Treat Me Better Good story updates new trends, skincare reviews / cosmetics, including chic lifestyles and cool stor

02/02/2026

ภายใต้บรรยากาศการเลือกตั้งปี 2569 ความเสี่ยงที่น่ากังวลที่สุดสำหรับภาคธุรกิจไม่ใช่เพียงแค่ "ใครจะชนะ" แต่คือความเสี่ยงของการเกิด "รัฐบาลสีเทา" หรือการมีนักการเมืองที่มีประวัติพัวพันกับธุรกิจสีเทา และอาชญากรรมข้ามชาติ เข้ามามีอำนาจบริหารประเทศ
ข้อมูลจากดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) และบทวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ในอดีตมักชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่าง "ทุนสามานย์" กับ "อำนาจรัฐ" หากหลังการเลือกตั้ง เราได้คณะรัฐมนตรีที่มีเบื้องหลังไม่โปร่งใส
สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือปรากฏการณ์ "State Capture" หรือการที่กลุ่มทุนเทาเข้ายึดกุมกลไกรัฐ เมื่อ "ทุนเทา" (ผู้มีเงิน) จับมือกับ "นักการเมืองสีเทา" (ผู้มีอำนาจ) ผลกระทบจะทวีความรุนแรงขึ้น 2 เท่า
⚠️ การฟอกขาวทางกฎหมาย : ธุรกิจผิดกฎหมายอาจถูกแปรสภาพให้ถูกกฎหมายผ่านนโยบายที่เอื้อประโยชน์
⚠️ การเลือกปฏิบัติ (Selective Enforcement) : กฎหมายจะถูกใช้อย่างเข้มงวดกับ "ธุรกิจน้ำดี" (เพื่อรีดภาษี หรือกลั่นแกล้ง) แต่จะ "หลับตาข้างหนึ่ง" ให้กับเครือข่ายทุนเทา ทำให้ธุรกิจสุจริตต้นทุนสูงกว่า และแข่งขันไม่ได้
----------
เพื่อความอยู่รอดในยุคที่ "กติกา" อาจถูกบิดเบือน ผู้ประกอบการต้องวางแผนรับมือด้วย 3 มาตรการเร่งด่วน
📌 สร้างเกราะป้องกันด้วย 'ความขาวสะอาดขั้นสุด' (Zero-Defect Compliance) ในยุคที่ผู้ถือกฎหมายอาจจ้องจับผิดเพื่อหาผลประโยชน์ หรือเพื่อกำจัดคู่แข่งให้เครือข่ายตัวเอง จุดอ่อนเดียวที่ธุรกิจจะมีไม่ได้คือ “แผลทางกฎหมาย"
#แนวทางปฏิบัติ : ตรวจสอบระบบบัญชี ภาษี แรงงาน และใบอนุญาตต่างๆ ให้ถูกต้อง 100% อย่าเปิดช่องว่างให้เจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตใช้เป็นข้ออ้างในการ "รีดไถ" หรือสั่งปิดกิจการ การทำธุรกิจแบบ "เทาแลกเทา" (ยอมจ่ายใต้โต๊ะ) ในยุคนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็น "บ่อที่ถมไม่เต็ม" และอาจตกเป็นเหยื่อในภายหลัง
📌 กระจายความเสี่ยงออกจาก 'งานภาครัฐ' (Decentralize from G2B) หากการเมืองมีแนวโน้มทุจริต การประมูลงานรัฐ (Government Procurement) จะกลายเป็นพื้นที่ของ "การฮั้ว" และ "เส้นสาย" อย่างสมบูรณ์ ธุรกิจที่ไม่มีแบ็คอัพทางการเมืองจะถูกกีดกันหรือถูกดึงการจ่ายเงิน
#แนวทางปฏิบัติ : ลดสัดส่วนรายได้จากภาครัฐลง และหันไปโฟกัสตลาดเอกชน (B2B/B2C) หรือตลาดส่งออก (Export) ที่ยึดมาตรฐานสากลและกลไกตลาดที่แท้จริง ซึ่งอำนาจมืดทางการเมืองในประเทศเอื้อมไปแทรกแซงได้ยากกว่า
📌 รวมกลุ่มสร้างอำนาจต่อรอง (Collective Bargaining) การต่อสู้ลำพังกับกลุ่มทุนที่มีนักการเมืองหนุนหลังคือการฆ่าตัวตาย แต่การรวมกลุ่มผ่าน "สมาคมการค้า" หรือ "หอการค้า" จะช่วยสร้างเกราะป้องกันได้
#แนวทางปฏิบัติ : เข้าร่วมเครือข่ายทางธุรกิจที่เข้มแข็ง เมื่อเกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมหรือการคุกคามจากทุนเทา การร้องเรียนในนาม "องค์กร" จะมีน้ำหนักและปลอดภัยกว่าการร้องเรียนส่วนบุคคล นอกจากนี้การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารภายในกลุ่ม (Market Intelligence) จะช่วยให้ไหวตัวทันต่อกลโกงใหม่ๆ
----------
หากปี 2569 ประเทศไทยต้องเผชิญกับ "วิกฤตศรัทธา" จากการบริหารของกลุ่มการเมืองสีเทา ภาคเอกชนจะเป็น "ปราการด่านสุดท้าย" การยึดมั่นในธรรมาภิบาลอาจดูเหมือนเสียเปรียบในระยะสั้น แต่ในระยะยาว มันคือหนทางเดียวที่จะทำให้ธุรกิจของคุณ "ฆ่าไม่ตาย" และเป็นที่ต้องการของตลาดสากลที่ให้ค่ากับความโปร่งใสครับ
#เลือกตั้ง2569 #การเมือง #ทุนเทา #วิกฤตการเมือง

