ชุดชั้นใน กางเกงใน 3D ร้าน J-Rise

ชุดชั้นใน กางเกงใน 3D ร้าน J-Rise จำหน่ายชุดชั้นในนำเข้าคุณภาพเกรด A ?

25/09/2022

ตอนนี้สินค้ากำลังออเดอร์มาจากโรงงานคะ กดติดตามกันไปก่อนไม่นานเกินรอ

สิ่งที่หนุ่ม ๆ ต้องทำความเข้าใจ เกี่ยวกับ กางเกงในผู้ชาย ที่ใส่อยู่ทุกวันกางเกงในผู้ชาย รวมเรื่องที่ผู้ชายควรรู้และทำควา...
20/09/2022

สิ่งที่หนุ่ม ๆ ต้องทำความเข้าใจ เกี่ยวกับ กางเกงในผู้ชาย ที่ใส่อยู่ทุกวัน

กางเกงในผู้ชาย รวมเรื่องที่ผู้ชายควรรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับมันก่อนเลือกซื้อ ว่าแต่ละประเภทดียังไง ใช้งานแบบไหน เพื่อความสบายและผลดีต่อสุขภาพ

เชื่อว่าหนุ่ม ๆ หลายคนมีความรู้เกี่ยวกับ กางเกงในผู้ชาย น้อยมาก ทั้งที่มันสำคัญและเป็นสิ่งที่ใส่อยู่ทุกวัน ซึ่งความไม่เข้าใจนี่แหละ เป็นเหตุที่ทำให้ซื้อมาใส่แล้วรู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัว และมีผลกระทบต่อสุขภาพ เนื่องจากของแบบนี้ก็มีจุดประสงค์และหลักการใช้งานของมันเหมือนกัน ทุกคนจึงควรรู้วิธีการใช้งานและประเภทให้ถูกต้องเสียก่อน จะได้ใส่สบายและเกิดประโยชน์สูงสุด



และนี่คือสิ่งที่หนุ่ม ๆ ต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องเกี่ยวกับ กางเกงในผู้ชาย

ไม่มีกางเกงในที่ดีที่สุด
พูดยากถ้าจะให้ฟันธงว่ากางเกงในแบบไหนดีที่สุด เพราะถามใครก็ได้คำตอบไม่เหมือนกัน อีกทั้งกางเกงในแต่ละทรงต่างมีข้อดีไม่เหมือนกัน แค่ทำความเข้าใจและเลือกใส่ให้เหมาะสม เท่านี้ก็จะพบคำว่าดีที่สุดเอง มาดูกันว่าทรงที่ผู้ชายบ้านเรานิยมใส่มีข้อดีอย่างไรกันบ้าง

ทรงทั่วไป (Brief)

กางเกงในที่เน้นความกระชับใส่หุ้มพอดีทุกสัดส่วน ทรงจะเป็นรูปตัว Y ขอบด้านล่างเว้าโค้งพอดีกับโคนขา มีทั้งแบบเป้าต่ำที่สวมแล้วขอบกางเกงจะอยู่ช่วงเอวพอดีตามธรรมชาติ เหมาะใส่กับกางเกงขาสั้น, กางเกงยีนส์ และแบบเป้าสูงที่ขอบกางเกงสูงเลยเอวขึ้นมาเกือบถึงสะดือ เอาไว้ใส่กับกางเกงเป้าสูงเช่นกัน



ทรงตรง (Trunks)

กางเกงในที่ได้รับความนิยมมากที่สุด รูปทรงตรงฟิตเข้ากับสรีระพอดี ขาจะยาวกว่าทรงทั่วไปเล็กน้อย โอบหุ้มน้องชายได้ดี ไม่หลวมหรือกระชับจนเกินไป ใส่ได้ทุกวันเหมาะกับทุกชุดทุกสไตล์



บ็อกเซอร์ (Boxers)

กางเกงทรงที่หลวมที่สุดของชั้นในชาย ไม่ได้โอบหุ้มสรีระช่วงล่างเท่าไหร่ แต่เน้นไปที่ความสบาย เนื้อผ้าบาง ระบายอากาศได้ดี ขายาวเกือบถึงหัวเข่า เหมาะสำหรับใส่ชิล ๆ อยู่บ้าน ในวันที่ไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรมากมายนัก



