Jessie Mum By mommykidshop อาหารเสริมสมุนไพรกระตุ้นน้ำนมสำหรับคุณแม่

Jessie Mum By mommykidshop อาหารเสริมสมุนไพรกระตุ้นน้ำนมสำหรับคุณแม่ สมุนไพรเพิ่มน้ำนมสำหรับคุณแม่

10/06/2022

Jessie Mum 🍼 เริ่มต้นเพียง 180.- ผลิตภัณฑ์กระตุ้นน้ำนมยอดขายอันดับ 1 💯 รีวิวเพียบ💥ให้คำปรึกษาฟรี สนใจรับโปรลดราคาทักแชทได้เลยจ้าแม่💥

นมแม่ดีที่สุด🤍🤍
10/06/2022

นมแม่ดีที่สุด🤍🤍

เพราะน้ำนมแม่เปรียบเสมือนวัคซีนหยดแรกลูกน้อย
มีภูมิคุ้มกันโรคจำนวนมาก เหนือกว่านมชนิดใดๆ ในโลก

การที่ให้ลูกได้กินนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดจึงเป็นสิ่งจำเป็น และเด็กที่ทานนมแม่ จะมีสุขภาพแข็งแรงๆ กว่าเด็กนมผง อย่างชัดเจนเลยค่ะ

ประโยชน์ของเด็กที่ดื่มนมแม่
-ลดความเสี่ยงโรคหวัด
-โรคหูชั้นกลางอักเสบ
-โรคคิดเชื้อทางเดินอาหาร
-ป่วยน้อยกว่าเด็กทานนมผง 5-10 เท่า!!
-ไม่เสี่ยงแพ้นมวัว เป็นโรคหอบ
-ไม่เสี่ยงเป็นโรคอ้วน ซึ่งไตทำงานหนัก เพราะนมผงมีไขมันเยอะ
-บางอย่างที่นมผงมีแต่น้อย เช่น วิตามิน เกลือแร่
-บางอย่างควรมีแต่ไม่มี พวกสารช่วยการเติบโต
-บางอย่างไม่ควรมีกลับมี พวกสารเร่งผลิตน้ำนม
ที่คนฉีดให้วัว ทำให้เกิดสารตกค้าง

สำหรับเด็กที่ดื่มนมแม่ จะอุจจาระสีสวย เพราะมีธาตุเหล็ก ช่วยดูดซึมซับไปใช้งานในเม็ดเลือดขาว ส่วนธาตุเหล็กนมผงก็มี แต่ย่อยยากเกิดตกค้าง ทำให้ท้องผูก

นมแม่ยังช่วยให้ลูกสร้างแอนติบอดี (Antibody) มาต่อต้านอาการเจ็บป่วยทั่วไปอย่างไข้หวัด การติดเชื้อจากแบคทีเรีย ไปจนถึงการป้องกันการติดเชื้อไวรัสบางชนิด

นมแม่ยังช่วยลดการเกิดโรคภูมิแพ้ในเด็กได้ รวมไปถึงโรคร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคไหลตายในเด็กทารก (SIDS)

อีกทั้ง นมแม่ ช่วยลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว เพราะมีสารออกซิแตนมากกว่า 40 ชนิด สารออกซิแตนช่วยทำลายเซลมะเร็งได้ ซึ่งนมผงไม่มีค่ะ

องค์การอนามัยโลก (WHO) และยูนิเซฟ แนะนำว่าลูกควรได้กินนมแม่อย่างเดียว ตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 เดือน และควรกินต่อเนื่องไปจนลูกอายุ 2 ปี หรือนานกว่านั้น ควบคู่กับอาหารตามวัยที่เหมาะสม เนื่องจากนมแม่เป็นอาหารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูกด้วยองค์ประกอบด้านโภชนาการค่ะ

สุขภาพของลูกน้อยเป็นเรื่องสำคัญ! คุณแม่ต้องหมั่นเช็คสุขภาพของลูกเสมอนะคะโดยเฉพาะการหมั่นสังเกตอุจจาระของลูก บางครั้งลูกอ...
10/06/2022

สุขภาพของลูกน้อยเป็นเรื่องสำคัญ!
คุณแม่ต้องหมั่นเช็คสุขภาพของลูกเสมอนะคะ

โดยเฉพาะการหมั่นสังเกตอุจจาระของลูก บางครั้งลูกอาจจะมีอุจจาระสีดำ หรือสีอื่น ๆ นั่นเป็นตัวบอกถึงสุขภาพของลูกได้