13/10/2025

ในฐานะแฟนบอล Manchester United คนหนึ่ง ฤดูกาลที่ผ่านมา และช่วงปิดฤดูกาลนี้เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลายครับ
ผลงานในสนามอาจจะไม่เป็นไปตามที่หวัง แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้น คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น “นอกสนาม” ภายใต้การบริหารของทีมผู้บริหารชุดใหม่
เราได้เห็นการ “ปรับขนาดทีม” ครั้งใหญ่ นักเตะชื่อดังหลายคน ที่มีค่าเหนื่อยสูงถูกปล่อยตัวออกจากทีม บางคนถูกขายออกไปในราคาที่ขาดทุน บางคนถูกปล่อยยืม
แฟนบอลบางกลุ่มอาจจะรู้สึกเสียดาย แต่ในโลกของธุรกิจฟุตบอลสมัยใหม่ นี่คือการตัดสินใจที่จำเป็นอย่างยิ่ง การที่ทีมไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรป ทำให้รายได้หายไปมหาศาล การแบกรับค่าใช้จ่ายจากทีมขนาดใหญ่จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
การ “ลดขนาดทีม” จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือความจำเป็นเพื่อความอยู่รอดทางการเงิน และที่สำคัญที่สุด มันคือการ “เคลียร์พื้นที่” ทั้งในแง่ของงบประมาณ และอัตรากำลัง เพื่อเริ่มต้นกระบวนการ “สร้างทีมขึ้นมาใหม่”
ตามปรัชญาและแผนการเล่นของผู้จัดการทีมคนใหม่ ผมพบว่าสถานการณ์นี้ ไม่ต่างอะไรเลยกับสิ่งที่ผู้ประกอบการ SMEs หลายท่านกำลังเผชิญอยู่ในวันนี้
“ฤดูกาลแข่งขันใหม่” ในโลกธุรกิจกำลังจะเริ่มขึ้น... มันคือยุคที่ AI เข้ามาเปลี่ยนกติกา และสภาวะเศรษฐกิจบีบคั้นให้ทุกการเคลื่อนไหวต้องเฉียบคมกว่าเดิม
การใช้ “แผนการเล่น” และ “ทีมงานชุดเดิม” ที่เคยพาเราคว้าแชมป์เมื่อหลายปีก่อน อาจจะไม่สามารถรับประกันชัยชนะในสนามของวันนี้ได้อีกต่อไป
จุดเริ่มต้นไม่ใช่การ “ชี้ตัวคนออก” แต่คือการ “กำหนดทิศทางขององค์กรใหม่”
การปรับลดคนที่ผิดพลาดที่สุด คือการทำไปเพื่อ “ลดต้นทุน” เพียงอย่างเดียว โดยไม่มีทิศทางทางธุรกิจที่ชัดเจนรองรับ เหมือนผู้จัดการทีมฟุตบอลที่ขายนักเตะทิ้งโดยไม่มีแผนว่าจะซื้อใครเข้ามาเสริม หรือจะเล่นในระบบไหน
‘เข็มทิศ’ ต้องชัด ก่อนจะจัด ‘สัมภาระ’
ก่อนที่เราจะเริ่มคิดถึงการปรับโครงสร้าง หรือการปรับลดคน ภารกิจแรกที่สำคัญที่สุดของทีมผู้บริหาร คือการตอบคำถามว่า “อีก 3 ปีข้างหน้า องค์กรของเราจะยืนอยู่ตรงจุดไหน?”
การสร้าง “แผนธุรกิจระยะ 3 ปี” ที่ชัดเจน คือการสร้าง “เข็มทิศ” หรือ “ดาวเหนือ” ให้กับองค์กร แผนนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับผู้บริหารเท่านั้น แต่มีไว้เพื่อเป็น “เป้าหมายร่วม” ของทุกคน
เพื่อให้ทีมงานที่เหลืออยู่เข้าใจว่าความเจ็บปวดจากการเปลี่ยนแปลงในวันนี้ กำลังจะพาองค์กรไปสู่ทิศทางใด และบทบาทของพวกเขาสำคัญต่อการเดินทางครั้งใหม่นี้อย่างไร
เข็มทิศนี้เอง จะเป็นตัวกำหนด “พิมพ์เขียว” ของโครงสร้างองค์กรในอนาคต และเป็นรากฐานสำคัญของการทำ “Strategic Remove”
เพราะคำถามจะเปลี่ยนจาก “ใครทำงานไม่ดี?” ไปเป็น “บทบาทและทักษะของใคร ที่จำเป็นต่อการบรรลุแผน 3 ปีของเรา?” ซึ่งทำให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างมีหลักการและมองไปข้างหน้าอย่างแท้จริง
----------
อยากชวนเพื่อนๆ มองฟุตบอลแบบธุรกิจ ‘ปรับทัพองค์กร’ ด้วย แบบนี้ครับ
ผมได้มีโอกาสเข้าไปเป็นที่ปรึกษาให้โรงงานผลิตอาหารแปรรูปแห่งหนึ่ง เป็นธุรกิจขนาด 50–60 คน ที่กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่จากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
