณแสนห่า💡 เป็นแก้วที่มีลักษณะเด่นของลวดลายเป็นสายฝน พุ่งลงมาจากด้านบนสู่ด้านล่าง ซึ่งคล้ายกับฝนที่ตกลงมาเป็นริ้วๆ มีความเชื่อกันว่า แก้วพิรุณแสนห่านี้ สามารถคุ้มครองผู้ที่เป็นเจ้าของ จะสามารถแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง ทำให้ทรัพย์สินงอกเงย อีกทั้งยังทำให้เกิดความเจริญและสามารถพลิกฟื้นชะตาให้ดีขึ้นได้ เปรียบได้กับสายฝน ที่สามารถให้ความชุ่มชื้นและพลิกแผ่นดินให้เกิดความอุดมสมบูรณ์เจริญงอกงาม แก่สรรพสิ่งทั้งหลายได้
----------

💡แก้วปวก คำว่าปวก💡 เป็นภาษาเหนือที่แปลว่า ต่อมน้ำหรือฟองน้ำ แสดงถึงสิ่งที่มีลักษณะฟูขึ้นมา เหมือนต้นไม้, ใบหญ้า, ตะใคร่น้ำ, ประการังหรือสาหร่าย จะเรียกรวมกันว่าปวก แก้วปวกมีหลายวรรณะ เรียกชื่อตามลักษณะ เช่น ปวกเขียว, ปวกแดง, ปวกชมพู, ปวกเงิน, ปวกครั่ง, ปวกลอย, ปวกทราย ฯลฯ คุณสมบัติตามความเชื่อ ถือว่าให้คุณในการทำมาค้าขาย เสน่ห์เมตตามหานิยม สำหรับเวลาไปติดต่อประสานงาน ทำให้ดำเนินการต่างๆ ราบรื่น แคล้วคลาดภยันตราย
----------

💡แก้วสามกษัตริย์💡 แก้วที่เกิดจากการรวมกันของแก้วต่างสกุลในผลึกเดียว เช่น แก้วปวก แก้วทราย แก้วขนเหล็ก เป็นต้น ถือว่าเป็นแก้วที่รวมเอาสิ่งเป็นมงคลไว้ด้วยกัน มีคุณในการเสริมชะตาบารมี ให้โชคลาภ บันดาลความเจริญรุ่งเรืองแก่ผู้ถือครอง เป็นแก้วซึ่งนับว่าเป็นที่ต้องการสูง เนื่องจากใช้ได้กับทุกวันเกิด ทุกราศี และรวมเอาคุณของแก้วต่างๆ ไว้ด้วยกัน เป็นพลังทวีคูณที่จะส่งเสริมในแก้วดวงนั้น การจำแนกแก้วสามกษัตริย์ หลักๆ จะมีแบ่งเป็น 2 แบบ คือ แก้วสามกษัตริย์ ที่เกิดจากการสหชาติ (รวม) ของแก้วต่างสกุลกัน เช่น แก้วปวก, แก้วขนเหล็ก, แก้วเข้าแก้ว เป็นต้น ซึ่งจะเป็นแก้วสามกษัตริย์ที่หายาก และมีค่าสูงอีกประเภทหนึ่ง คือแก้วสามกษัตริย์ที่เกิดจากการสหชาติ ของแก้วประเภทปวก หรือกาบ ซึ่งอยู่ในสกุลเดียวกัน แต่ต่างวรรณะกัน เช่น ประกอบด้วยปวกเขียว, ปวกทอง, ปวกแดง หรือ กาบเงิน กาบทอง กาบแดง เป็นต้น หรือเรียกอีกอย่างว่า แก้ววรรณสาม
----------

อย่างไรก็ตาม “แก้วโป่งขาม” ที่ใครต่อหลายคนอาจไม่เคยได้ยิน หรือสนใจมาก่อน แต่สำหรับบางคนแล้ว “แก้วโป่งข่าม” เป็นอัญมณีล้ำค่าที่มีคุณค่าทั้งทางด้านราคาและด้านจิตใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้คนมีความเชื่อและศรัทธาต่อความศักดิ์สิทธิ์ของแก้วโป่งขาม ที่นอกจากจะมีความสวยงามในตัวของมันแล้ว ยังมีคุณค่าทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และตำนานความเชื่อต่างๆ ที่ยังรอคอยให้ใครหลายๆคนค้นหา และมีไว้ครอบครอง เพื่อไม่ให้ “แก้วโป่งขาม” ต้องถูกลืมเลือนหายไปอยู่ใต้แผ่นดิน และกลายเป็นเรื่องราวในอดีตที่คนรุ่นหลังไม่มีทางรับรู้ได้อีกเลย

#มงคล #ความรู้ #เครื่องประดับ #โป่งขาม

ที่อยู่

Bangkok
10700

เวลาทำการ

จันทร์ 14:00 - 18:00
อังคาร 14:00 - 18:00
พุธ 14:00 - 18:00
พฤหัสบดี 14:00 - 18:00
ศุกร์ 14:00 - 18:00
เสาร์ 14:00 - 18:00
อาทิตย์ 14:00 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ V Crystal ไข่มุก เครื่องประดับ ของนำโชค มงคลผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง V Crystal ไข่มุก เครื่องประดับ ของนำโชค มงคล:

ทางลัด

แชร์