สมมุติลูกวัย 2 เดือนถ่ายออกมาเยอะมาก มีเมือกๆ และสีเขียวๆ ปนออกมาด้วย แถมมีกลิ่นเหม็น ซึ่งปกติลูกทานนมแม่อย่างเดียว

อธิบายอย่างนี้ค่ะ ถ้าอาการลูกถ่ายเหลวมีมูก คือ อุจจาระของลูกน้อย มีลักษณะเหนียวใส คล้ายไข่ขาวดิบปนอยู่ในอุจจาระ ซึ่งในภาวะปกติ มูก คือ เมือกที่สร้างจากลำไส้ เพื่อหล่อลื่น หรือเคลือบอุจจาระให้นิ่ม ช่วยให้ขับถ่ายไม่ยาก แต่ต้องมีไม่มาก ไม่เหม็น ไม่มีเลือดปน และเมื่อตรวจอุจจาระก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ

ส่วนกรณีลูกถ่ายเหลวมีมูก มีเลือด มีฟอง มีกลิ่น หากผิดปกติ ให้สังเกตจะเกิดการอักเสบในลำไส้ ทำให้มีเม็ดเลือดขาวปนออกมา กับอุจจาระ มักพบว่ามีเลือดร่วมด้วยและมีกลิ่นเหม็น อาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย โปรโตซัว หรือ แพ้อาหาร

ซึ่งในกรณีที่เด็กกินนมแม่อย่างเดียว อาจเกิดจากการแพ้สารที่ผ่านมาทางนมแม่ แต่ที่พบบ่อย คือ แพ้โปรตีนในนมวัว รองลงมา คือ โปรตีนในนมถั่ว แป้งสาลี ไข่ และอาหารทะเล โดยการตรวจอุจจาระจะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยอาการได้ค่ะ

แต่ทั้งนี้ อาการลูกถ่ายเหลวมีมูก เป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจการขับถ่ายของลูกให้มากขึ้น เพราะหากระบบขับถ่ายของลูกมีปัญหาย่อม ส่งผลให้ลูกไม่สบายตัว และอาจร้องให้ งอแง จนอาจเจ็บป่วยรุนแรงได้ในที่สุด

น่าเป็นห่วงไม่ใช่น้อยค่ะ หากลูกมีอาการแพ้โปรตีนนมวัว เพราะในช่วงแรกๆ ยังไม่แสดงอาการใดๆ แต่พอดื่มไปได้สัก 1-2 สัปดาห์ถึง...
10/06/2022

น่าเป็นห่วงไม่ใช่น้อยค่ะ
หากลูกมีอาการแพ้โปรตีนนมวัว

เพราะในช่วงแรกๆ ยังไม่แสดงอาการใดๆ แต่พอดื่มไปได้สัก 1-2 สัปดาห์ถึงแสดงอาการค่ะ

แต่ถ้ามีอาการหลังดื่มทันที เช่น หน้าบวม ปากบวมแดง ลมพิษ อาเจียนมาก มีผื่นขึ้นตามตัว หรือถ่ายเป็นเลือดปนมูก ท้องเสียเรื้อรัง หายใจครืดคราดนานๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อทำการหาสาเหตุ

ดังนั้นจำเป็นต้องอาศัยการสังเกตอาการ เช่น…
-แพ้ผ่านทางผิวหนัง ผื่นลมพิษ ผื่นแดงคันตามตัว ลูบแล้วสาก คล้ายกระดาษทราย
-แพ้ผ่านทางระบบทางเดินหายใจ คัดจมูก น้ำมูกไหล คันจมูก คันตา น้ำตาไหล หายใจหอบเสียงดังวี๊ด
-แพ้ผ่านระบบทางเดินอาหาร อาเจียน ท้องผูก ท้องเสีย ท้องอืด ปวดท้องโคลิก

สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่มีนมวัวเป็นส่วนผสม ได้แก่ นมวัว ไขมันจากนมวัว นมข้นจืด และนมข้นหวาน , ชีสทุกชนิด, อาหารประเภทครีม เช่น วิปครีม , เครื่องดื่มผสมนมหรือไอศกรีม , เนย ไขมันเนย , โยเกิร์ต , คาราเมล , พุดดิ้ง , คัสตาร์ด , ช็อคโกแลต และ น้ำตาลแล็กโทส เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม อาการแพ้ของเด็กแต่ละคนอาจแสดงออกมาไม่เหมือนกันค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าในร่างกายของลูก ระบบไหนที่ไวต่อสารก่อภูมิแพ้ โดยเฉพาะเด็กคนไหนที่แพ้ง่าย และไม่จำเป็นที่พ่อแม่ต้องเป็นคนที่แพ้อาหาร อาจจะเป็นโรคภูมิแพ้อย่างอื่น เช่น ภูมิแพ้จมูกอักเสบ ผื่น แพ้ผิวหนังและหอบหืด

น้ำนมแม่เปรียบเสมือนวัคซีนหยดแรกเหมาะสำหรับเด็กที่ควรจะได้รับที่สุดเพราะมีภูมิคุ้มกันโรคจำนวนมาก ที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิ...
10/06/2022

น้ำนมแม่เปรียบเสมือนวัคซีนหยดแรก
เหมาะสำหรับเด็กที่ควรจะได้รับที่สุด

เพราะมีภูมิคุ้มกันโรคจำนวนมาก ที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย การได้กินนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ทำให้ทารกเติบโตได้สมบูรณ์แข็งแรง และน้ำนมแม่ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนก็ดีเสมอ ลูกน้อยควรได้รับนมแม่ครบทั้ง 2 ส่วน ทั้งส่วนหน้าและส่วนหลังค่ะ

-น้ำนมส่วนหน้า
น้ำเป็นสีขาวใสๆ มีน้ำเป็นองค์ประกอบมากถึง 80 % มีปริมาณไขมันต่ำกว่า แต่ก็มีแลคโตสที่ช่วยพัฒนาสมอง และระบบประสาทส่วนกลาง เป็นส่วนที่ทารกต้องการในการใช้เป็นพลังงานถึง 40% แลคโตสยังช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและธาตุเหล็ก

-น้ำนมส่วนหลัง
เป็นน้ำสีเหลืองข้น โปรตีนและไขมันสูง อุดมไปด้วย Omega ARA และคอเรสเตอรอลที่จะสร้างใยสมอง ซึ่งในนมผงไม่มีคอเลสเตอรอลชนิดนี้ และไม่สามารถเลียนแบบได้ ช่วยในการเพิ่มน้ำหนักตัวของลูก

ทั้งนี้ หากแม่ปั้มนมไม่เกลี้ยงเต้า การผลิตน้ำนมก็จะช้าลง และไม่ควรปล่อยให้น้ำนมค้างอยู่ในเต้านานเกินไป จะทำให้นมส่วนหลังขยับมาเป็นส่วนหน้ามากขึ้น ข้อดีคือ นมส่วนหน้าจะข้นมากขึ้น แต่สำคัญที่สุดคือ การให้ลูกดูดหรือปั๊มให้เกลี้ยงเต้า ก็จะเป็นผลดีกับการผลิตน้ำนมที่มากขึ้นไปด้วยเช่นกันค่ะ

จู่ๆ ลูกนอนหลับอยู่ก็มีอาการกระตุกขึ้นมา อาการแบบนี้..คุณพ่อคุณแม่ห้ามปล่อยผ่านนะคะโดยลักษณะอาการนี้ เรียกว่า Benign Sle...
10/06/2022

จู่ๆ ลูกนอนหลับอยู่ก็มีอาการกระตุกขึ้นมา
อาการแบบนี้..คุณพ่อคุณแม่ห้ามปล่อยผ่านนะคะ

โดยลักษณะอาการนี้ เรียกว่า Benign Sleep Myoclonus เป็นภาวะที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด มักพบได้บ่อยกับลูกน้อยที่อยู่ในวัยแรกเกิด -3 เดือน เดี๋ยวมาไขข้อสังสัยกันค่ะ ว่าอาการแบบนี้ปกติไหม? และเกิดจากอะไร?