ผู้บริหารได้วางแผนธุรกิจ 3 ปีไว้อย่างชัดเจนว่า องค์กรต้องเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น “Smart Factory” โดยนำระบบ Automation เข้ามาใช้ นี่คือ “แผนการเล่น” ใหม่ของพวกเขา และแน่นอนว่า “ทีมงานชุดเดิม” ไม่สามารถเล่นตามแผนนี้ได้ จึงเริ่มต้นกระบวนการปรับทัพด้วย 3R
⚽️REMOVE : การจัดทัพใหม่เพื่อความคล่องตัว (Re-aligning the Squad)
ในโลกของกีฬา ทีมที่มีผู้เล่นค่าตัวสูงแต่นั่งอยู่ข้างสนามตลอดเวลา คือทีมที่บริหารงบประมาณผิดพลาด ในโลกธุรกิจก็เช่นกัน บทบาทหน้าที่ (Role) ที่ไม่สอดคล้องกับแผนการเล่นใหม่ คือ “ต้นทุน” ที่ทำให้องค์กรอุ้ยอ้าย
สำหรับโรงงานแห่งนี้ บทบาทของ “พนักงานฝ่ายผลิตที่ใช้แรงงาน” กำลังจะถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักร การ “Remove” ในที่นี้จึงไม่ใช่การไล่คนออกอย่างไร้เหตุผล แต่มันคือการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่จะ “ยุติบทบาทเดิม” เพื่อเปิดพื้นที่และงบประมาณให้กับบทบาทใหม่ที่จำเป็นกว่า
พนักงานบางส่วนที่ไม่สามารถปรับตัวได้ ถูกดูแลด้วยแผนการแยกทางที่ให้เกียรติ เหมือนการปล่อยตัวผู้เล่นเพื่อให้เขาได้มีโอกาสไปเติบโตกับทีมอื่นที่เหมาะสมกว่า
⚽️RAISE : การอัปเกรดผู้เล่นตัวหลัก (Upgrading the Core Players)
ผู้เล่นที่เก่งที่สุดของคุณในวันนี้ อาจจะยังไม่เก่งพอสำหรับเกมในวันพรุ่งนี้ หากพวกเขาไม่ได้รับการฝึกฝนทักษะใหม่ ๆ
นี่คือช่วงเวลาของการเข้า “แคมป์ฝึกซ้อม” ครั้งสำคัญ
โรงงานแห่งนี้ได้นำพนักงานฝ่ายผลิตเดิมที่มีความเข้าใจในตัวสินค้าอย่างลึกซึ้ง มา “Raise” ทักษะใหม่ พวกเขาถูกฝึกให้กลายเป็น “ผู้ควบคุมเครื่องจักร” และ “นักวิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพ”
นี่คือการเปลี่ยนจากผู้เล่นที่ใช้ “พละกำลัง” มาเป็นผู้เล่นที่ใช้ “สมอง” และ “ข้อมูล” ในการแข่งขัน เป็นการลงทุนกับผู้เล่นตัวหลักที่คุณมีอยู่ เพื่อทำให้พวกเขาเก่งขึ้น และมีคุณค่ามากขึ้นในแผนการเล่นใหม่
⚽️RECRUIT : การเสริมทัพด้วยผู้เล่นที่เปลี่ยนเกมได้ (Acquiring Game-Changers)
บางครั้ง ทักษะที่จำเป็นสำหรับแผนการเล่นใหม่ ก็ไม่มีอยู่เลยในทีมชุดเดิม ผู้จัดการทีมที่เก่งจึงต้องมองหาผู้เล่นจากตลาดภายนอกที่จะเข้ามาเปลี่ยนเกมได้ทันที
สำหรับโรงงานแห่งนี้ พวกเขาไม่เคยมีตำแหน่ง “วิศวกรระบบอัตโนมัติ” มาก่อน การ “Recruit” คนในตำแหน่งนี้เข้ามา คือการเสริมทัพด้วย “ผู้เล่นที่เปลี่ยนเกมได้” คือการนำ DNA ใหม่ที่องค์กรต้องการเข้ามา เพื่อเร่งสปีดการเปลี่ยนแปลงและยกระดับขีดความสามารถของทั้งทีม
----------
การปรับทัพองค์กร...ไม่ใช่สัญญาณของความล้มเหลว แต่มันคือสัญญาณของ “ความเป็นผู้นำ” คือความกล้าหาญที่จะยอมรับว่าสิ่งที่เป็นอยู่ อาจจะไม่ดีพอสำหรับอนาคต
ผู้นำที่ยอดเยี่ยมในวันนี้ คือ ผู้จัดการทีมที่มองการณ์ไกล ที่พร้อมจะตัดสินใจเรื่องยาก ๆ ในช่วง “ปิดฤดูกาล” เพื่อสร้างทีมที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับชัยชนะในฤดูกาลแข่งขันที่กำลังจะมาถึงครับ
----------
🎯ปรึกษาธุรกิจ และการตลาดออนไลน์
ได้ที่ LINE OA : (มี @ นำหน้า) หรือ
คลิกเพิ่มเพื่อน > bit.ly/NinePolthep
TikTok, Instagram, Youtube : Nine Polthep
Tel : 092-969-9990 (คุณฟุกค์)
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://ninepolthep.com/business-marketing-consulting/

