14/10/2017
🎖รู้ยัง? Aimmura-V มีส่วนผสมของ
สารสกัดบิลเบอร์รี่ ด้วย
อาหารเสริมทุกวันนี้ ฮอตฮิตมากๆในปัจจุบัน มีหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งดิฉันมียี่ห้อหนึ่ง คือ อาหารเสริมที่บำรุงสมองและสายตา ด้วยส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติแท้ๆ ซึ่งประกอบด้วยงาดำ และ รำข้าวสีนินหลายคนคงรู้จักและเคยกินกันมาแล้วแต่มันดียังไงล่ะ ซึ่งพืชทั้ง 2 ชนิดนี้ มีสรรพคุณทางยาหลายอย่างที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งเชื่อว่า ถ้าใครได้รู้จักแล้วต้องหลงรักอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้ว ยังช่วยให้ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง
📍ทำความรู้จักกับ… ข้าวสีนิล กันเลยครับข้าวสีนิล เป็นข้าวที่ได้รับการคัดเลือกจนได้ข้าวที่มีเมล็ดข้าวกล้องเรียวยาว สีม่วงเข้ม สารสกัดจากรำข้าวหอมนิล อุดมไปด้วย น้ำมันธรรมชาติ, วิตามินอี และบีคอมเพล็กซ์ และรงควัตถุ(สารมีสี) คือแอนโทไซยานิน (anthocyanin)
มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระมากว่าในเบอร์รี่ 3 เท่า และมากกว่าวิตามินอีถึง 5 เท่าซึ่ง ช่วยให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย เรียกว่าลืมเรื่องริ้วรอยก่อนวัยอันควรไปเลย เพราะสารต้านอนุมูลอิสระลดความเสียหายของผิวหนังที่เกิดจากขบวนการออกซิเดชั่น (oxidation) ซึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดขบวนการออกซิเดชั่น คือ รังสีอัลตร้าไวโอเลต(แสงเหนือม่วง) ทั้งยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ เช่น ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์
เริ่มสนใจข้าวชนิดนี้แล้วใช่ไหมล่ะ แต่ยังมีส่วนผสมเจ๋งๆอีกนะ
📍มาทำความรู้จักกับ งาดำ กันบ้าง…
งาดำ ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sesamum orientale L. อยู่ในวงศ์ Pedaliaceae จัดเป็นธัญพืชที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณประโยชน์สูงมาก มีเซซามิน (Sesamin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงเป็นการรับมือโดยตรงกับอนุมูลอิสระตัวร้ายที่ทำลายคอลลาเจนในชั้นผิวนั่นเอง ช่วยให้นอนหลับ ช่วยให้ไม่โทรม ดูมีเลือดฝาด และดูดีได้
รู้หรือไม่? ว่า..ธัญพืชสีดำสองชนิดถูกนำมารับประทานคู่กันจะทำให้เกิดปรากฏการณ์ “Super Antioxidant”
ธัญพืชสีดำเมล็ดเล็กๆ สองตัวนี้ แม้จะดูมีหน้าที่คล้ายๆ กัน แต่การได้รับสารต้านอนุมูลอิสระจากอาหารหลายๆ ประเภท จะให้ผลในการป้องกันมากกว่าการได้รับจากแหล่งใดแหล่งหนึ่ง เนื่องจากมีฤทธิ์สร้างเสริมกัน ทำให้ธัญพืชที่ให้สารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อได้รับประทานร่วมกัน
โดยฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระในงาดำ มาจากสารเซซามิน ส่วนข้าวสีนิลมาจากแอนโทไซยานิน ในส่วนของรำข้าว ซึ่งช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ โดยทำหน้าที่เข้าไปจับอนุมูลอิสระ ไม่ให้มาทำร้ายเซลล์ในชั้นผิว ดังนั้น ทั้งงาดำและข้าวสีนิลจึงถูกให้ฉายาว่าเป็นราชาและราชินีแห่งธัญพืชในการต้านอนุมูลอิสระ เมื่อรับประทานงาดำคู่กันกับข้าวสีนิลจึงเป็นการส่งผลแบบทวีคูณเป็น Super Antioxidant ซึ่งให้ประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากการเกิดริ้วรอย และ บำรุงให้ผิวดูอ่อนเยาว์ดูดีแบบดับเบิ้ลได้ง่าย ๆ ทุกวัน
