Ghostใครมา

Ghostใครมา ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Ghostใครมา, 43/2 ต. ห้วยกะปิ อ. เมือง จ. ชลบุรี รหัสไปรสนี20000, Chon Buri.

24/06/2025

ไม่ได้โกรธนะ… แต่ถ้าจะขอโทษก็กราบให้จบพิธีด้วยค่ะ

😆😆
14/06/2025

😆😆

“ถ้าผมไม่สวย ก็ไม่รู้จะชมตรงไหนเเล้วอะ“

02/05/2025

เจอประโยคนึง ภาษาอังกฤษ ทำให้มีเเรงบันดานใจ

Look pai tam gan

27/04/2025

เเต่ก่อน ‘’เอวบาง ผมหนา‘’
เดียวนี้ ‘’ผมบาง เอวหนา‘’
😭😭😭😭😭😭😭

เหตุผลที่ไม่ตอบ เเชท
26/04/2025

เหตุผลที่ไม่ตอบ เเชท

16/04/2025

ซื้อไปเถอะหวย โอกาศถูกหวย มีมากกว่าถูก‘’รัก‘’ซะอีก

ผมเปลี่ยน   ทรงก็เปลี่ยน
15/04/2025

ผมเปลี่ยน ทรงก็เปลี่ยน

14/11/2022

ทำธุรกิจให้ได้กำไร
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสินค้า ราคา
ขึ้นอยู่กับ " วิธีขายล้วนๆ "
(6 วิธีที่ช่วยกระตุ้นจูงใจให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้น)
ความสำเร็จของการทำธุรกิจ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสินค้า ราคา หรือช่องทางการขาย แต่กุญแจสำคัญที่จะเป็นตัวตัดสินคือ “วิธีการขาย” เพราะถึงแม้สินค้าจะมีดี มีคุณภาพมากแค่ไหน แต่ถ้าหากขายไม่เป็น พูดให้คนอยากมาซื้อไม่ได้ การสร้างกำไรและปิดยอดขายก็จะไม่เกิดขึ้น ซึ่งคนทำธุรกิจจำเป็นต้องมีทักษะนี้
คุณบังอร สุวรรณมงคล ผู้ก่อตั้งบริษัท Hummingbirds ที่ปรึกษาด้านการวางแผนการตลาดเชิงกลยุทธ์ ให้ความเห็นว่า ทักษะพื้นฐานที่นักการตลาดควรจะมี รวมไปถึงคนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นคนทำงาน หรือผู้ประกอบการคือ “ทักษะการจูงใจ”
หลายคนอาจคุ้นชินกับคำว่า “การจูงใจ” มาตั้งแต่เด็ก เช่น เราอาจเคยอยากได้ของเล่นหรือขนมสักชิ้นจากพ่อแม่ การพูดจาหว่านล้อมให้พวกเขาซื้อให้ก็เป็นหนึ่งในการใช้ทักษะจูงใจ หรือแม้แต่พนักงานขายที่อยากทำยอดให้ได้เยอะ ๆ ก็ต้องใช้ทักษะจูงใจนี้ในการปิดการขายเช่นกัน
คุณบังอรได้ยกตัวอย่างจากหนังสือ The Phycology Of Persuasion ของ Robert B. Cialdini,PH.D. ร่วมกับประสบการณ์ของตัวเอง จึงกลายมาเป็น 6 วิธีที่ช่วยกระตุ้นความจูงใจให้ผู้บริโภคตัดสินใจง่ายขึ้นสำหรับผู้ประกอบการ เพราะบางครั้งการตัดสินใจซื้อ ไม่ได้อยู่แค่เพียงผู้บริโภค แต่ในฐานะคนขายต้องช่วยกระตุ้นความรู้สึกของพวกเขาออกมา
1. การพึ่งพาซึ่งกันและกัน (Reciprocity)
สร้างความประทับใจให้ลูกค้าด้วยความรู้สึกตอบแทน โดยคุณบังอรเล่าว่า เคยมีการศึกษาหนึ่งเกี่ยวกับพนักงานที่ถือลูกอมไปให้ลูกค้าพร้อมกับบิลเพื่อชำระเงิน
O หากให้ลูกอมหนึ่งเม็ด พนักงานจะได้รับทิป 3% เมื่อเทียบกับการไม่ให้เลย
O หากให้ 2 เม็ด พนักงานจะได้รับทิปเพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับการไม่ให้เลย
O หากให้ 2 เม็ดด้วยวิธีการที่แตกต่างอย่างเช่นการกล่าวชื่นชมว่า เราขอมอบเพิ่มให้อีกเม็ดหนึ่ง
สำหรับลูกค้าที่น่ารัก พนักงานเหล่านั้นจะได้รับทิปเพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับการไม่ให้เลย
การจะจูงใจให้ลูกค้ายอมควักเงินซื้อ คือต้องทำให้พวกเขารู้สึกคุ้มค่าหรือได้รับสิ่งตอบแทน อาจเป็นของแถมเล็ก ๆ น้อย ๆ และวิธีการยื่นข้อเสนอ ไม่ใช้จะยื่นอะไรก็ได้ แต่สำคัญที่ว่า คุณจะยื่น “อย่างไร” ต่างหาก ดังนั้นควรวางแผนไว้ให้ดี
2. ความขาดแคลน (Scarcity)
คนเรามักจะถูกให้เร่งตัดสินใจเมื่อกำลังจะสูญเสียของตรงหน้าไป การจูงใจด้วยความขาดแคลน จำเป็นต้องอาศัยการสื่อสารที่เน้นเรื่อง
O ประโยชน์ (Benefit) ที่ลูกค้าจะได้รับจากสินค้าหรือบริการนี้
O ข้อแตกต่าง (Uniqueness) สินค้าหรือบริการนี้ไม่เหมือนหรือมีจุดเด่นกว่าคู่แข่งอื่นยังไง
O สิ่งที่พวกเขาจะสูญเสีย (Lose) หากไม่รีบซื้อสินค้าหรือบริการนี้ จะเกิดผลอะไรขึ้น
