19/06/2024
RSV มันมาแน่แม่ ... มาทำความรู้จักมันก่อนการระบาดประจำปี
คุณเคยได้ยินชื่อของ ไวรัส อาร์ เอส วี หรือเปล่าครับ ... คนที่เคยผ่านประสบการณ์การมีลูกเล็กติด RSV มาแล้ว คงรู้สึกขนลุกซู่ไม่น้อย เพราะมันอาจรุนแรงและอันตรายมากจนถึงขั้นการหายจล้มเหลวได้เลยครับ สำหรับคนที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน มาสิ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง
ไวรัส อาร์ เอส วี (RSV) ย่อมาจากชื่ออังกฤษว่า Respiratory Syncytial Virus เป็นไวรัสชนิด RNA สายเดี่ยวไม่มีเปลือกหุ้ม มี 2 ชนิดได้แก่ RSV-A, RSV-B เป็นหนึ่งในกลุ่มไวรัสที่ทำให้เกิดหวัดในคน เช่นเดียวกับ ไรโนไวรัส ไข้หวัดใหญ่ อะดีโนไวรัส ... แพร่เชื้อผ่านทางการไอ จาม สัมผัสน้ำมูก-น้ำลายของคนที่ติดเชื้อ
RSV มักระบาดในช่วงปลายฝนต้นหนาว แต่บางปีอาจระบาดได้ตั้งแต่เดือน มิ.ย. พบได้ทั่วโลก ระบาดทุกปี ย้ำว่า "ระบาดทุกปี" ติดได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ กลุ่มเสี่ยงที่เป็นแล้วอาการหนักก็คือ เด็กเล็ก 0-2 ปี และคนสูงอายุ RSV เป็นเรื่องใกล้ตัวมาก แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจาก RSV ทั่วโลกราว 160,000 - 600,000 คน
ระบาดไวมาก มาก มากก มากกกกกกก
ฟักตัว 2-8 วัน คือ สัมผัสปุ๊บ มะรืนมีอาการได้เลย
จากหนึ่งคนกลายเป็นปิดห้องเรียนไปเลยในเวลาอันสั้น
อาการของการติดเชื้อ RSV ไม่ต่างจากไข้หวัด แต่รุนแรงมากได้ ยิ่งอายุน้อยยิ่งมีโอกาสรุนแรงได้มาก ไข้สูง
ลอย ทรุดโทรม อ่อนเพลีย ไอจาม กินไม่ได้ อาการมักนาน 5-7 วัน
การติดเชื้ออาจลุกลามทำให้เกิดหลอดลมอักเสบ (Bronchitis) หลอดลมฝอยอักเสบ (Bronchiolitis) และปอดบวม ปอดอักเสบ (Pneumonia) อาการรุนแรง ไข้สูง ไอ หอบเหนื่อย อาการที่ชัดเจนของการติดเชื้อ RSV คือ "เสมหะ" เสมหะไหลประหนึ่งเปิดก๊อกน้ำ ครืดคราด เหนื่อยหอบ ยิ่งเด็กเล็ก ๆ ที่ขนาดของหลอดลมเล็ก และมีแรงในการไอน้อย อาจไม่สามารถขับเสมหะออกได้ทัน ยิ่งหอบเหนื่อย เกิดเสียงวี๊ดจากการตีบตันของหลอดลมฝอยได้
เพราะเด็กเล็ก 0-2 ปี ภูมิคุ้มกันยังน้อย ยิ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กที่เกิดก่อนกำหนด เด็กที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคปอดเรื้อรัง โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ยิ่งเสี่ยงสูง เป็นแล้วเป็นอีกได้ แต่ด้วยอายุที่เพิ่มขึ้นในการติดเชื้อแต่ละครั้ง รวมถึงภูมิคุ้มกันทีดีขึ้น อาการก็มักจะน้อยเมื่อเทียบกับครั้งแรกแหละ (แต่ก็ไม่ทั้งหมด)
ประเด็นของการติดเชื้อ RSV ก็คือ "ไม่มียารักษาจำเพาะ" ต้องประคับประคองอาการให้หายเอง
การรักษาประคับประคองก็คือ การกินยาลดไข้ น้ำเกลือทางหลอดเลือด (หากกินไม่ได้) การให้ออกซิเจน (หากหอบเหนื่อย ค่าความเข้มข้นออกซิเจนในเลือดต่ำลง) การพ่นน้ำเกลือ เคาะปอด ดูดเสมหะเป็นระยะ แล้วเวลากับภูมิคุ้มกันจะรักษาทุกอย่างเอง จะสวดมนต์ไหว้พระขอพร หรือมูเตลูด้วยก็ไม่ขัดกัน
หลายคนที่อาการรุนแรงอาจต้องนอน รพ. เพื่อรักษากันเป็นสัปดาห์ หากรักษาที่ รพ. เอกชน ค่ารักษาก็ไม่อ่อนโยน ราคาสูง เพราะไหนจะต้องพ่นน้ำเกลือ เคาะปอด ให้น้ำเกลือ ให้ออกซิเจน และนอนนาน ยิ่งอาการหนักอาจต้องย้ายลง ICU เพื่อรักษาใกล้ชิด ยิ่งราคาสูง ดังนั้นเด็กเล็กที่ติดเชื้อ RSV มักมีปัญหากับการเคลมประกัน คนที่เคยเป็นมาแล้ว ประกันอาจปฏิเสธการต่อประกัน พิจารณานาน หรือทำได้แต่เบี้ยสูงลิบลิ่ว
การไม่ติดเชื้อนั้นจึงดีที่สุด ...ติดตามข่าวการระบาดเสมอ เน้นการปฏิบัติตัวที่ดี ผู้ใหญ่เด็กโตที่ออกนอกบ้าน กลับมาบ้านอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนสัมผัสเด็กเล็กและคนสูงอายุ ไม่เอามือเข้าปาก แคะจมูก ขยี้ตา หากป้องกันเต็มที่แล้วไม่เป็นผล ติดเชื้อก็รักษากันไป โดยคุณพ่อคุณแม่ต้องสำรวจให้ดีว่า เมื่อไรควรพามาพบแพทย์ที่ รพ.
เอาง่าย ๆ ก็คือ เมื่อลูกมีไข้สูงยาวนานกว่า 48-72 ชม. แล้วไม่ดีขึ้น หากกินไม่ได้ ซึมลง หายใจเหนื่อย ไอมาก มีเสียงวี๊ดในอก ให้รีบพามา รพ. โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวว่าเริ่มมีการแพร่ระบาดของเชื้อ RSV ให้ระวังให้ดี สำรวจอาการของลูกน้อยให้ดีด้วยเสมอนะครับ
ด้วยความปรารถนาดี
#เพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ TH-18757
#ปอดจิ๋วปลอดภัยห่างไกลRSV