*อาการลูกนอนกระตุกแบบปกติ มี 5 แบบ
1 แบบ Primitive reflex
เป็นอาการตอบสนองต่อการสั่งการของสมองส่วนกลาง พบได้ในเด็กเล็กที่มีพัฒนาการทางสมองยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ แต่จะหายได้เองเมื่อเริ่มโตขึ้น แต่อาการแบบนี้ก็ยังพบได้ไม่บ่อยเท่ากับอีก 4 แบบที่เหลือ

2 แบบ Moro reflex หรือ Startle reaction
เป็นอาการเมื่อลูกตกใจ เช่น มีเสียงดัง ลูกจะกระตุกเกร็ง แขน และขาเหยียดออก แล้วค่อยงอกลับทีหลัง นิ้วมือจะแบ กางออก สักพักก็จะเปลี่ยนเป็นกำมือแน่น พบมากในทารก แต่หากคุณพ่อคุณแม่พบอาการแบบนี้ในลูกวัย 6 เดือน ขึ้นไป แนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์ค่ะ

3 แบบ Tonic neck reflex or fencing posture
อาการในลักษณะนี้คือ เมื่อลูกหันศีรษะไปทางด้านไหน แขนด้านนั้นก็จะเหยียดตรง ในขณะที่แขนอีกข้างก็จะงอ ซึ่งถ้าพบว่าลูกมีอายุเกินกว่า 6 เดือนแล้ว ยังพบอาการนี้อยู่ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ค่ะ

4 แบบ Myoclonic jerk
อาการนี้ไม่มีอะไรที่ต้องกังวลค่ะ ลูกจะมีอาการบิดตัว 1-2 ครั้ง ในขณะที่ลูกหลับ ส่วนใหญ่แล้วอาการนี้มักเกิดขึ้นหลังจากที่ลูกน้อยได้ยินเสียงที่ดัง ซึ่งบางครั้งจะคล้าย ๆ กับอาการผวา

5 แบบ Jitteriness
เป็นอาการที่เกิดขึ้นเมื่อลูกน้อยร้องไห้ จะมีอาการคางสั่น ก็มีบ้างที่จะมีการกระตุกกลับไปกลับมาของแขน และขา แต่อาการนี้จะไม่ได้มีความผิดปกติของตา เช่น ตาค้าง และอาการจะหายไปได้หากจับลูกมาห่อตัว หรือกอดลูกไว้ โดยให้แขนงอไว้ที่อก และขาให้งอไว้ที่หน้าท้อง

*อาการลูกนอนกระตุกผิดปกติ
โดยมากมักเป็นความผิดปกติที่เกิดจากสมอง หรือระบบประสาท ซึ่งมีสาเหตุดังนี้

-ภายหลังการคลอด ถ้าสมองของลูกน้อยขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน เด็กจะมีปัญหาในเรื่องการเจริญเติบโต และพัฒนาการทางด้านร่างกายได้

-ลูกอาจได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ อาจมีเลือดคั่ง หรือมีเลือดออก ส่งผลให้เกิดความดันโลหิตสูงในกะโหลกได้ สาเหตุอาจเกิดจากการตกจากเตียง ศีรษะไปกระแทกกับพื้น หรือขอบเตียง

-ไม่สบาย มีไข้ ตัวร้อน ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นที่ประสาทส่วนกลาง พบได้มากในเด็กที่มีอายุระหว่าง 3 เดือน – 5 ขวบ และจะพบอาการร่วมอื่น ๆ เช่น ไข้สูง ในระยะแรก

-เกิดการติดเชื้อที่สมอง และไขสันหลัง ซึ่งอาการกระตุกที่เกิดจากสาเหตุนี้ คือ จะมีการกระตุกเรื้อรังของทั้งแขน และขา

-มีความผิดปกติของคลื่นสมอง ที่เรียกกันว่า โรคลมชัก

เมื่อคุณแม่มีความจำเป็นที่ต้องอยู่ห่างไกลจากลูกน้อย ทำให้เกิดปัญหาว่า จะสามารถเก็บน้ำนมและส่งให้ลูกดื่มได้อย่างไร ถึงแม้...
10/06/2022

เมื่อคุณแม่มีความจำเป็นที่ต้องอยู่ห่างไกลจากลูกน้อย ทำให้เกิดปัญหาว่า จะสามารถเก็บน้ำนมและส่งให้ลูกดื่มได้อย่างไร

ถึงแม้ปัจจุบันเราจะสามารถส่งนมแม่แช่แข็งให้ได้ แต่จะดูแลและส่งน้ำนมอย่างไร เพื่อไม่ให้คุณประโยชน์ต่างๆ จากน้ำนมยังคงอยู่ครบ ไม่ให้คุณค่าลดลงและหมดไปค่ะ

