09/05/2026
“ผ่าต้อกระจกไปแล้ว 10 ปี
ถ้าตามัวอีกครั้ง เปลี่ยนเลนส์ใหม่ได้ไหม”
คนไข้วัย 70+ มาตรวจด้วยเรื่องตามัว เคยผ่าตัดต้อกระจกมานานเกิน 10 ปีแล้ว ถามหมอว่าเปลี่ยนเลนส์ให้อีกครั้งได้ไหม
ประวัติการรักษาเดิมไม่มี ตอนแรกหลังผ่าตัดชัดกว่านี้หรือเปล่า คนไข้ตอบไม่ค่อยถูกละ
เอาว่าคิดจากจุดตั้งต้นปัจจุบัน
วัดค่าสายตา
ขวาสั้น 250 - VA 20/20
ซ้ายสั้น 550 - VA 20/20
สายตายาวตามวัย 250
ตรวจขยายม่านตาเพื่อเช็คโรคจอ - ปกติ
สรุป มีปัญหาเรื่องค่าสายตาผิดปกติหลังผ่าตัดต้อกระจก ทำให้ใช้ชีวิตลำบาก ใส่แว่นสองข้างก็ยาก เพราะค่าสายตาสองข้างต่างกัน
ด้วยความสงสัยว่าคนไข้ไปเอา idea การเปลี่ยนเลนส์มาจากไหน เพราะหลังจากบอกว่ามองไม่ชัด คำถามนี้ตามมาแทบจะทันที
“ป้าคิดว่ามันทำซ้ำได้ ตกลงแล้วหมอเปลี่ยนให้อีกทีได้ไหม”
การเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียม ภาษาอังกฤษ เรียก IOL exchange เป็นการผ่าตัด “ข้างในลูกตา” (intraocular surgery) ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมีความเสี่ยงมากกว่าผ่าตัดด้านนอกลูกตา (extraocular surgery)
ความเสี่ยง เช่น การติดเชื้อ ถุงหุ้มเลนส์ฉีกขาด จอตาฉีกขาด ถ้าไม่จำเป็น หมอมักจะหลีกเลี่ยง
เลสิก เป็นการผ่าตัดที่กระจกตาด้านนอกลูกตา ต่างจากการผ่าตัดต้อกระจกหรือเลนส์เสริม ที่เป็นการผ่าตัดภายในลูกตา
การแก้ปัญหาค่าสายตาผิดปกติ มีหลายทางเลือก
ง่ายสุดคือ “ใส่แว่น“
คนไข้อายุมากส่วนใหญ่ รับได้กับการใส่แว่น จึงมักจะจบที่ไปตัดแว่น ข้อดีคือไม่เจ็บตัว ไม่เสี่ยง
แต่ๆๆ คนไข้บอกว่าไม่อยากใส่แว่น 🧐
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะนึกถึงเลสิกขึ้นมา สายตาสั้น ทำเลสิก
แต่อายุคนไข้เยอะ จะทำได้ไหม
หมอตอบว่า “ทำได้ ถ้าสภาพตาผ่าน”
ผลตรวจตาเพิ่มเติม
ความหนาดี ความโค้งสวย ตาแห้งนิดหน่อย
ถุงหุ้มเลนส์ข้างซ้ายไม่ค่อยแข็งแรงในบางตำแหน่ง (partial zonule dialysis)
คนไข้มีทั้งสายตาสั้น เอียง ร่วมกับสายตายาวตามวัย
หมอให้คนไข้ทดลองค่าสายตาแบบ monovision (เหลือค่าสายตาใน 1 ข้างเพื่อให้มองใกล้ได้ ใช้รักษาสายตายาวตามวัย) ถ้าคนไข้ชอบ ก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสม
สรุปว่า “ชอบ”
ถึงจุดนี้ หมอมองว่าคนไข้เหมาะกับการผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ ให้ได้ค่าสายตาสุดท้ายแบบ monovision
แล้วหมอแนะนำให้ทำวิธีไหน
ตอนตรวจตาละเอียด ส่วนกระจกตาพร้อมทำทุกวิธี ทั้ง PRK, Femto LASIK, KLEX (ชื่อเดิม Relex)
ปกติจะให้คนไข้เลือก แต่รายนี้มีสิ่งที่หมอตรวจพบแล้วทำให้ตัดสินใจได้เลย
ตาซ้ายมีถุงหุ้มเลนส์บางตำแหน่งไม่มี zonule
ถ้าเส้นใย zonule หายไป เช่น จากอุบัติเหตุ หรือเป็นเองได้ ทำให้ถุงหุ้มเลนส์ไม่มีแรงยึดเพียงพอ เลนส์อาจจะเคลื่อน/ขยับจากตำแหน่งได้
คนไข้มีถุงหุ้มเลนส์ที่ไม่แข็งแรง
ทำให้หมอ “ไม่เลือก” วิธี LASIK หรือ KLEX
เพราะในขั้นตอนของ LASIK และ KLEX ต้องมีการใช้ suction เพื่อให้ตาอยู่นิ่งก่อนเลเซอร์ทำงาน
ในขั้นตอนนี้ จะมีการเปลี่ยนแรงดันภายในลูกตาชั่วคราว
ในตาคนปกติอาจไม่เป็นไร
แต่ในตาคนไข้ที่ถุงหุ้มเลนส์ไม่แข็งแรง อาจทำให้ zonule ฉีกขาดมากขึ้น
กรณีนี้ จึงเหมาะกับวิธี PRK ที่หมอขูดผิวกระจกตาออก และยิงเลเซอร์
หลังผ่าตัดจะมีอาการระคายเคืองประมาณ 2-3 วัน
ผลลัพธ์อาจจะช้ากว่า LASIK หน่อย แต่ปลอดภัยกว่าในระยะยาวสำหรับเคสนี้
ที่หลังผ่าตัด 1 เดือน คนไข้มองได้อย่างที่วางแผนไว้
สรุปเคส คนไข้วัย 70+ สายตาสั้นเหลือหลังผ่าตัดต้อกระจก มีถุงหุ้มเลนส์ไม่แข็งแรง เข้ารับการแก้ไขด้วยวิธี PRK เลือกค่าสายตาแบบ monovision
คนไข้อายุมาก ส่วนใหญ่ได้ทำต้อกระจกมากกว่าเลสิก
แต่หลังทำต้อกระจกแล้ว ถ้ามีปัญหาเรื่องค่าสายตา และไม่อยากกลับไปใส่แว่นอีก
นอกจากการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ ก็ยังมีทางเลือกของการทำ PRK/LASIK touch up ได้เช่นกัน
อายุไม่ใช่สิ่งที่ตัดสินว่าใครทำเลสิกได้
แต่คือสภาพตา และการเลือกวิธีที่เหมาะสมกับแต่ละคน
Note
1 หมออยากลงรูปที่ถ่ายคู่กับคนไข้นะ แม้จะขอ consent แล้ว แต่ก็ห่วงเรื่องการเปิดเผยข้อมูลคนไข้ เลยมาเล่า concept บวกวาดรูปแทน
2 เคสนี้หมอรอ follow-up ก่อนค่อยนำมาเล่า เขียนทิ้งไว้เกือบเดือน