Wasittee วาสิฏฐี

Wasittee วาสิฏฐี ผ้าไทย เสื้อผ้าไทยสำเร็จรูป เครื่อ? สินค้าราคาย่อมเยา แฟนเพจนี้มีผู้ดูแลระบบสองท่าน เดี๋ยวจะแปลกใจกันว่าผู้ชายหรือผู้หญิง

สินค้ามาใหม่ครับทุกท่าน ^_^
29/09/2014

สินค้ามาใหม่ครับทุกท่าน ^_^

สวัสดีวันพระครับทุกท่าน ^_^เมื่อวานแอดมินมีโอกาสเดินทางไปยังตัวจังหวัดสุรินทร์กับท่านผู้ใหญ่หลายท่าน เพื่อเลือกซื้อสินค้...
08/09/2014

สวัสดีวันพระครับทุกท่าน ^_^

เมื่อวานแอดมินมีโอกาสเดินทางไปยังตัวจังหวัดสุรินทร์กับท่านผู้ใหญ่
หลายท่าน เพื่อเลือกซื้อสินค้าที่หมู่บ้านทอผ้าไหมบ้านท่าสว่าง ชุมชนแห่งนี้มีการทอผ้าไหมมาตั้งแต่โบราณมาแล้ว อีกทั้งมีโอกาสเข้าชมสถานที่ทอผ้าไหมยกทอง บอกได้คำเดียวว่าอาจหาชมได้ยาก สถานที่ทอผ้าไหมยกทองนี้เป็นสถานที่ส่วนบุคคลเช่นเดียวกับสถานที่ทอผ้าบ้านคำปุ่น จังหวัดอุบลราชธานี ของเรา แต่มีมนต์ขลังของสิ่งปลูกสร้างมากกว่า เพราะไม้ที่สร้างนั้นดูแล้วอายุอานามคงมากกว่าอายุผมแน่แท้ เมื่อผมย่างก้าวพ้นประตูต้องตะลึงว่าเหตุใดไม้เก่าเช่นนี้จึงมาปรากฏที่นี่ พอสอบถามผู้ดูแลจึงได้ความว่าสถานที่แห่งนี้เจ้าของคือท่านอาจารย์วีระธรรม ตระกูลเงินไทย ผมพยามสอบถามจากผู้ดูแลแต่ไม่ได้รายละเอียดมากนัก จึงขออนุญาตหมายเลขติดต่อท่านอาจารย์วีระธรรม ตระกูลเงินไทย เพื่อเรียนถามให้ไขข้อข้องใจว่าสถานที่นี้เก่าแก่และมีมนต์ขลังเช่นนี้มีความเป็นมาอย่างไร ท่านอาจารย์เล่าว่าอาจารย์ได้ตั้งโรงทอผ้าไหมยกทองนี้มาร่วม ๒๐ ปีแล้ว ส่วนบ้านหลังด้านหน้าที่ใกล้ประตูทางเข้านั้นเป็นของคุณยายท่าน มีอายุร่วม ๑๐๐ ปี ส่วนบ้านที่อยู่ด้านหลังเป็นของเพื่อนท่านที่กรุงเทพมหานครท่านให้มา เพราะเพื่อนท่านไม่มีสถานที่จะปลูกสร้างหลังนั้นอายุช่วงต้น
กรุงรัตนโกสินทร์ อายุร่วม ๒๐๐ ปี