3 เทคนิคเลือกแพ็คนมเดินทาง

วิธีแรก แพ็คด้วยน้ำแข็งแห้ง (สามารถใช้ร่วมกับนสพ.ก็ได้ เป็น double action)
1. รองก้นและรอบๆ กล่องโฟมด้วยหนังสือพิมพ์พับหลายๆ ทบ
2. เอาถุงนมแม่ซึ่งแช่แข็งไว้เรียบร้อยแล้วใส่ถุงใบใหญ่ มัดปากถุงเพื่อความสะอาดใส่ลงกล่องโฟมให้แน่นถ้าสต็อคไม่พอเต็มกล่องให้ยัดนสพ.ให้เต็ม
3. ใส่น้ำแข็งแห้งที่ห่อด้วยกระดาษ (จะได้ใช้มือเปล่าหยิบจับได้) ยัดรอบๆ และบนสต๊อกนม
4. ก่อนปิดกล่อง ทบด้วยนสพ.อีกหน่อย ปิดกล่องให้แน่นแปะเทปกาวให้รอบ ไอที่ระเหิดจากน้ำแข็งแห้งจะได้อยู่ในกล่องโฟมน้ำแข็งแห้งเมื่อระเหิดถ้ากักอยู่ในกล่องที่ปิดแน่นจะไม่เป็นอันตราย จะกลายเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ในนั้นค่ะ

วิธีที่สอง แพ็คแบบเปียก
1. เตรียมน้ำแข็งทุบและเกลือ 1 ขวด ผสมให้เข้ากัน
2. เอาถุงนมแม่ซึ่งแช่แข็งไว้เรียบร้อยแล้วใส่ถุงใบใหญ่ มัดปากถุงเพื่อความสะอาด แล้วใส่ลงกล่องโฟม
3. เทน้ำแข็งผสมเกลือ ให้รอบๆ สต๊อกนมแม่ที่บรรจุในถุงใหญ่แล้ว
4. ก่อนปิดกล่องโปะด้วยน้ำแข็งบนสต๊อก ปิดกล่องให้แน่นแปะเทปกาวให้รอบค่ะ

วิธีที่สาม แพ็คแบบแห้ง รักษาอุณหภูมิได้ดีพอสมควร 4-5 ชม.เปิดมายังเป็นน้ำแข็งไม่ละลาย
1. รองก้นและรอบๆ กล่องโฟมด้านในด้วยหนังสือพิมพ์พับหลายๆ ทบ (นสพ.จะช่วยรักษาอุณหภูมิให้เย็น)
2. เอาถุงนมแม่ซึ่งแช่แข็งไว้เรียบร้อยแล้วใส่ถุงใบใหญ่ มัดปากถุงเพื่อความสะอาดใส่ลงกล่องโฟมให้แน่น ถ้าสต๊อกไม่พอเต็มกล่องให้ยัดนสพ.ให้เต็ม
3. ก่อนปิดกล่องทบด้วยนสพ.อีกหน่อย ปิดกล่องให้แน่นแปะเทปกาวให้รอบอีกครั้ง

สำหรับทั้ง 3 วิธี ตอนแพ็คต้องเร็วเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ถ้าแพ็คเสร็จแล้วยังไม่ถึงที่หมายก็ไม่ควรเปิดกล่อง แต่ถ้าเปิดกล่องปุ๊บให้รีบเอาเข้าตู้เย็นทันทีค่ะ

ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากนะคะ ไม่ควรให้ลูกน้อยนอนราบ และหนุนขวดนมด้วยผ้าหรือวัสดุอื่น รวมถึงปล่อยลูกไว้ตามลำพังเด็ดขาด โด...
10/06/2022

ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากนะคะ
ไม่ควรให้ลูกน้อยนอนราบ และหนุนขวดนมด้วยผ้าหรือวัสดุอื่น รวมถึงปล่อยลูกไว้ตามลำพังเด็ดขาด

โดยวิธีที่ถูกต้อง คือ...
-ควรอุ้มทารกให้กระชับในท่านั่งศีรษะ 45 องศา
-ขวดนมตั้งฉากกับใบหน้า เอียงขวดนมเล็กน้อย

หากคุณแม่ได้ปฎิบัติอย่างถูกต้องแล้ว ลูกจะมีการสบตา มีปฎิสัมพันธ์กับพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูระหว่างป้อนนม ยังทำให้น้ำนมไหลเข้าสู่คอและทางเดินอาหารโดยตรง ทำให้ลูกไม่สำลักด้วยค่ะ