 #หุ้นส่วน
06/10/2025

#หุ้นส่วน

#หุ้นส่วน
ช่วงนี้หลายคนน่าจะเห็นข่าวเด่น ประเด็นร้อน ที่เกี่ยวกับการทำธุรกิจร่วมกันแล้วลงเอยที่หุ้นส่วนทะเลาะกันบ้างไม่มากก็น้อยใช่ไหมครับ
โดยเฉพาะกรณีของหุ้นส่วนที่เป็นคนมีชื่อเสียง เพื่อนรัก หรือกระทั่งคนในครอบครัว
ที่เริ่มต้นธุรกิจด้วยความฝัน และความไว้ใจ แต่สุดท้ายกลับจบลงบนหน้าสื่อ ด้วยความขัดแย้ง การฟ้องร้อง และการแยกทางที่อาจจะมองหน้ากันไม่ติดอีกเลย
ในฐานะที่ปรึกษาที่ได้ทำงานกับเจ้าของธุรกิจ SMEs มาบ้าง
ผมบอกได้เลยครับว่า... เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับคนดัง แต่มันคือ “กับระเบิด” ที่ซ่อนอยู่ในเส้นทางของผู้ประกอบการแทบทุกคนที่เลือกจะลงเรือลำเดียวกันกับคนที่รักและไว้ใจ
การทำธุรกิจกับเพื่อนหรือญาติสนิท มันเหมือนการลงเรือลำเดียวกัน ที่เราเดิมพันด้วยความฝัน เงินทุน เวลา... และที่สำคัญกว่านั้นคือ ‘ความสัมพันธ์’ ที่สร้างกันมาทั้งชีวิต
หลายครั้งที่ผมเห็นเรือแห่งมิตรภาพเหล่านี้ต้องล่มลง ทั้งๆที่ตัวธุรกิจยังมีโอกาสที่จะไปต่อได้อีกไกล มันน่าเสียดายเสมอครับ
และสิ่งที่น่าเศร้ากว่านั้นคือ ส่วนใหญ่มักเกิดจากปัญหาที่เราสามารถป้องกันได้ แต่หลายๆคน ไม่ได้ป้องกัน ไม่ว่าจะเพราะเกรงใจกันตามสไตล์ไทยๆ หรือ เพราะคาดไม่ถึง ว่าจะมีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง
วันนี้ผมเลยอยากจะชวนคุยกันครับว่า... อะไรคือสาเหตุหลักที่ทำให้หุ้นส่วนที่รักกันปานจะกลืนกิน ต้องกลายมาเป็นศัตรูในทางธุรกิจ และเราจะมีแนวทางป้องกันเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร
----------
ทำไม ‘เรือ’ แห่งมิตรภาพถึงล่มกลางทาง ?
📌 5 สาเหตุหลักที่เปลี่ยนเพื่อนรักเป็นศัตรู
จากประสบการณ์ของผม ปัญหาความขัดแย้งของหุ้นส่วนมักจะวนเวียนอยู่ไม่กี่เรื่อง แต่เป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงเสมอครับ
🔥 เริ่มต้นที่ "เงิน" ไม่เคยเข้าใครออกใคร :
นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งเสมอครับ ตอนเริ่มต้นที่ยังไม่มีกำไร ทุกคนอาจจะยังช่วยเหลือกันดี แต่เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต คำถามเหล่านี้จะตามมาทันที
- ใครควรได้เงินเดือนเท่าไหร่ ?
- จะแบ่งกำไรกันอย่างไร ?
- การลงทุนเพิ่มใครจะลงสัดส่วนเท่าไหร่ ?
บางคนรู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักกว่าแต่ได้ผลตอบแทนเท่ากัน หรือบางคนแอบนำเงินบริษัทไปใช้ส่วนตัวโดยไม่บอกกล่าว ความไม่ชัดเจนเรื่องเงินนี่แหละครับ คือจุดเริ่มต้นของรอยร้าวที่ใหญ่ที่สุด
🔥 ถัดมา "บทบาทไม่ชัดเจน อำนาจไม่สมดุล" :
“เดี๋ยวเราช่วยๆกัน” คือคำพูดที่สวยงามในวันแรก แต่เป็นยาพิษในระยะยาว
เมื่อไม่มีการกำหนดขอบเขตอำนาจและความรับผิดชอบที่ชัดเจน สุดท้ายจะเกิดการทำงานที่ทับซ้อนกัน หรือเกี่ยงกันทำงาน