สำหรับผ้าไหมยกทองนั้น หากจะซื้อก็ต้องรอหน่อย เพราะมีลูกค้า
สั่งจองล่วงหน้าระดับมหาเศรษฐีทั้งนั้น ส่วนมากแล้วจะนำไปเก็บสะสม ท่านเปรยๆว่ามีผ้าไหมที่กำลังทอเรียกว่าลายราชวัตร เป็นภาพลายย่อมุมไม้สิบสองผู้เป็นเจ้าของสั่งจองคือคุณฟอร์ดเจ้าของนิตยสารโวค ผืนนี้ราคาร่วมแสนบาท ส่วนอีกผืนเป็นลายครุฑยุดาค(ครุฑเอาเท้าหิ้วนาค) ไม่ได้เปรยว่าของผู้ใด แต่ราคาไม่ใช่ย่อยอยู่ที่หลักสองแสนบาท นับเป็นบุญตาจริงๆที่ได้มาเยือนที่นี่ บอกได้คำเดียวว่าการท่องเที่ยวในครั้งนี้วิเศษสุดๆ จึงอดที่จะไม่พลาดเก็บภาพกลับมา ให้ทุกท่านชมไม่ได้เชียวครับ ^_^

อรุณสวัสดิ์ยามเช้าวันศุกร์ครับทุกท่าน ^_^วันนี้เฮงๆ แต่เช้าเชียวนะเรา เพราะลูกค้าที่จองแหวนเพชรเทียมสองวงเมื่อวันก่อน มา...
05/09/2014

อรุณสวัสดิ์ยามเช้าวันศุกร์ครับทุกท่าน ^_^
วันนี้เฮงๆ แต่เช้าเชียวนะเรา เพราะลูกค้าที่จองแหวนเพชรเทียมสองวง
เมื่อวันก่อน มาชำระเงินและรับสินค้าไปพร้อม แถมยังชวนลูกค้ามาใหม่อีกท่าน เช้านี้จึงได้จำหน่ายแหวนเพชรไปทั้งหมดสามวงครับทุกท่าน ^_^

อรุณสวัสดิ์ยามเช้าวันพระครับทุกท่าน อย่าลืมหาโอกาสไปทำบุญกันนะครับทุกท่าน ขอให้มีความสุขมากๆ ครับทุกท่าน ^_^
24/08/2014

อรุณสวัสดิ์ยามเช้าวันพระครับทุกท่าน อย่าลืมหาโอกาสไปทำบุญกันนะครับทุกท่าน ขอให้มีความสุขมากๆ ครับทุกท่าน ^_^

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ^_^อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระช...
10/08/2014

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ^_^

อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ พระชนมพรรษา ครบ ๘๒ พรรษา หรือที่เรียกกันว่า
วันแม่แห่งชาติ กันแล้วนะครับทุกท่าน ก่อนอื่นขออนุญาตนำพระราชประวัติ
ของพระองค์ท่านมาให้ทราบพ่อสังเขป ดังนี้

จอมพลหญิง จอมพลเรือหญิง จอมพลอากาศหญิง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (พระนามเดิม: หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร;
ประสูติ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๕) เป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถ
ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เนื่องจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เป็นผู้สำเร็จราชการแทน
พระองค์ขณะที่พระราชสวามีเสด็จออกผนวช ระหว่างวันที่ ๒๒ ตุลาคม ถึง ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๙ พระองค์จึงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคมปีเดียวกันนั้น
ถือเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถพระองค์ที่สองของกรุงรัตนโกสินทร์ต่อจาก
สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ ๕ (ภายหลัง
คือ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง)

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นพระธิดาพระองค์ใหญ่
ของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร (ภายหลังเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านักขัตรมงคล กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ) ประสูติแต่หม่อมหลวงบัว กิติยากร
(สกุลเดิม สนิทวงศ์) เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ ณ บ้านของพลเอก เจ้าพระยาวงษานุประพัทธ (หม่อมราชวงศ์สท้าน สนิทวงศ์) บ้านเลขที่ ๑๘๐๘ ถนนพระรามที่ ๖ ตำบลวังใหม่ อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร
อันเป็นบ้านของพระอัยกาฝ่ายพระมารดา มีพระพี่น้องคือ หม่อมราชวงศ์
กัลยาณกิติ์, หม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ และหม่อมราชวงศ์บุษบา กิติยากร

สำหรับพระนาม "สิริกิติ์" ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้า
เจ้าอยู่หัว มีความหมายว่า "ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากร เรียกโดยลำลองว่า
"คุณหญิงสิริ" ส่วนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเรียกว่า "แม่สิริ"