แต่ถ้าลูกได้รับนมแม่ ในช่วง 45 วันแรกเกิด ควรหลีกเลี่ยงการป้อนนมด้วยขวด เพื่อป้องกันปัญหาลูกสับสนหัวนม เนื่องจากการดูดเต้าแตกต่างจากการดูดขวดค่ะ

คุณแม่มือใหม่ อย่าเพิ่งวิตกกังวลและกลัวจนเกินไปค่ะ หากอยู่ดีๆ ลูกมีอาการนอนร้องเสียงเป็นแพะ เป็นแกะ บิดตัวไปบิดตัวมา  แล...
10/06/2022

คุณแม่มือใหม่ อย่าเพิ่งวิตกกังวลและกลัวจนเกินไปค่ะ หากอยู่ดีๆ ลูกมีอาการนอนร้องเสียงเป็นแพะ เป็นแกะ บิดตัวไปบิดตัวมา และมีอาการอาเจียนบ่อย ก็อย่าเพิ่งตกใจจนสติแตกนะคะ

เพราะเด็กที่มีอาการ Overfeeding คือเกิดจากเด็กดื่มนมมากเกินไป หรือกินจนล้นกระเพาะ จนระบบย่อยอาหารไม่สามารถย่อยนมที่ดื่มเข้าไปได้อย่างสมบูรณ์ ก็ส่งผลให้เด็กรู้สึกไม่สบายท้องและแหวะนมออกมานั่นเอง

อาการ Overfeeding
•บิดตัวเยอะ เอี้ยวตัว เหยียดแขนเหยียดขา
• ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด มีเสียงครีดคราดในคอ คล้ายมีเสมหะในคอ เสียงดังกล่าวเกิดจากนมที่ดื่มเข้าไปล้นขึ้นมาที่คอหอยแล้ว ทำให้ลูกมีท่าทางคล้ายจะอาเจียน แต่ไม่อาเจียนออกมา
• ท้องโป่งตึง หรือ พุงกางเป็นทรงน้ำเต้าตลอดเวลา
• ร้องกวน ร้องบ่อย ไม่สุขสบาย
• สำรอกนม แหวะนม ทางปาก และจมูก

ทั้งนี้ อาการดังกล่าว..ยังเกิดขึ้นได้ทั้งในเด็กที่ดื่มนมจากเต้าและดื่มนมจากขวดนม ซึ่งคุณแม่สามารถสังเกตเจ้าตัวน้อยได้จากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นดังนี้ค่ะ
• 0-3 เดือน น้ำหนักควรเพิ่มขึ้น 600-900 กรัม/เดือน
• 4-6 เดือน น้ำหนักควรเพิ่มขึ้น 450-600 กรัม/เดือน
• 7-12 เดือน น้ำหนักควรเพิ่มขึ้น 300 กรัม/เดือน

หากเจ้าตัวน้อยของคุณแม่น้ำหนักเพิ่มมากกว่า 35 กรัมต่อวัน หรือ เกิน 1 กก./เดือน แสดงว่าถูก Overfeeding เค้าจะอึดอัด ปวดท้อง โยเย ร้องไห้กวน แต่ไม่ใช่เพราะหิว ถ้าคุณแม่ยังให้ลูกกินนมอีก เค้าก็จะอาเจียนออกมา เพราะว่านมมันล้นกระเพาะของเค้าแล้ว

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสุขภาพของแม่ก็เป็นอีกปัจจัยค่ะ ที่ทำให้ลูกน้อยเกิดอาการ Overfeeding เช่น คุณแม่มีภาวะซึมเศร้าหลังคลอด อาจขี้หลงขี้ลืมบ่อย และยังย้ำคิดย้ำทำ เพราะพยายามใช้การป้อนนมเพื่อให้ลูกหยุดร้องไห้ เมื่อไม่สามารถรับมือกับลูกน้อยที่ร้องงอแงได้ค่ะ

ชั่วโมงแรกหลังคลอดของลูกน้อย ถือเป็นช่วงเวลาที่มหัศจรรย์ที่สุด!เพราะเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างตัวคุณแม่และลูกน้อย ไม...
10/06/2022

ชั่วโมงแรกหลังคลอดของลูกน้อย
ถือเป็นช่วงเวลาที่มหัศจรรย์ที่สุด!

เพราะเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างตัวคุณแม่และลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็นการคลอดเองหรือผ่าคลอด เดี๋ยวมาดูว่า ความพิเศษชั่วโมงแรกหลังคลอดมีอะไรบ้างนะ

1 ลูกดูดนมแม่ได้ทันที
การให้ลูกดูดนมคุณแม่ทันทีนั้น จะทำให้ร่างกายของคุณแม่ขับรกออกมาได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดความเสี่ยงจากการตกเลือดหลังคลอดได้

2 ควบคุมระบบต่างๆ ในร่างกายได้
เด็กทารกที่ถูกวางบนร่างกายของคุณแม่ทันที ร่างกายของลูกจะสามารถควบคุมอุณหภูมิและการหายใจได้ดีกว่า และการให้ผิวลูกสัมผัสกับผิวคุณแม่ ยังช่วยลดความเสี่ยงในการมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำได้ด้วย

3 ประโยชน์การชะลอตัดสายสะดือ
การไม่ตัดสายสะดือทันทีนั้น ร่างกายของลูกจะค่อยๆ ปรับมาเป็นการหายใจทางปอด ลูกจะมีโอกาสได้รับเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มากขึ้น ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคโลหิตจาง และการขาดธาตุเหล็ก

4 ประโยชน์ความผูกพันแม่และลูก
การวางลูกไว้บนตัวของแม่นั้น ลูกจะรู้สึกมั่นใจและสบายตัว ฮอร์โมนออกซิโทซินจะเพิ่มมากขึ้นในสมองของคุณแม่ระหว่างที่ตั้งครรภ์ และเมื่อลูกคลอดออกมาฮอร์โมนนี้ ก็จะทำหน้าที่ด้วยการแสดงออกถึงพฤติกรรมต่างๆ ของคุณแม่ อย่างเช่น การกอด การจูบ พูดเรื่องในด้านบวก

5 ช่วยให้การให้นมแม่สำเร็จ
เพราะการให้ลูกดูดนมทันทีหลังจากที่คลอดออกมา จะทำให้ลูกเรียนรู้เรื่องการดูดนมแม่ได้เร็วกว่า และช่วยให้มีแนวโน้มการให้นมแม่เป็นอย่างน้อย 6 เดือน

6 การแยกจากคุณแม่
เด็กทารกเกิดมาพร้อมกับการที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับคุณแม่ทันทีหลังการคลอด แต่เมื่อลูกโดนจับแยกจากคุณแม่ เจ้าตัวเล็กจะทำการประท้วง ส่งเสียงดัง เพื่อดึงความสนใจของคุณแม่ ให้คุณแม่มาโอบกอดและสัมผัสตัว และเมื่อการร้องไห้ไม่เป็นผล เด็กๆ จะเข้าสู่ช่วงสิ้นหวัง ยอมแพ้ ลูกจะเงียบและสงบไปเอง

7 เพิ่มภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ
ระหว่างที่อยู่ในครรภ์ ลูกจะเรียนรู้ว่าแบคทีเรียอันไหนดีหรืออันไหนที่ไม่ดีต่อร่างกาย มีงานวิจัยที่บอกว่าหากทารกแรกเกิดไม่ได้รับแบคทีเรียที่ดีจากคุณแม่ ระบบภูมิคุ้มกันของเขาก็จะไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ การให้นมแม่ก็เป็นการช่วยเพิ่มแบคทีเรียที่ดีให้กับลูกได้ดีที่สุด

คุณแม่ที่เจอปัญหาลูกติดจุก ไม่ยอมเข้าเต้า ทำยังไง ลูกก็ติดจุกงอมแงม ไม่กลับมาดูดเต้าเลย โดยปกติลูกน้อยต้องฝึกฝนทักษะการด...
10/06/2022

คุณแม่ที่เจอปัญหาลูกติดจุก ไม่ยอมเข้าเต้า
ทำยังไง ลูกก็ติดจุกงอมแงม ไม่กลับมาดูดเต้าเลย

โดยปกติลูกน้อยต้องฝึกฝนทักษะการดูดกินนมจากเต้าแม่ในช่วง 1 เดือนแรกก่อนค่ะ และไม่ควรให้กินนมจากจุกนมยางในช่วงอายุน้อยกว่า 1 เดือน รวมถึงจุกนมหลอกด้วยค่ะ