และที่อันตรายที่สุดคือ เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญ ใครคือคนที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด ?
การที่ไม่มีใครยอมใครเพราะมองว่า “เราก็เป็นเจ้าของเหมือนกัน” มักจะนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งและทำให้ธุรกิจเดินต่อไปไม่ได้มานักต่อนักแล้ว
🔥 "วิสัยทัศน์" ที่เคยตรงกัน เริ่มเบนออกจากกัน :
วันแรกที่เริ่มธุรกิจ ทุกคนอาจจะมองเห็นภาพฝันเดียวกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ประสบการณ์ และมุมมองชีวิตที่เปลี่ยนไป อาจทำให้เป้าหมายของแต่ละคนเปลี่ยนไปได้
คนหนึ่งอาจจะอยากขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างรวดเร็ว แม้จะต้องเสี่ยงหรือกู้เงินเพิ่ม
แต่อีกคนอาจจะพอใจกับขนาดปัจจุบันและอยากทำแบบมั่นคงไปเรื่อยๆ เมื่อทิศทางของผู้นำเรือเริ่มเป็นคนละทาง ก็ยากที่เรือจะไปถึงฝั่งฝันได้ครับ
🔥 อีกเรื่องสำคัญ "ความเกรงใจ" ที่กลายเป็นยาพิษ :
การทำธุรกิจกับเพื่อน หรือญาติ มักจะมีความเกรงใจเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ เราไม่กล้าตักเตือนเมื่อเพื่อนทำผิด ไม่กล้าทวงถามเมื่อเห็นตัวเลขการเงินแปลกๆ
ไม่กล้าพูดถึงปัญหาตรงๆ เพราะกลัวจะเสียความสัมพันธ์
ความเกรงใจเหล่านี้จะค่อยๆ สะสมกลายเป็นความอึดอัดใจ และระเบิดออกมาในวันที่สายเกินแก้ กลายเป็นความไม่ไว้วางใจที่ยากจะเยียวยา
🔥 สุดท้าย "ปัญหาชีวิตส่วนตัว" ลุกลามสู่ธุรกิจ :
อย่าลืมว่าชีวิตส่วนตัวของหุ้นส่วนส่งผลกระทบต่อธุรกิจเสมอ เช่น
- ปัญหาทางการเงินส่วนตัว ที่อาจนำไปสู่การทุจริต
- ปัญหาครอบครัวที่ทำให้ไม่มีสมาธิในการทำงาน หรือการนำคู่สมรสเข้ามาวุ่นวายกับการตัดสินใจในบริษัท
ปัญหาเหล่านี้มักเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่จัดการได้ยาก และมักจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ความอดทนสิ้นสุดลง
----------
ใครที่มีปัญหาเหล่านี้ หรือ ไม่อยากให้ปัญหาเหล่านี้เกิดกับตัวเอง มาดูวิธีป้องกันกันนะครับ
เสริมความแข็งแรงให้กับเรือแห่งมิตรภาพ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้สึกนะครับ แต่เป็นปัญหาใหญ่ในเชิงโครงสร้างธุรกิจจริงๆ
ข้อมูลจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เองก็มีบริการ “ไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางธุรกิจ” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยจนภาครัฐต้องเข้ามาช่วยดูแล
หรือหากดูสถิติ คดีแพ่งจากสำนักงานศาลยุติธรรม ในแต่ละปีจะพบว่ามีคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาททางธุรกิจเป็นจำนวนมหาศาล
ดังนั้น การป้องกันไว้ก่อนจึงเป็นทางที่ดีที่สุดครับ และนี่คือสิ่งที่ผมแนะนำให้ SMEs ทุกรายต้องทำ “ทันที” ตั้งแต่วันแรกที่ตัดสินใจจะมีหุ้นส่วนครับ