เมื่อหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์มีอายุราว ๒ ปี ขณะที่พี่เลี้ยงอุ้มอยู่นั้นก็มี
แขกเลี้ยงวัวเข้ามาทำนายทายทัก ว่าเด็กผู้หญิงคนนี้จะมีบุญวาสนา
ได้เป็นราชินีในอนาคต ดังที่ท่านผู้หญิงเกนหลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
ได้เล่าไว้ ความว่า

" ...วันหนึ่งขณะที่พี่เลี้ยงอุ้ม ม.ร.ว.สิริกิติ์ เดินเล่น พอดีขณะนั้นมีแขกเลี้ยงวัว
ซึ่งเป็นเพื่อนของแขกยามประจำบ้านมาหากัน พอแขกที่มาเหลือบเห็น
ม.ร.ว.สิริกิติ์ ก็จ้องมองพร้อมทั้งกวักมือเรียกพี่เลี้ยงขอให้เห็นใกล้ ๆ หน่อย
เมื่อเข้ามาใกล้มองดูสักครู่ก็พูดว่า "ต่อไปจะเป็นมหารานี" พี่เลี้ยงได้ฟังก็ชอบใจเที่ยวเล่าให้คุณยายและใครต่อใครฟัง ถึงไม่เชื่อแต่ก็ปลื้มใจ ต่อมาเมื่อ
ม.ร.ว.สิริกิติ์ เจริญวัยขึ้น เลยเป็นเหตุให้คุณพี่ชายทั้งสองคนเอามาล้อเลียน
เป็นที่ขบขันว่าเป็นราชินีแห่งอบิสซีเนีย [เอธิโอเปียในปัจจุบัน] บางครั้งถึงกับ
ทำให้ผู้ถูกล้อต้องนั่งร้องไห้ด้วยความอายและเจ็บใจ แต่พี่ชายทั้งสอง
ก็ยังไม่หยุดล้อ กลับเอาเศษผ้าขาด ๆ มาทำเป็นธงโบกอยู่ไปมา
พร้อมทั้งบอกว่าเป็นธงประจำตัวของราชินี..."

การศึกษา

พ.ศ. ๒๔๗๕ เมื่อหม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ ทรงมีอายุได้ ๔ ชันษา
ก็ได้เข้ารับการศึกษาครั้งแรกในชั้นอนุบาลที่โรงเรียนราชินี ทว่าในขณะนั้น
แม้เหตุการณ์ด้านการเมืองภายในประเทศไทยจะสงบลง แต่สถานการณ์
ระหว่างประเทศก็ไม่สงบ กล่าวคือ สงครามมหาเอเชียบูรพาเริ่มแผ่ขยาย
มาถึงประเทศไทย กรุงเทพมหานครถูกโจมตีทางอากาศหลายครั้ง
จนการคมนาคมไม่สะดวก พระบิดาจึงให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ย้ายไปเรียน
ที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ เพราะอยู่ใกล้วังพระบิดา
ได้เรียนที่นั่นตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ จนถึงชั้นมัธยมศึกษา
หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ได้เริ่มเรียนเปียโน] ซึ่งเรียนได้ดีและเร็วเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังได้ศึกษาภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสด้วย

พ.ศ. ๒๔๘๙ ครั้นเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสงบลง หม่อมเจ้านักขัตรมงคล
ต้องเสด็จไปดำรงตำแหน่งอัครราชทูตผู้มีอำนาจเต็มประจำสำนักเซนต์เจมส์ ประเทศอังกฤษ ทั้งนี้โดยได้ทรงพาครอบครัวทั้งหมดไปอยู่ด้วย ในเวลานั้น
หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ มีอายุได้ ๑๓ ปีเศษ และเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ แล้ว ขณะที่อยู่ในประเทศอังกฤษ หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ได้ศึกษาต่อ
ทั้งวิชาภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส และวิชาเปียโนกับครูพิเศษ หลังจากนั้น
ไม่นาน พระบิดาย้ายไปเดนมาร์กและฝรั่งเศส ตามลำดับ ขณะที่หม่อม
ราชวงศ์สิริกิติ์ก็ยังคงเรียนเปียโนและตั้งใจจะศึกษาต่อในวิทยาลัยการดนตรี
ที่มีชื่อเสียงของกรุงปารีส