สำหรับคนที่รู้สึกว่าหา งาดำและข้าวสีนิลที่จะรับประทานคู่กันยากลำบาก ปัจจุบันมีผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มีส่วนประกอบสำคัญ 3 อย่าง คือ งาผง (Sesame Cake) รำข้าวสีนิล (Black Rice Bran) และ แป้งข้าวหอม (Pre-Cooked Rice :PCR) ซึ่งมีอัตราส่วนการผสมที่ลงตัว ผ่านการวิเคราะห์วิจัย จากห้องแลปทันสมัย จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย รศ.ดร. ปรัชญา คงทวีเลิศ และทีมงาน ค้นคว้าวิจัยจนได้สูตรผสมที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด ซึ่งให้คุณประโยชน์เต็มๆ มากกว่าการรับประทานข้าวสีนิลและงาดำทั่วไปซะอีก และยังสามารถหาซื้อได้ง่ายและทานได้ทุกวัน ไม่มีสารตกค้างอีกด้วย
นี่แค่สองอย่างนะเนี่ย ยังเวอร์วังอลังการขนาดนี้แต่ยังมีทีเด็ดสำหรับสายตา ในคนยุคใหม่ที่ดูหน้าจอเป็นชีวิตจิตใจ ถึงเวลาแล้วที่จะบำรุงสายตาให้ดูความสวยงามของโลกนี้อีกนาน
ต่อกันเลยที่
🍒บิลเบอร์รี่(Bilberry) เป็นไม้พุ่ม ขนาดเล็ก ในตระกูล Ericaccae มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Vaccinium myrtillus ซึ่งเป็นพืชสายพันธุ์ใกล้เคียง กับ Blubery ของแถบอเมริกาเหนือ เราจะพบบิลเบอร์รี่ มากในประเทศแถบยุโรป แคนาดา และสหรัฐอเมริกา ในอังกฤษและยุโรปตอนเหนือ มักจะนิยมนำผลบิลเบอร์รี่สุกมาทำเป็นแยมมานานกว่า 100 ปีแล้วนอกจากนี้ยังนำส่วนของใบและก้าน ไปทำเป็นผลแห้งเพื่อทำเป็นผงชาสำหรับดื่มเพื่อสุขภาพกันอย่างแพร่หลายอีกด้วย
จากผลการวิเคราะห์และวิจัยของนักวิทยาศาสตร์จากหลายๆ ประเทศ เช่น ฝรั่งเศส อิตาลี ได้ค้นพบว่าสารที่สำคัญในบิลเบอร์รี่ มีดังนี้
🎗1. แอนโธไซยาโนไซด์ (Anthocyanosides) สามารถจับกับเซลล์บุผิว( pigmented epithelium) ที่จอภาพเรตินาได้ดี โดยมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ดีเลิศ (Anti-oxidant) ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ และคืนสภาพได้หลังจากถูกแสง จึงช่วยทำให้การมองเห็นในที่มืดได้ดี
🎗2. แทนนิน(Tannins) ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และลดคอลเลสเตอรอลในเส้นเลือด
🎗3. ฟลาโวนอยด์(Flavonoid) ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) เช่นกัน และยังเป็นสารตั้งต้นของฮอร์โมนหลายชนิดที่สำคัญต่อมนุษย์
🎗4. กลูโคควินิน(Glucoquinine) เป็นสารที่มีฤทธิ์กระตุ้นให้การทำงานของอินซูลิน ทำให้การควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น
✔และสุดท้ายคือ Coenzyme Q-10
ประโยชน์ของอาหารเสริมที่สกัดจากบิลเบอร์รี่ต่อสุขภาพดวงตา
1. ช่วยถนอมดวงตา ทำให้การมองเห็นในที่มืดดีขึ้น
2. ช่วยรักษาอาการตาบอดกลางคืน ( Night blindness)
3. ช่วยลดอาการเมื่อยล้าของดวงตา เมื่อใช้สายตานานๆ
4. ช่วยป้องกันเลนส์ตาและช่วยให้คอลลาเจนในตาในส่วน cornea และหลอดเลือดฝอยแข็งแรงขึ้น
5. ช่วยลดอนุมูลอิสระในจอตา ทำให้ป้องกันอาการเสื่อมที่มักจะเกิดกับดวงตาให้น้อยลงได้ เช่น ต้อกระจก ต้อหิน ต้อเนื้อ ตาเสื่อมในคนสูงอายุ(สายตายาว)
✔สรรพคุณอื่นๆ ที่ค้นพบนอกจากนี้ คือ
1. พบว่าสารแทนนิน ในผลบิลเบอร์รี่สามารถบรรเทาอาการท้องเสีย อาการคลื่นไส้ และภาวะอาหารไม่ย่อยได้
2. พบว่าสารสกัดจากผลบิลเบอร์รี่ สามารถลดอาการปวดเจ็บจากภาวะเส้นเลือดขอด (Varicose vein) ได้ เนื่องจากภาวะดังกล่าวเกิดจาก ความเสื่อมของเซลล์เช่นกัน
3. พบว่าสารสกัดจากผลบิลเบอร์รี่ สามารถใช้ลดอาการอักเสบในช่องปาก
และเยื่อบุช่องปากได้
4. พบว่าสารสกัดจากผลบิลเบอร์รี่ ช่วยลดอาการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง ที่ทำให้เกิดจุดด่างดำของผิวพรรณได้
ปัจจุบันจึงได้มีการจดบันทึกว่า
