10/01/2024
"ไข...ข้อข้องใจ...เรื่องไหมจุลกับไหมบ้าน”
มีลูกค้าหลายท่าน...สอบถามเข้ามาว่า
"ไหมจุล" และ "ไหมบ้าน" ต่างกันตรงไหน ?
อืมมมม..นั่นซินะคะ
มา...วันนี้เรามาไขข้อข้องใจกันพอสังเขป
(เอาแบบย่อๆ พอเข้าใจง่ายๆนะคะ)
ท่านใดที่เข้าใจอยู่แล้ว ผ่านโพสต์นี้ไปได้เลยค่ะ
เพราะถือว่าเอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ 555
"ไหมบ้าน"
คือเส้นไหมที่ได้จากการสาวไหมที่ชาวบ้านเลี้ยงเอง ซึ่งจะเป็นหม่อนไหมพันธฺุ์ไทย หรือเรียกกันว่าพันธุ์พื้นเมือง รังไหมที่ได้จะมีขนาดเล็ก รังสีเหลือง บางทีเขาจึงเรียกกันว่า "ไหมรังเหลือง" และเนื่องจากรังมีขนาดเล็ก เวลาสาวไหมจึงได้เส้นไหมที่มีความยาวประมาณ 300-350 เมตร เมื่อนำมาทอผ้า จึงมีรอยต่อเส้นไหมเยอะ เกิดเป็นปุ่มปมปรากฏให้เห็น และเนื่องจากการสาวมือทำให้เส้นไหมที่ได้อาจไม่สม่ำเสมอเหมือนการควบคุมด้วยเครื่อง เมื่อนำไปย้อมสีส่วนที่หนากว่าจะดูดซึมสีได้มากกว่า ทำให้ดูสีไม่เสมอ แต่ก็เป็นเอกลักษณ์ว่านี่คือ "งานมือ" เป็นศิลป์บนผืนผ้าที่ควรค่าต่อการสืบสานให้คงอยู่ (ในวีดีโอ คือการสาวไหมบ้านที่นำมาทอผ้าไหมค่ะ)
ข้อดีของไหมบ้าน คือมีเสน่ห์ในความเป็น "งานมือ" ยิ่งใช้เนื้อยิ่งนุ่ม รีดง่ายเพราะเส้นใยมีความยืดหยุ่นดีมาก
"ไหมจุล"
คือเส้นไหมที่ได้จากไหมพันธุ์ลูกผสม ซึ่งทำการสาวไหมด้วยเครื่องจักรจากโรงงานจุลไหมไทย จึงนิยมเรียกกันสั้นๆว่า "ไหมจุล" เป็นไหมแท้แต่เป็นพันธุ์ลูกผสมซึ่งมีขนาดรังใหญ่และมีรังสีขาว บางทีจึงเรียกกันว่า "ไหมรังขาว" ...ด้วยความที่มีขนาดรังใหญ่ เส้นไหมที่สาวได้จึงมีความยาวประมาณ 1200 เมตร เมื่อนำมาทอผ้าก็จะมีรอยต่อน้อย ไม่ค่อยมีปุ่มปม อีกทั้งการสาวด้วยเครื่องทำให้ควบคุมขนาดของเส้นไหมได้ใกล้เคียงกัน ผ้าที่ทอจึงมีความเรียบเนียน สำหรับท่านที่ชอบความเนียบ ไหมจุลจึงตอบโจทย์ได้ดี ... แต่ผ้าที่ได้ก็จะเบาและบางกว่าไหมบ้าน อาจยับง่ายกว่าและคืนรูปยากกว่า แต่ถ้าอาบน้ำยาก็ช่วยแก้ปัญหานี้ได้
เบื้องต้น...ไหมจุลและไหมบ้านก็จะต่างกันประมาณนี้
อยู่ที่ว่าเราซึ่งเป็นผู้บริโภคจะเลือกซื้อ เลือกใช้แบบไหน ให้ถูกใจและเป็นไปตามรสนิยม ตัดสินใจตามหัวใจเรียกร้องได้เลยค่ะ
เครดิต : เพจ ลายซิ่น ถิ่นแห่งผ้า