ทรงเต็มตัว (Boxer Briefs)

ทรงที่ผสมผสานทั้ง 2 แบบเข้าด้วยกัน โดยลักษณะจะเหมือนบ็อกเซอร์ ขายาวใส่ครอบคลุมทุกส่วน แต่จะรัดกระชับแบบทรง Brief ให้ความทะมัดทะแมง คล่องตัวสูง เหมาะสำหรับใส่ออกกำลังกาย ทั้งนี้ไม่ควรใส่กับกางเกงขาสั้น เนื่องจากส่วนปลายของมันอาจโผล่ออกมาจนดูน่าเกลียด

เนื้อผ้าก็สำคัญ
กางเกงในผู้ชายมีให้เลือกเนื้อผ้าหลายแบบ หลัก ๆ จะเป็น ผ้าฝ้าย (Cotton), ผ้าโมดัล (Modal) และผ้าสแปนเด็กซ์ (Spandex) ซึ่งผ้าแต่ละประเภทก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน



ผ้าฝ้าย – ใส่สบาย ระบายอากาศได้พอประมาณ แต่จะไม่ยืดหยุ่นมากนัก ส่วนใหญ่จะนำไปผสมกับผ้าชนิดอื่นด้วย

ผ้าโมดัล – ดูดซับความชื้น ระบายอากาศได้ดีมาก ให้สัมนัสเนียนนุ่ม จึงเป็นที่นิยม

ผ้าสแปนเด็กซ์ – ผ้าที่ใช้ทำชุดกีฬาหรือชุดว่ายน้ำ ยืดหยุ่นคืนสภาพได้ไว ระบายอากาศดี เหมาะไว้ใส่ออกกำลังกาย
กางเกงในส่วนใหญ่จะผลิตมาจากผ้าฝ้าย เพราะใช้ผสมกับผ้าอื่น ๆ ได้และมีราคาถูก แต่ข้อเสียคืออุ้มน้ำและไม่ยืดหยุ่นพอ ซึ่งชุดชั้นในที่ดีต้องระบายความร้อนและมีความยืดตัวสูง พักหลังคนจึงหันไปใส่ผ้าโมดัลแทน ทั้งนี้ควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานด้วย

เลิกใส่หน้า A หน้า B
ในระหว่างวันกางเกงในจะคอยซึมซับเหงื่อ รวมถึงความอับชื้น เศษปนเปื้อนหลังเสร็จภารกิจในห้องน้ำ จึงกลายเป็นจุดสะสมแบคทีเรียชั้นดี ตัวการที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังและเชื้อราในร่มผ้า ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ อย่าเอาสูตรลับหน้า A หน้า B มาใช้ หรือนำมาดมกลิ่นเช็กความสะอาดเด็ดขาด !

สำหรับคนที่ต้องออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออกมาก ควรพกกางเกงในสำรองติดตัวไว้เปลี่ยนด้วย และต้องทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน

มีแค่ 7 ตัวไม่เพียงพอ

ใครว่ามีใส่วันละตัว ครบทั้ง 7 วันก็พอแล้ว คุณไม่คิดมีเผื่อไว้ใส่ตอนเกิดเหตุฉุกเฉินบ้างเลยหรือ ? ถ้าคุณซักเสื้อผ้าสัปดาห์ละครั้ง คุณจำเป็นต้องมีกางเกงในไว้ใส่อย่างน้อย 14 ตัว เอาไว้ใช้ในกรณี ฝนตกหนักซักตากแล้วแห้งไม่ทัน, เปลี่ยนหลังออกกำลังกาย หรือต้องออกเดินทางไปต่างจังหวัดกะทันหัน จนไม่มีเวลาซักตัวที่ใส่ไปแล้ว ยิ่งใครเจอเหตุการณ์เหล่านี้บ่อย ๆ ยิ่งต้องมีกันเหนียวเพิ่มอีกสัก 2-3 ตัวด้วยซ้ำ