✅ "สัญญาใจ" ใช้ไม่ได้ ต้องมี "สัญญาร่วมลงทุน" (Shareholders' Agreement) เท่านั้น :
นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดครับ! (ใครไม่มีทนายเก่งๆ ช่วยร่างสัญญาทักมานะครับ ผมมีทนายเก่งๆ แนะนำให้รู้จักได้ครับ)
อย่าคิดว่าสนิทกันแล้วไม่ต้องมีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร
ในสัญญานี้ต้องระบุทุกอย่างให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้
เช่น สัดส่วนการถือหุ้น, เงินลงทุนของแต่ละฝ่าย, อำนาจในการตัดสินใจ, การแบ่งผลกำไรขาดทุน, เงินเดือนกรรมการ
และที่สำคัญที่สุดคือ เงื่อนไขและกระบวนการเมื่อต้องแยกทางกัน
เช่น วิธีการตี #มูลค่าหุ้น หากมีคนขอซื้อคืนหรือถอนตัวออกไป
สัญญานี้ไม่ใช่การไม่ไว้ใจกัน แต่มันคือเครื่องมือที่ปกป้องทั้งธุรกิจ และมิตรภาพของคุณในวันที่เกิดปัญหาครับ
✅ คุยเรื่อง "เงิน" ให้เคลียร์เหมือนกระจกใส :
ก่อนจะลงเงินแม้แต่บาทแรก ต้องนั่งคุยกันให้จบว่าใครจะรับผิดชอบเงินเดือนในส่วนไหน
- ใครจะทำงาน Full-time หรือ Part-time ?
- แต่ละคนคาดหวังผลตอบแทนอย่างไร ?
- จะมีเงินปันผลเมื่อไหร่ และเงื่อนไขคืออะไร ?
การเปิดอกคุยกันเรื่องเงินอย่างตรงไปตรงมา และโปร่งใสที่สุดตั้งแต่วันแรd จะช่วยลดปัญหาความคลางแคลงใจในอนาคตได้เยอะเลยครับ
✅ แบ่ง "หน้าที่และความรับผิดชอบ" ให้คมเหมือนมีด :
กำหนดไปเลยว่าใครดูแลการตลาด ใครดูการเงิน ใครคุมฝ่ายผลิต และใครมีอำนาจตัดสินใจสุดท้ายในเรื่องอะไร
อาจจะทำเป็นแผนผังองค์กรอย่างง่ายๆ เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพตรงกัน
การแบ่งงานที่ชัดเจนจะช่วยลดความขัดแย้งในการทำงาน และทำให้ทุกคนโฟกัสในสิ่งที่ตัวเองถนัดได้อย่างเต็มที่
✅ กำหนด "ทางออก" ไว้ล่วงหน้า :
เหมือนการทำสัญญาก่อนสมรส (Prenup) การทำธุรกิจก็เช่นกันครับ ควรคุยกันตั้งแต่วันแรกว่า
"ถ้าวันหนึ่งเราไปด้วยกันต่อไม่ได้ เราจะแยกทางกันอย่างไร?"
"จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีใครคนหนึ่งอยากเลิก, เสียชีวิต, หรือทำผิดข้อตกลงร้ายแรง?"
การตกลงเรื่องทางออกไว้ล่วงหน้าในวันที่ยังรักกันดีอยู่ จะเป็นการตัดสินใจที่ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ และเป็นทางออกที่เจ็บปวดน้อยที่สุดสำหรับทุกฝ่ายครับ
ดีกว่าเกิดเรื่องแล้วค่อยมาคุยกัน เพราะมักจะคุยกันไม่รู้เรื่องไปซะแล้ว
----------
สุดท้ายนี้ ผมอยากจะบอกว่า... ถึงจะมีสัญญารัดกุมแค่ไหน แต่เมื่อเดินไปถึงจุดที่ต้องแยกทาง
มันไม่มีใครชนะจริงๆ หรอกครับ มีแต่ฝ่ายที่เจ็บน้อยกับเจ็บมาก
และสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ที่เสียไปคือ ‘ความสัมพันธ์’ ที่อาจจะไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิม
ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจลงเรือธุรกิจลำเดียวกันกับใครสักคน
โดยเฉพาะกับเพื่อนรักหรือญาติสนิท... จงใช้เวลาในการวางแผนและทำข้อตกลงต่างๆ ให้รอบคอบและรัดกุมที่สุด
เพราะการเตรียมตัวที่ดี คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ที่จะช่วยรักษาทั้งธุรกิจและความสัมพันธ์อันมีค่าของคุณเอาไว้
ก่อนจะลงเรือลำเดียวกัน... อย่าลืมเตรียมชูชีพ และแผนที่ทางออกไว้ให้พร้อมเสมอครับ
ถ้าบทความนี้มีประโยชน์ กดแชร์ให้เพื่อนๆ ผู้ประกอบการท่านอื่นได้อ่าน และกดติดตามเพจของเราไว้ เพื่อไม่พลาดบทเรียนธุรกิจดีๆ แบบนี้ครับ
#ที่ปรึกษาธุรกิจ #หุ้นส่วนธุรกิจ #บริหารธุรกิจ #ข้อพิพาททางธุรกิจ #สัญญาร่วมลงทุน #วางแผนธุรกิจ #สงครามหุ้นส่วน #หุ้นส่วน