ระหว่างที่อยู่ในประเทศฝรั่งเศส หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ได้มีโอกาสรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (ขณะนั้นทรงศึกษาต่อ
ที่สวิตเซอร์แลนด์หลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์) ซึ่งพระองค์เสด็จประพาส
กรุงปารีสเพื่อทอดพระเนตรโรงงานทำรถยนต์ ทั้งนี้เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โปรดการดนตรีเป็นพิเศษ ขณะที่หม่อมราชวงศ์หญิง
สิริกิติ์ก็สนใจศิลปะเช่นกัน ทำให้เกิดความสัมพันธ์ขึ้น

อภิเษกสมรส

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ในพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส วันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๑ พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ทรงเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งโดยมีหม่อมหลวงบัวและ
หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ เข้าเฝ้าฯ เยี่ยมพระอาการเป็นประจำ และในช่วงระยะเวลาที่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์อยู่เฝ้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่สวิตเซอร์แลนด์นั้น สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ (พระนามในเวลานั้น)
ได้ทรงรับเป็นธุระจัดการให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เข้าศึกษาในโรงเรียน
Pensionnat Riante Rive ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งของโลซาน
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหาย
จากอาการประชวรแล้ว ก็ได้ทรงหมั้นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เป็นการภายใน
เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๒

หลังจากทรงหมั้นแล้ว หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ยังคงศึกษาต่อ กระทั่ง พ.ศ. ๒๔๙๓ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินนิวัตพระนคร
เพื่อร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
อานันทมหิดล พระองค์ท่านโปรดฯ ให้หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ตามเสด็จพระราชดำเนินกลับด้วย

เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ
ให้จัดการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสขึ้น ณ วังสระปทุม โดยมีสมเด็จ
พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าเสด็จเป็นองค์ประธาน ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงลงพระปรมาภิไธยในทะเบียนสมรสและโปรดให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์
กิติยากรพร้อมทั้งสักขีพยานลงนามในทะเบียนนั้น หลังจากนั้น สมเด็จ
พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าเสด็จออกในพระราชพิธีถวายน้ำพระพุทธมนต์
เทพมนต์แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและทรงรดน้ำพระพุทธมนต์เทพมนต์
แด่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากรในการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส
ตามโบราณราชประเพณี ต่อมา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ
ให้อาลักษณ์อ่านประกาศสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากรขึ้นเป็น
"สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์" พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน
เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์
ในการนี้ด้วย

ต่อมา ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงพระราชดำริว่า
ตามโบราณราชประเพณีเมื่อสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าได้เสด็จ
เถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเษกแล้ว ย่อมโปรดให้สถาปนา
เฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระอัครมเหสีขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมราชินี
ดังนั้น พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศสถาปนาเฉลิม
พระเกียรติยศสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินี หลังจากนั้นทั้งสองพระองค์ได้เสด็จฯ กลับไปยังสวิตเซอร์แลนด์เพื่อทรงรักษาพระองค์และทรงศึกษาต่อ จนกระทั่งพระองค์มี
พระประสูติกาลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา
สิริวัฒนาพรรณวดี และเมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอมีพระชันษาได้ ๓ เดือน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีจึงเสด็จนิวัติประเทศไทย

แต่งตั้งเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถ

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์จะเสด็จฯ
ออกผนวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาระหว่างวันที่ ๒๒ ตุลาคม ถึง ๕ พฤศจิกายน เป็นระยะเวลา ๑๕ วัน จึงต้องมีการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ดังนั้น พระองค์ทรงพระราชดำริว่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินี เป็นผู้ทรงพระปรีชาสามารถในอันที่จะรับพระราชภารกิจ
ในคราวนี้ได้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในระหว่างที่ผนวช