เมื่อการสื่อสารมีครบทั้ง 3 องค์ประกอบนี้ จะช่วยกระตุ้นแรงจูงใจในการซื้อสินค้าได้เป็นอย่างดี
3. ความมีอำนาจหรือความเชี่ยวชาญ (Authority)
คนส่วนใหญ่มักจะคล้อยตามกับคนที่มี 3 สิ่งนี้ 1. ความน่าเชื่อถือ 2. คนที่มีความรู้ 3. คนที่มีความเชี่ยวชาญ ลองดูตามโฆษณาต่าง ๆ ในโทรทัศน์ ทำไมบางแบรนด์ถึงคอยตอบย้ำเสมอว่า “มีผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้” หรือ “ได้รับการรับรองมาจากองค์กรที่น่าเชื่อถือ”
คุณบังอรเสริมว่า มีการทดสอบธุรกิจนายหน้าว่า เมื่อพนักงานโอนสายลูกค้าไปยังผู้เชี่ยวชาญ มีการทำนัดหมายเพื่อดูโครงการเพิ่มขึ้น 20% และมียอดเซ็นสัญญาเพิ่มขึ้น 25%
4. ความสอดคล้องและความยึดมั่น (Consistency)
วิธีนี้คือการจูงใจด้วยการให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นเหมือนการทำสัญญาร่วมกัน คุณบังอรยกตัวอย่างเคาของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่มีอัตราการยกเลิกนัดแพทย์บ่อยมาก ทางโรงพยาบาลจึงเปลี่ยนวิธีนัดด้วยการยื่นกระดาษเปล่า 1 แผ่นให้คนไข้เขียนวันที่ตัวเองสะดวกแทน เมื่อคนไข้เป็นผู้กำหนด พวกเขาจะรู้สึกเหมือนมันเป็นความรับผิดชอบที่ต้องทำให้ได้ หลังจากนั้นอัตราการยกเลิกจึงลดน้อยลง
5. ความชอบ (Liking)
คนเรามักจะชอบคนที่มีลักษณะนิสัยดังนี้ 1. คนที่คล้ายกับเรา 2. คนที่ชื่นชมเรา 3. คนที่ร่วมมือกับเรา หากอยากสื่อสารให้ลูกค้าคล้อยตาม นักขายต้องสามารถนำองค์ประกอบเหล่านี้มาอยู่ในการสื่อสารให้ได้ ซึ่งคุณบังอรได้บอกถึงการทดลองหนึ่งที่แบ่งการเจรจาทางธุรกิจเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มแรกมองว่าเวลาเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อพบเจอกับลูกค้าจึงเริ่มเข้าประเด็นทันที ผลสรุปว่าพวกเขาสามารถเจรจาได้สำเร็จเพียงแค่ 50% เท่านั้น แต่ในกลุ่มที่ 2 ที่เริ่มคุยเรื่องเล็กน้อยจิปาถะ ก่อนจะเริ่มเข้าประเด็นสำคัญทางธุรกิจ ทำให้ผลลัพธ์กลับแตกต่างกันออกไป การเจรจาในกลุ่มที่ 2 สามารถทำสำเร็จได้ถึง 90%
6. ความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ (Consensus)
คนเรามักจะฟังและคล้อยตามไปกับเสียงข้างมาก เหมือนกับกระแสหรือเทรนด์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน หลายคนอาจคุ้นเคยกับคำว่า “อุปทานหมู่” ลองคิดดูว่าทำไมเมื่อเดินผ่านร้านอาหารอะไรสักร้านและเห็นคนต่อคิวกันเยอะมาก ทั้ง ๆ ที่อาจต้องรอเป็นชั่วโมง เราก็ยังคงเดินไปต่อคิวร่วมกับพวกเขา
วิธีนี้คือการแสดงให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่กำลังทำอะไร อาจเริ่มต้นด้วยเทรนด์หรือกระแสที่กำลังมา และนำมาจับกับสินค้าหรือบริการของตัวเองเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าคล้อยตามได้
การทำธุรกิจ สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ “กระบวนการ” อย่างเดียว เพราะมันยังต้องพึ่ง “วิธีการ” ด้วย โดยเฉพาะในปัจจุบันที่มีการแข่งขันในตลาดที่สูงมากขึ้นเรื่อย ๆ การจะดึงตัวลูกค้ามาจากคู่แข่ง จำเป็นต้องลูกเล่นหรือสิ่งหลอกล่อที่แตกต่างและน่าสนใจ เมื่อไหร่ที่สามารถจูงใจให้คนคล้อยตามได้ ไม่ว่าจะขายสินค้าหรือบริการประเภทไหน ผู้บริโภคก็ยอมเสียเงินซื้อแน่นอน
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(อ้างอิง : สรุปในคอมเมนต์)
———
100WEALTH
คอมมูนิตี้คนทำธุรกิจขนาดใหญ่
มาร่วมเติบโต ไปกับผู้ร่วมเดินทางอีกกว่า 1 ล้านคน ทั้ง เจ้าของธุรกิจ, SME, ขายของออนไลน์, Startup, Entrepreneur และนักลงทุน ด้วยเป้าหมายเดียวกัน "ไปให้ถึง100ล้าน"


#ไปให้ถึง100ล้าน

ที่อยู่

43/2 ต. ห้วยกะปิ อ. เมือง จ. ชลบุรี รหัสไปรสนี20000
Chon Buri
20000

เบอร์โทรศัพท์

+66889406867

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Ghostใครมาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์