11/07/2018
อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ เล่าว่านั่งแท็กซี่แล้วคนขับบ่นถึงกรณีหมูป่าว่าทำให้เสียงบประมาณประเทศชาติ
อาจารย์เลยแลกเปลี่ยนกับแท็กซี่ว่าถ้าลองเราตั้งครบสักหนึ่งพันล้านบาท เพื่อทำโครงการประชาสัมพันธ์ความดีงามด้านต่างๆของประเทศไทยแล้วให้สื่อต่างๆทั่วโลกช่วยเผยแพร่ข่าวนี้ตลอดทั้งวัน ทุกวันต่อเนื่อง งบสักหมื่นล้านคงไม่เพียงพอ ที่จะทำให้ทั่วโลกสนใจหันมามองและได้เห็นว่าในสถานการณ์ยากลำบากคนไทยมีความสามัคคีมีความดีงามในด้านต่างๆขนาดไหน
ฝรั่งมีอาการตื่น.. ตื่นขึ้นมาจากการเห็นแม่ครัวยืนทำกับข้าวเลี้ยงคนต่อเนื่อง สำหรับบ้านเราการออกโรงทานในงานบุญถือเป็นเรื่องธรรมดามาก ที่จะยืนผัดเส้นหมี่เป็นวันๆ เพื่อเลี้ยงผู้คน ในธรรมดาของพวกเราสามารถทำให้พวกฝรั่งตื่นรู้ขึ้นมา เป็นความธรรมดาที่ดีงาม
เมืองไทยและคนไทยยังมีสิ่งที่ดีงามอีกมากมาย ในมิติทางด้านจิตใจและวิถีชีวิตของเรา เป็นความธรรมดาที่พวกเราเคยชิน แต่เมื่อมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นปรากฏขึ้น ความธรรมดาเหล่านี้และความร่วมแรงร่วมใจกันของทุกฝ่ายสะเทือนไปในระดับโลก ดังนั้นเสียงบประมาณเพียงเท่านี้เพื่อช่วยเหลือน้องน้องออกมาจึงนับว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
....
อาจารย์กล่าวถึงชาวนาที่ยอมให้น้ำท่วมเข้าไร่นาของตน ความรู้สึกที่ว่า “เราเสียหายแต่เราไม่โกรธและเราพร้อมแบกรับ” นี้เป็นความหมายที่ยิ่งใหญ่งดงามที่ชาวไทยและทุกคนได้เรียนรู้ร่วมกัน
....
สำหรับน้องน้องหมูป่า 13 คนอาจารย์บอกว่าให้นึกภาพถ้าเป็นผู้ใหญ่หรือเป็นเด็กในเมืองไปติดถ้ำ คงแย่ เพราะคนแก่คิดมาก กลัวนั่ากลัวนี่ ถ้ำจึงหมายถึงความหวาดกลัว
แต่สำหรับหมูป่า ถ้ำในใจหมายถึงความรับผิดชอบ ความเป็นเพื่อน การให้กำลังใจซึ่งกันและกัน สิ่งนี้ทำให้เกิดพลัง พลังนี้ยืนยันว่าตลอด 9 วันที่ยังไม่มีคนไปพบน้องๆ เกิดความหมายอะไรในใจขึ้นน้องๆ ที่น้องๆได้เรียนรู้จากเรื่องนี้
ดังนั้นหากพ่อแม่จะสอนลูกหลานควรจะสอนให้ลูกมีหัวใจที่รู้สึกดีที่จะมีชีวิตรู้สึกดีที่จะเผชิญเหตุการณ์ต่างๆให้ลูกรู้ว่าเราไม่สามารถจัดการโลกข้างนอกให้เป็นไปตามใจปรารถนาแต่เราสามารถทำใจให้เผชิญความเป็นจริงได้
ปีนี้ฟุตบอลโลกไม่รู้ว่าใครจะเป็นแชมป์แต่อาจารย์กล่าวว่าทีมหมูป่าอ่ะคาดิมี่คือแชมป์ตัวจริงที่อยู่ในใจของชาวโลกแน่นอน
จากงานบรรยายที่โรงเรียน รุ่งอรุณ โดย อจ.ประมวล เพ็งจันทร์