✨WFH กันมานาน กลับมาทำงานทั้งทีคงต้องบำรุงเพิ่มความสวยกันสักหน่อย🌈วันนี้เลยอยากชวนสาวๆ มามาส์กหน้ากัน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่แอ...
23/06/2020

✨WFH กันมานาน กลับมาทำงานทั้งทีคงต้องบำรุงเพิ่มความสวยกันสักหน่อย

🌈วันนี้เลยอยากชวนสาวๆ มามาส์กหน้ากัน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่แอดมินโจโจ้ลองแล้วปลื้มที่สุด!
ทั้งมาส์กหน้า มาส์กคอ มาส์กใต้ตา มาส์กปาก มาส์กมือ มาส์กเท้า ไม่สวยก็ให้มันรู้ไปป!🧏🏻‍♀

Face mask : STARSKIN 100% Camellia 2-Step Oil Sheet Mask - Nourishing and Brightening
Neck mask: Innisfree - Anti-aging Mask Neck & Collarbone
Eyes Mask: Patchology - Restoring Night Eye Gels
Lip Mask: Laneige- Lip Sleeping Mask
Hand Mask: Sephora - Hand Mask
Foot Mask: Innisfree - Special care mask (Foot)

With love,
Treatme better


#มาส์ก

-----------------------------------------------------

อย่าลืมดูแลตัวเองกันนะคะ
อัพเดทบิวตี้เทรนด์ Make up & Skincare และ healthy lifestyle ได้ที่นี่ค่า

🌟Cleansing vs Cleanser✨คลีนซิ่ง vs คลีนเซอร์💦คลีนซิ่ง มีหน้าที่ทำความสะอาดเครื่องสำอาง เช็ด ล้างคราบสิ่งสกปรก💦คลีนเซอร์ ...
18/06/2020

🌟Cleansing vs Cleanser
✨คลีนซิ่ง vs คลีนเซอร์

💦คลีนซิ่ง มีหน้าที่ทำความสะอาดเครื่องสำอาง เช็ด ล้างคราบสิ่งสกปรก

💦คลีนเซอร์ หรือโฟมล้างหน้า มีหน้าที่ล้างสิ่งสกปรก ขจัดน้ำมันส่วนเกินออกจากใบหน้า หรือรักษาตามสภาพผิวของแต่ละสูตร

With love,
Treatme better


#คลีนซิ่ง #คลีนเซอร์
------------------------------------------------------------------------
อย่าลืมดูแลตัวเองกันนะคะ
อัพเดทบิวตี้เทรนด์ Make up & Skincare และ healthy lifestyle ได้ที่นี่ค่า

🌟Top 3 Concealor ของ admin Jeng🌟🧏🏻‍♀️สาวสายหน้าจัดเต็มอย่างเราสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ Concealor หน้าเราต้องเป๊ะ เนี...
16/06/2020

🌟Top 3 Concealor ของ admin Jeng🌟

🧏🏻‍♀️สาวสายหน้าจัดเต็มอย่างเราสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ Concealor หน้าเราต้องเป๊ะ เนียนกริบ สวยกรุบ ตลอดเวลา
วันนี้เจงมารีวิว Top 3 Concealor ที่เจงชอบใช้ที่สุดในช่วงนี้ให้ดูกันค่า✨

🌈maybelline fit me concealer
ใช้สำหรับใต้ตา ปกปิดได้กลางๆ วันไหนที่รู้สึกว่าผิวบริเวณใต้ตาแห้งตัวนี้จะแอบเป็นคราบ ตกร่องนิดหน่อย

🌈l'oreal infallible concealer
เนื้อบาง แต่ปกปิดได้ดี ไม่ตกร่องรวมๆแล้วชอบสุด

🌈Fundamental Concealer
ตัวนี้ใช้สำหรับปกปิดสิว รอยสิว เนื้อผลิตภัณฑ์ทาบนสิวแล้วไม่แห้ง ปกปิดได้ดี แถมแบรนด์เคลมว่าช่วยลดการอักเสลสิวด้วย

With love,
Treatme better

#แต่งหน้า #ปกปิดใต้ตา #คอนซีลเลอร์

-----------------------------------------------------

อย่าลืมดูแลตัวเองกันนะคะ
อัพเดทบิวตี้เทรนด์ Make up & Skincare และ healthy lifestyle ได้ที่นี่ค่า