ต่อมา ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ปีเดียวกันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการประกาศว่า ตามราชประเพณี เมื่อสมเด็จ
พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการ
แทนพระองค์ เคยมีประกาศให้ออกพระนามว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ และทรงพระราชดำริว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีได้ทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในระหว่าง
ที่ผนวช และได้ปฏิบัติพระราชภารกิจแทนพระองค์ด้วยพระปรีชาสามารถ
สนองพระราชประสงค์เป็นที่เรียบร้อย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้เฉลิมพระอภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีว่า
"สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ" นับว่าทรงเป็นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถพระองค์ที่ ๒ ในประเทศไทย โดยพระองค์แรก คือ
สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ (ภายหลังได้รับ
การสถาปนาเป็น สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี
พระพันปีหลวง)

ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki/สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์_พระบรมราชินีนาถ

ป้ายร้านเสร็จแล้วครับ สวยงามไหมครับทุกท่าน ^_^
24/07/2014

ป้ายร้านเสร็จแล้วครับ สวยงามไหมครับทุกท่าน ^_^

อรุณสวัสดิ์ยามเช้าวันอาสาฬหบูชาครับทุกท่าน ตื่นเช้าทำบุญกันหรือทำบุญตามสดวก แล้วเวียนเทียนที่วัดนะครับ ^_^ก่อนอื่นขออนุญ...
11/07/2014

อรุณสวัสดิ์ยามเช้าวันอาสาฬหบูชาครับทุกท่าน ตื่นเช้าทำบุญกันหรือทำบุญตามสดวก แล้วเวียนเทียนที่วัดนะครับ ^_^

ก่อนอื่นขออนุญาตนำประวัติวันอาสาฬหบูชามาให้ทราบพอสังเขปกันก่อนนะครับ

วันอาสาฬหบูชา (บาลี: อาสาฬหปูชา; อักษรโรมัน: Asalha Puja) เป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธนิกายเถรวาทและวันหยุดราชการในประเทศไทย คำว่า อาสาฬหบูชา ย่อมาจาก "อาสาฬหปูรณมีบูชา" แปลว่า "การบูชาในวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ" อันเป็นเดือนที่สี่ตามปฏิทินของประเทศอินเดีย ตรงกับวันเพ็ญ เดือน ๘ ตามปฏิทินจันทรคติของไทย ซึ่งมักจะตรงกับเดือนมิถุนายนหรือเดือนกรกฎาคม แต่ถ้าในปีใดมีเดือน ๘ สองหน ก็ให้เลื่อนไปทำ
ในวันเพ็ญเดือน ๘ หลังแทน

วันอาสาฬหบูชาได้รับการยกย่องเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อ ๔๕ ปี ก่อนพุทธศักราช ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ
เดือน ๘ คือวันอาสาฬหปุรณมีดิถี หรือวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ ณ ป่าอิสิปตน-
ขมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ อันเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง
พระธรรมเทศนาเป็นครั้งแรก เป็นปฐมเทศนา คือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
แก่ปัญจวัคคีย์

การแสดงธรรมครั้งนั้นทำให้พราหมณ์โกณฑัญญะ ๑ ใน ๕ ปัญจวัคคีย์
เกิดความเลื่อมใสในพระธรรมของพระพุทธเจ้า จนได้ดวงตาเห็นธรรมหรือบรรลุเป็นพระอริยบุคคลระดับโสดาบัน ท่านจึงขออุปสมบทในพระธรรมวินัย
ของพระพุทธเจ้า ด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา พระอัญญาโกณฑัญญะจึงกลาย
เป็นพระสงฆ์องค์แรกในโลก และด้วยเหตุที่ท่านได้บรรลุธรรมเป็นพระอริยบุคคล (อนุพุทธะ) เป็นคนแรก จึงทำให้ในวันนั้นมีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์เป็นครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้วันนี้ถูกเรียกว่า "วันพระธรรม" หรือ วันพระธรรมจักร
อันได้แก่วันที่ล้อแห่งพระธรรมของพระพุทธเจ้าได้หมุนไปเป็นครั้งแรก
และ "วันพระสงฆ์" คือ วันที่มีพระสงฆ์เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก อีกด้วย