เปลี่ยนปีละครั้ง
อย่าขี้งกทนใส่เรื่อย ๆ จนกว่ามันจะขาดวิ่นตรงหน้า โดยทั่วไปผู้ชายควรเปลี่ยนกางเกงในใหม่อย่างน้อยปีละครั้ง ลองค้นดูว่าตัวไหนเริ่มมีรอยขาด จุดดำ คราบเหลืองฝังลึก ก็จัดการจับโยนลงถังขยะไปบ้าง แล้วไม่ต้องเสียดาย เพราะของแบบนี้เขาไม่เอาไปบริจาคกันและคงไม่มีใครอยากได้ด้วย อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนประจำ ยังเหมือนเป็นการอัปเดตให้เข้ากับสรีระตัวเองที่เปลี่ยนแปลงตามอายุด้วย ถ้าไม่ติดขัดอะไรก็ทำเถอะ

อสุจิไม่ได้ลดลงอย่างที่คิด
เป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงมาอย่างยาวนานว่าใส่กางเกงในแล้ว จะเกิดความร้อนทำให้จำนวนน้ำอสุจิลดลง และเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งทางผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพได้ทำการทดสอบแล้ว กลับไม่พบความแตกต่างของประเภทกางเกงในและผลต่อตัวอสุจิ เนื่องจากความร้อนจากการใส่กางเกงในไม่สูงเท่ากับ การแช่น้ำร้อนในอ่างอาบน้ำ หรือตอนอยู่ในห้องซาวน่า จึงไม่เกิดผลลัพธ์ดังกล่าว

แต่สิ่งที่ต้องกังวลคือ การใส่ไซส์เล็กแบบรัดแน่นมากเกินไปต่างหาก ที่มีผลต่อการไหลเวียนเลือดและทำให้แรงเสียดสี สร้างความอึดอัดให้น้องชาย ซึ่งมีผลกระทบตามมาไม่น้อย

ข้อมูลจาก : realmenrealstyle.com, blackdoctor.org, menshealth.com

ระวัง ! เลือกชั้นในผิด จุดซ่อนเร้น พังไม่รู้ตัวหลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า จุดซ่อนเร้น มีความสำคัญกับผู้หญิงเรามากขนาดไ...
18/09/2022

ระวัง ! เลือกชั้นในผิด จุดซ่อนเร้น พังไม่รู้ตัว
หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า จุดซ่อนเร้น มีความสำคัญกับผู้หญิงเรามากขนาดไหน ดังนั้นการดูแลจุดซ่อนเร้นให้มีสุขภาพที่ดีจึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่ถึงอย่างนั้นยังมีผู้หญิงอีกหลายคนที่เผลอทำร้ายน้องสาวโดยไม่รู้ตัว.. หนึ่งในนั้นก็คือการเลือกชุดชั้นในแบบผิดๆ นั่นเอง แต่เพราะอะไรที่การเลือกชุดชั้นในผิดถึงทำร้ายจุดซ่อนเร้น วันนี้เรามีคำตอบมาฝากทุกคนกัน

สำหรับคุณผู้หญิงที่ชอบเลือกใส่กางเกงชั้นในที่ตัวเล็กและฟิต ใส่แล้วไม่สบายตัวหรือมีเนื้อผ้าที่ระบายอากาศไม่ดีพอ ต้องบอกเลยว่าคุณกำลังทำร้ายน้องสาวอยู่โดยยังไม่รู้ตัวเพราะทำให้เกิดการอับชื้นได้ง่าย จนเสี่ยงต่อการระคายเคืองและติดเชื้อภายในช่องคลอด ผลที่ตามมาคือทำให้น้องสาวมีกลิ่นที่ไม่พึ่งประสงค์

อีกทั้งบรรดาสาวๆ สายแซ่บที่ชอบใส่จีสตริงมีความเสี่ยงเหมือนกัน เพราะกางเกงชั้นในประเภทนี้จะไม่สามารถปกปิดน้องสาวจากสิ่งสกปรกได้ดีนักทำให้จุดซ่อนเร้นอาจเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโรคและเกิดการติดเชื้อภายในช่องคลอดได้เช่นกัน แม้ว่ากางเกงชั้นในบางแบบจะสวยและดูดีในสายตาของผู้หญิงแต่ต้องยอมรับว่ามันอาจไม่เป็นมิตรกับจุดซ่อนเร้นได้ เพราะฉะนั้นทางที่ดีถ้าคุณไม่อยากให้น้องสาวมีปัญหาและมีกลิ่นที่ไม่พึ่งประสงค์ ควรเลือกกางเกงชั้นในที่เนื้อผ้าระบายอากาศได้ดี ไม่เล็กและไม่รัดจนเกินไป อีกทั้งยังคงทำความสะอาดกางเกงชั้นในให้สะอาด ตากแดดให้แห้งก่อนนำมาใช้ทุกครั้ง จะช่วยให้คุณมีจุดซ่อนเร้นที่สุขภาพดีได้นั่นเอง