🧏🏻‍♀ผิวที่สุขภาพดี ให้ดูที่ PH Balance✨✨ค่าความสมดุลหรือ pH Balance เป็นตัวบ่งชี้ว่า ผิวเรามีค่าความสมดุลเท่าไร หากผิวไม...
11/06/2020

🧏🏻‍♀ผิวที่สุขภาพดี ให้ดูที่ PH Balance✨

✨ค่าความสมดุลหรือ pH Balance เป็นตัวบ่งชี้ว่า ผิวเรามีค่าความสมดุลเท่าไร หากผิวไม่สมดุลก็อาจเกิดอาการแห้งกร้านหรือระคายเคืองได้ นั่นคือสาเหตุว่าทำไมการใช้สกินแคร์ถึงทำให้ผิวดีขึ้นเพราะสกินแคร์แต่ละชนิดมีค่าความเป็นกรดด่างไม่เท่ากัน ทำให้บางตัวเหมาะกับผิวเราและสามารถปรับสภาพให้ผิวกลับมาอยู่ในจุดที่สมดุลได้

✨ค่าสมดุลความเป็นกรด-ด่างของผิวเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมภายนอก มีตั้งแต่ระดับ (0-14) ค่าที่ต่ำจะมีสภาวะเป็นกรดและค่าที่สูงจะมีสภาวะเป็นด่าง ส่วนค่าสภาพเป็นกลางจะอยู่ในระดับที่7 ค่าสมดุลของผิวเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมภายนอก เช่นมลภาวะ สารเคมีหรือผลิตภัณฑ์ ดังนั้นการใช้สกินแคร์จึงมีส่วนช่วยให้ผิวดีขึ้น

✨โดยธรรมชาติผิวเรามีสภาพเป็นกรดอ่อนๆอยู่ที่ระดับ 5.2-6.0 เหตุที่ผิวเรามีค่า pH เป็นกรดอ่อนๆ ก็เพราะว่า เกิดจากน้ำมันจากต่อมไขมัน (Sebum) ผลิตออกมาสู่ผิวหนังชั้นนอก แล้วมาผสมกับกรดแลคติกและอะมิโนที่มาจากเหงื่อบนผิวหนังเรา เลยทำให้เกิดเป็นค่า pH ระดับ 5.5 ซึ่งเป็นค่า pH ที่มีความเหมาะสมกับผิวเรามากที่สุด✅

✨ซึ่งหากถ้าผิวอยู่ในสภาพเป็นกรดสูงไป ทำให้หน้ามันง่าย และเกิดอาการระคายเคืองแดง สิวเห่อขึ้นได้ แต่หากอยู่ในสภาพที่เป็นด่างสูงไป ผิวอาจเกิดอาการแห้งลอก เกราะปกป้องผิวถูกทำลาย ทำให้สูญเสียน้ำ และผิวแห้งเสีย ทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย แต่หากอยู่ในสภาพที่เป็นด่างสูงไป ผิวอาจเกิดอาการแห้งลอก เกราะปกป้องผิวถูกทำลาย ทำให้สูญเสียน้ำ และผิวแห้งเสีย ทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย🙅🏻‍♀️

🌟วิธีดูแลผิวให้อยู่ในสภาพสมดุลก็คือ
ใช้น้ำที่สะอาดในการอาบน้ำและล้างหน้า
ใช้สบู่ที่อ่อนโยนต่อผิว
ใช้โทนเนอร์เอาไว้ปรับสมดุลจากสภาพน้ำหรือโฟมล้างหน้าที่เราใช้มา
ดื่มน้ำให้มากๆเพื่อดีท๊อกผิวจากภายใน

With love,
Treatme better

#ผิวสุขภาพดี #กรดอะมิโน
--------------------------------------------
อย่าลืมดูแลตัวเองกันนะคะ
อัพเดทบิวตี้เทรนด์ Make up & Skincare และ healthy lifestyle ได้ที่นี่ค่า

✨คอลลาเจน-Collagen✨🌈ช่วยให้ผิวยืดหยุ่น เรียบเนียนและกระชับ🌈โปรตีนที่ช่วยสร้างและซ่อมแซมเซลล์ เพิ่มความแข็งแรงและความยืดห...
09/06/2020

✨คอลลาเจน-Collagen✨

🌈ช่วยให้ผิวยืดหยุ่น เรียบเนียนและกระชับ

🌈โปรตีนที่ช่วยสร้างและซ่อมแซมเซลล์ เพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้แก่เนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนน้อยลง ทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอย

With love,
Treatme better


#คอลลาเจน #กระจ่างใส

------------------------------------------------------------------------

อย่าลืมดูแลตัวเองกันนะคะ
อัพเดทบิวตี้เทรนด์ Make up & Skincare และ healthy lifestyle ได้ที่นี่ค่า

ที่อยู่

Rat Burana
10120

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Treat Me Betterผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Treat Me Better:

ทางลัด

แชร์