25/04/2026
https://www.facebook.com/share/1EL8MX8b1u/
เล่นมือถือ ทำไมถึงปวดตาจัง
ตอนนี้คงไม่ผิด หากจะบอกว่ามือถือเป็นปัจจัยที่ 5 ในการใช้ชีวิต
มือถือในปัจจุบัน นอกจากใช้สื่อสาร ใช้เรียน ทำงาน หลายๆ คนกลายเป็นส่วนนึงของสมองไปแล้ว
การใช้มือถือ หรือดูหน้าจอเยอะๆ ก็จะทำให้มีอาการตาล้า แห้ง มัว แสบ ปวดหัว
ซึ่งรวมๆ จะเรียกว่า Digital eye strain หรือ Computer vision syndrome
การศึกษาในซาอุดิ พบว่า 66% ของนักศึกษามหาวิทยาลัย มีอาการไม่สบายตาอย่างใดอย่างหนึ่งจากการใช้มือถือตามปกติเท่านั้น
ขณะที่ในเด็ก การเล่นเกมมือถือ 1 ชั่วโมง ทำให้มีอาการตาแห้ง และความผิดปกติของการกะพริบตาด้วย
ในบทความเขียนว่า อาจจะมีลักษณะ "Early-onset vulnerability" ได้ คือ มีโอกาสที่จะเกิดพัฒนาเป็นภาวะผิดปกติได้ง่ายกว่าในผู้ใหญ่ (เปราะบาง)
การที่ใช้มือถือ อาจจะทำให้อาการแย่ง่ายกว่าจอคอม เพราะระยะระหว่างตากับจอที่ใกล้กว่า
แล้วปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้การใช้มือถือทำให้ไม่สบายตา
(1) High energy visible light emission
แสงจากหน้าจอมักจะมีความสว่างที่มากกว่า เมื่อเทียบกับหนังสือหรือกระดาษ
โดยเฉพาะในส่วนแสงสีฟ้า ซึ่งมีโอกาสที่จะทำให้มีอาการล้าตาง่ายขึ้น
(แอดฯ เคยเขียนเรื่องแสงสีฟ้าไว้นานแล้ว จะแปะ link ไว้ข้างล่าง)
แสงที่สว่างไปก็จะทำให้ไม่สบายตา แพ้แสงอีก
การแก้ไข - พักการใช้ โดยการหลับตาพัก หรือหันไปทำกิจกรรมอื่นที่ไม่ใช่ดูหน้าจอ
หากจำเป็นต้องใช้ต่อเนื่องจริงๆ และปรับลดความสว่างของหน้าจอ
(การใช้แว่นกรองแสงสีฟ้านั้น ตามทฤษฎีอาจจะมีประโยชน์ แต่ก็ยังไม่ได้มีงานวิจัยยืนยันว่าช่วยชัดเจน มักจะแนะนำให้พักสายตาดีกว่า)
(2) Prolonged near-work demand
การดูมือถือ เราก็จะดูในระยะที่แขนถือได้ ซึ่งไม่ไกลจากตามาก (20-30 ซม ขึ้นกับความยาวแขน)
ต้องอาศัยกลไก Accommodation ของตา ซึ่งต้องใช้กล้ามเนื้อกลอกตาเข้าใน
และกล้ามเนื้อภายในดวงตาเพื่อโฟกัสภาพมากกว่าการมองไปที่ไกล
ทำให้สามารถล้าตาได้ง่าย บางรายอาจมีอาการปวดหัว หรือโฟกัสภาพไม่ได้ตามมา
การแก้ไข - พักสายตาเป็นระยะตามสูตร 20-20-20 คือ ทุก 20 นาที ให้มองไปที่ไกล 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที
(แอดฯ มักจะแนะนำให้หลับตาพักไปเลย 20 วินาที ทุก 20 นาทีที่ใช้สายตา)
นอกจากนั้นก็ พักไปทำอย่างอื่นเลยที่ไม่ใช้หน้าจอ เป็นเวลา 15 นาที ทุกๆ 2 ชั่วโมง
(3) Screen refresh rates and flicker glare and contrast issues
การที่หน้าจอมือถือมีแสงที่ไม่สม่ำเสมอ หรือ refresh rate ที่ต่ำ อาจจะทำให้ไม่สบายตาง่ายขึ้น (วันหลังจะโพสท์เรื่องนี้อีกทีครับ)
ทำให้ล้าง่ายโดยเฉพาะในที่แสงน้อยๆ
การแก้ไข - ปรับ refresh rate ให้มากขึ้นถ้าได้ ติดฟิล์มกันแสงสะท้อน
(4) Reduced blinking rate
เวลาเราตั้งใจดูอะไรในมือถือ โดยเฉพาะการเล่นเกมส์ บางครั้งเราอาจจะเผลอเพ่งไปโดยไม่รู้ตัว และไม่ค่อยกะพริบตา
พอการกะพริบตาห่างขึ้น ก็จะทำให้น้ำตาระเหยไปมากกว่าเดิม ตามมาด้วยอาการตาแห้ง แสบ หรือรู้สึกว่ามีสิ่งแปลกปลอมเคืองๆ บางที
การแก้ไข - ฝึกระลึกตัวให้รู้ว่าต้องกะพริบตาเป็นระยะ หยอดน้ำตาเทียมก่อน ถ้าจำเป็นต้องใช้มือถือนานๆ
(5) Ergonomic constraints
ท่านั่ง หรือนอนเล่นมือถือที่ไม่เหมาะสม ก็จะตามมาด้วยการปวดคอบ่าไหล่ หรือแขน ถ้านอนหงายเล่นบางทีมือถือหล่นในหน้าอีก
การแก้ไข - นั่งในท่าที่เหมาะสม เปลี่ยนกิจกรรม บิดขี้เกียจ ยืดแขน นิ้ว เป็นระยะ หรือใช้อุปกรณ์ช่วยวางมือถือในระดับที่เหมาะสม
(6) Augmented and virtual reality effects
การใช้แว่น VR หรือ AR จะทำให้ล้าตาง่ายเนื่องจากการสับสนของสมอง
สมองเห็นภาพในแว่น VR ภาพนั้นดูเหมือนอยู่ไกล แต่จริงๆ แล้วใกล้ตามาก ทำให้มีภาวะที่เรียกว่า Vergence-accommodation conflict
การแก้ไข - ถอดแว่น VR/AR ไปใช้ชีวิตในโลกความเป็นจริง!
------------------------------
สำหรับแอดฯ ใช้วิธีการหลับตาพักแทบจะทุกห้านาที บางทีตรวจคนไข้ แนะนำไป ก็หลับตาพูดไป
ซื้อที่วางมือถือมาวางจะดู จะได้ไม่เมื่อยแขน และไม่ต้องก้มเยอะ ใครมีวิธีอื่นดีๆ แนะนำด้วยครับ
ตามอ่าน pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/41288623/
โพสท์เก่า ไฟหน้ารถสีฟ้า https://www.facebook.com/share/p/1fdp3bN7Kf/
โพสท์เก่า แว่นกรองแสงฟ้า https://www.facebook.com/share/p/1DeEHoJrNT/