วิธีป้องกันลูกติดจุก
-งดขวด จุกนมยาง จุกนมหลอก (ต้องใจแข็งค่ะ)
-ป้อนนมลูกด้วยวิธีอื่น (แก้ว/ ช้อน/ หลอด)
-อุ้มลูกบ่อยๆ ให้ลูกเคยชิน กับไออุ่นจากอกแม่
-ให้ลูกกินนมจากอกเมื่อลูกอารมณ์ดี ไม่หงุดหงิด อย่ารอให้ลูกหิวจัด
-เช็กดูว่า ลูกกินนมถูกวิธีหรือไม่ อ้าปากกว้างก่อนงับ และอมถึงลานนมหรือไม่
-ปั๊มนมหรือกระตุ้นให้น้ำนมพุ่งก่อนให้ลูกดูด เด็กที่ติดจุกจะพอใจเมื่อดูดปุ๊บ น้ำนมไหลปั๊บ จะยอมรับเต้านมแม่ง่ายขึ้น
-ใช้ดรอปเปอร์ หรือไซริงค์ หยอดน้ำนมที่มุมปากของลูกทันที เมื่อลูกเข้าเต้า ก่อนที่ลูกจะหงุดหงิดไม่ยอมรับเต้าแม่

อย่างไรก็ตาม อย่าเริ่มให้ลูกกินนมจากขวดเร็วเกินไป ให้ใช้แก้ว ช้อน หรือหลอดป้อน จะสามารถป้องกันมิให้ลูกเกิดความสับสนระหว่างนมแม่และจุกนมยางได้ค่ะ

ความสุขเล็กๆ ของคนเป็นแม่ คือ.. การที่ได้ให้ลูกกินนมแม่ยิ่งปั๊ม ยิ่งให้ลูกดูด นมแม่ยิ่งมา อย่าเพิ่งท้อ ออกไม่ออก ปั๊มไปก...
10/06/2022

ความสุขเล็กๆ ของคนเป็นแม่ คือ..
การที่ได้ให้ลูกกินนมแม่

ยิ่งปั๊ม ยิ่งให้ลูกดูด นมแม่ยิ่งมา อย่าเพิ่งท้อ ออกไม่ออก ปั๊มไปก่อนค่ะ

สำหรับเทคนิคขโมยปั๊ม แม่เย อธิบายังงี้ค่ะ
คือ หลังที่ลูกเข้าเต้าไปแล้ว คุณแม่ก็เอาเครื่องมาปั๊มนมออกต่อสัก 10 นาที หลังจากเข้าเต้า เราจะได้นมมาประมาณหนึ่ง

แต่อาจไม่เยอะมาก อาจจะ 1-2 ออนซ์
เอาเก็บใส่ขวดเก็บน้ำนมแล้ว แช่เก็บตู้เย็นไว้ค่ะ

พอผ่านไปสัก 2-3 ชั่วโมง ลูกอาจจะตื่นแล้ว ก็ให้ลูกเข้าเต้าต่อ และปั๊มต่ออีกสัก 10 นาทีเลยค่ะ แล้วเราก็เอานมที่ได้มาผสมกัน

โดยแต่ละรอบอาจจะได้ครั้ง 1 ออนซ์ หรือ 2 ออนซ์
มารวมกับที่เราทำปั๊มอีกสักครั้งหนึ่ง ก็เป็นการสต๊อกนมได้แล้วค่ะ

เห็นมั้ยคะ ไม่ยากเลย แม่ๆ ลองจำวิธีนี้ไปใช้กันนะคะ
แต่แม่ ๆ ที่จะใช้เทคนิคขโมยปั๊ม ก็ระวังเรื่องกรวยนิดนึงค่ะ

เพราะทุกครั้งที่เราปั๊มจะต้องเป็นกรวยใหม่ ที่ผ่านการสเตอร์ไรท์แล้ว อบแล้ว ยิ่งถ้าเอากรวยไปแช่ตู้เย็น อาจจะมีแบคทีเรียปนเปื้อนมา ก็จะไม่คุ้มที่ลูกจะไม่สบายไปด้วย

ฉะนั้น แม้จะปั๊มแค่สัก 10 นาที แม่ๆ ก็ทำความสะอาดเลยค่ะ เหนื่อยหน่อย แต่เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยคะ

ที่อยู่

Samut Prakan
10540

เบอร์โทรศัพท์

+66628628892

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Jessie Mum By mommykidshop อาหารเสริมสมุนไพรกระตุ้นน้ำนมสำหรับคุณแม่ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์