เดิมนั้นไม่มีการประกอบพิธีการบูชาในเดือน ๘ หรือวันอาสาฬหบูชา
ในประเทศพุทธเถรวาทมาก่อน จนมาในปี พ.ศ. ๒๕๐๑ การบูชาในเดือน ๘
หรือวันอาสาฬหบูชาจึงได้เริ่มมีขึ้นในประเทศไทย ตามที่คณะสังฆมนตรี
ได้กำหนดให้วันนี้เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาของประเทศไทย
อย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๑ โดยคณะสังฆมนตรีได้มีมติให้เพิ่ม
วันอาสาฬหบูชาเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาในประเทศไทย ตามคำแนะนำของ พระธรรมโกศาจารย์ (ชอบ อนุจารี) โดยคณะสังฆมนตรีได้ออก
เป็นประกาศสำนักสังฆนายกเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๑
กำหนดให้วันอาสาฬหบูชาเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาพร้อมทั้งกำหนด
พิธีอาสาฬหบูชาขึ้นอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีพิธีปฏิบัติเทียบเท่ากับวันวิสาขบูชาอันเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาสากล

อย่างไรก็ตาม วันอาสาฬหบูชาถือเป็นวันสำคัญที่กำหนดให้กับวันหยุดของรัฐเพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้น ส่วนในต่างประเทศ ที่นับถือพุทธศาสนานิกายเถรวาทอื่น ๆ ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับวันอาสาฬหบูชาเทียบเท่ากับวันวิสาขบูชา ^_^

คืนนี้นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ครับทุกท่าน ^_^
04/07/2014

คืนนี้นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ครับทุกท่าน ^_^

อรุณสวัสดิ์เช้าวันพระ ศุกร์ที่ ๔ กรกฎาคม ครับทุกท่าน ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆ อย่าลืมทำบุญนะครับ ^_^
03/07/2014

อรุณสวัสดิ์เช้าวันพระ ศุกร์ที่ ๔ กรกฎาคม ครับทุกท่าน ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆ อย่าลืมทำบุญนะครับ ^_^

พรุ่งนี้วันพระ ตื่นเช้าตักบาตรหรือทำบุญตามที่เราสดวกนะครับทุกท่าน ราตรีสวัสดิ์ครับ ^_^
03/07/2014

พรุ่งนี้วันพระ ตื่นเช้าตักบาตรหรือทำบุญตามที่เราสดวกนะครับ
ทุกท่าน ราตรีสวัสดิ์ครับ ^_^

ขอบคุณเมื่อครู่ที่สายฝนหล่นลงมาจากฟากฟ้า จึงได้ยลความงดงามบนท้องหลังฝนโปรยปราย ^_^ภาพ : สายรุ้งหลังฝนโปรยที่โมโซ
01/07/2014

ขอบคุณเมื่อครู่ที่สายฝนหล่นลงมาจากฟากฟ้า จึงได้ยลความงดงามบนท้องหลังฝนโปรยปราย ^_^

ภาพ : สายรุ้งหลังฝนโปรยที่โมโซ

27/06/2014

คำนิยามของร้านเรามีอยู่ว่า

^_^ " วาสิฏฐี เราเสาะหาสิ่งดีๆมาเพื่อคุณ " ^_^

ที่อยู่

โมโซ ตำบลแจระแม อำเภอเมืองอุบลราชธานี
Ubon Ratchathani
34000

เบอร์โทรศัพท์

+66885865262

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Wasittee วาสิฏฐีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์