บิลเบอร์รี่เป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียง จึงมักนิยมนำมาเป็นอาหารเสริม และได้รับความสนใจ ในการนำมาใช้ในการรักษาสุขภาพในปัจจุบัน สำหรับคนสุงอายุ หรือคนที่ต้องการถนอมดวงตาให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นและนานๆ
เจ๋งใช่ไหมล่ะ ผลไม้อะไรจะดีขนาดนี้แต่ มันเป็นเรื่องจริงนะ ยังๆๆยังไม่จบนะครับยังมีอีกต่อกันเลย หลายๆคนอาจจะคุ้นๆชื่อ นะส่วนผสมตัวนี้
Coenzyme Q10 หรือ Co Q10 หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Ubiquinone เป็น สารคล้ายวิตามินที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เป็นสารที่มีบทบาทในการเพิ่มพลังงานให้แก่เซลล์ เพื่อใช้เป็นพลังงานในร่างกาย เป็นสารสำคัญในการสังเคราะห์ Adenosinetriphosphate (ATP) ซึ่งเปรียบได้กับขุมพลังงานของเซลล์ทั่วร่างกายเป็นตัวต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยปกป้องเซลล์จากการทำลายโดยอนุมูลอิสระ และยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคร้าย Coenzyme Q10 เป็นสารที่ร่างกายสามารถผลิตได้เองโดยธรรมชาติและมีความจำเป็นต่อร่างกาย Coenzyme Q10 พบในเซลล์ทุกเซลล์ที่มีชีวิตในร่างกายโดยจะอยู่ที่ส่วนเยื่อหุ้ม (Membrane) ของไมโตคอนเดรีย ซึ่งไมโตคอนเดรีย (Mitochondrial) นี้ทำหน้าที่ในการผลิตพลังงานให้กับเซลล์ โดยพลังงานดังกล่าวจะอยู่ในรูปของ ATP (Adenosine Triphosphate) ซึ่งเป็นพลังงานพื้นฐานของเซลล์ Coenzyme Q10 ถูกพบมากในอวัยวะที่ต้องการพลังงานสูง ซึ่งจะมีจำนวนไมโตคอนเดรีย (Mitochondrial) มาก เช่น หัวใจ ตับ กล้ามเนื้อ สมอง ส่วนอวัยวะอื่นๆ ก็พบ Coenzyme Q10 เช่นกันแต่พบค่อนข้างน้อยเนื่องจากอวัยวะดังกล่าวต้องการพลังงานน้อยจึงมีจำนวนไมโตคอนเดรีย (Mitochondrial) น้อยตามไปด้วย ถ้าระดับของ Coenzyme Q10 ลดลง ร่างกายจะไม่สามารถแปลงพลังงานจากอาหารให้อยู่ในสภาพที่ร่างกายจะ นำไปใช้ได้ เลยทำให้เกิดการเจ็บป่วย ร่างกายอ่อนเพลีย ระบบภูมิคุ้มกันเสื่อมสภาพตามมาได้ Coenzyme Q10 นอกจากสังเคราะห์ขึ้นจากร่างกายมนุษย์แล้วในสัตว์และพืชบางชนิดก็เป็นแหล่งอุดมของ Coenzyme Q10 เช่น ในน้ำมันปลา ปลาทะเลลึก เช่น ปลาซาดีน อาหารทะเล เครื่องในสัตว์ หัวใจ ตับ ไตของสัตว์ เนื้อสัตว์ รำข้าว ผลิตภัณฑ์จากถั่ว น้ำมันถั่วเหลือง บรอคคอลี่ ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล ปลาแซลมอน
✔ประโยชน์ของโคเอนไซม์ คิวเท็น
1.) ช่วยในการบำรุงผิวพรรณ
2.) ช่วยเพิ่มประสิทธิการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ
3.) ช่วยยับยั้งการจับตัวเป็นก้อนแข็งของเลือด
4.) ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์
5.) มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ
6.) ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์
7.) ช่วยลดเลือนริ้วรอย
8.) ช่วยลดผลข้างเคียงของการใช้ยาลดไขมัน
9.) ช่วยลดคอเรสเตอรอลในหลอดเลือด
10.) ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง
AIMMURA – V 🎖🎖
DIETARY SUPPLEMENT PRODUCT
ดูแลร่างกาย บำรุงสมอง ปกป้องสายตา
เอมมูร่า-วี ดีครบเครื่อง
นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจาก ไอยรา แพลนเน็ต ที่มาพร้อมกับความ แบ๊วว!! ด้วยสารสกัดบิลเบอร์รี่ ที่มีส่วนช่วยบำรุงสายตาและป้องกันอันตรายจากแสงจ้าทุกประเภท ข่าวดีสำหรับคนที่ใช้สายตามากในยุค Social Media ให้คุณดูแลตัวเองและคนที่คุณรักได้อย่างมั่นใจขึ้นในอีกระดับ
60 แคปซูล/กระปุก
ราคาสมาชิก 1600 บาท
🆓สมัครสมาชิกฟรี🆓