แต่ถ้าหากคุณผู้หญิงคิดว่าเพียงแค่การเลือกสวมใส่กางเกงชั้นในที่เหมาะสมยังไม่เพียงพอต่อการดูแลจุดซ่อนเร้นและอยากหาวิธีที่ช่วยให้จุดซ่อนเร้นมีสุขภาพที่ดี อ่อนเยาว์เหมือนกับย้อนวัยสาว เรามีตัวช่วยดีๆ มาแนะนำตัวช่วยที่ว่านั้นคือเทคโนโลยี Vaginal Lift

Vaginal Lift มิติใหม่ของการดูแลสุขภาพผู้หญิง
Vaginal Lift เป็นเทคโนโลยีกระชับช่องคลอดและกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานด้วยการใช้คลื่นพลังงาน นวัตกรรมใหม่ในการดูแลสุขภาพผู้หญิง โดยการใช้คลื่นพลังงานเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กล้ามเนื้อภายในช่องคลอดและกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน อีกทั้งยังช่วยให้ช่องคลอดสร้างสารหล่อลื่นมากขึ้น ผลที่ได้คือช่องคลอดจะกระชับและชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้น หมดปัญหาความหย่อนคล้อยหรือความฟิตที่ฟิตไม่สุด และปัญหาช่องคลอดแห้งไปได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ อีกทั้งคลื่นพลังงานจากเทคโนโลยี Vaginal Lift ยังสามารถช่วยตกแต่งรูปลักษณ์ภายนอกของจุดซ่อนเร้น ทำให้ดูอ่อนเยาว์ลงได้โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องเจ็บตัวเหมือนกับการรีแพร์แบบเดิมๆ อีกต่อไป

และที่ APEX เรามีเทคโนโลยี Vaginal Lift ที่ออกแบบมาให้ตรงกับปัญหาของผู้หญิง อีกทั้งเรายังมีเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพผู้หญิงที่พร้อมให้บริการย่างครบครันและมีผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาและคำแนะนำให้บริการอย่างเป็นมืออาชีพตลอดจนจบขั้นตอน บอกลาปัญหาจุดซ่อนเร้นที่คุณเคยกังวลและคืนความอ่อนเยาว์ให้กับน้องสาวได้อีกครั้ง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.apexprofoundbeauty.com/

ทุกครั้งที่ใส่บรา หรือชุดชั้นใน คุณผู้หญิงหลายๆ คนอาจจะเจอปัญหาที่ทำให้หงุดหงิดใจ วันนี้ขอเผยทริคแนะนำดีๆ เคล็ดลับในการส...
18/09/2022

ทุกครั้งที่ใส่บรา หรือชุดชั้นใน คุณผู้หญิงหลายๆ คนอาจจะเจอปัญหาที่ทำให้หงุดหงิดใจ วันนี้ขอเผยทริคแนะนำดีๆ เคล็ดลับในการสังเกต และเลือกใส่ชุดชั้นในกันอย่างถูกต้อง โดยคัดเลือกมา 7 ปัญหายอดนิยม ดังนี้

7 ปัญหาการใส่ชุดชั้นใน ที่มักจะเจอกันบ่อยๆ เผยทริคเลือกใส่ชุดชั้นในอย่างถูกต้อง
1. สายหล่น

ทุกครั้งที่ใส่เสื้อชั้นใน แรกๆ เราต้องปรับความยาวสายให้พอดีขนาดช่วงลำตัว แต่ใส่ไปใส่มาระยะหนึ่ง วันดีคืนดี ดันหล่นตอนนาทีสำคัญซะงั้น ใส่ชุดสวยๆ โมเม้นต์ดีๆ ดันมีสายเสื้อชั้นในหล่นมาทำให้รำคาญ เสียบุคลิก ต้องคอยดึงสายขึ้น ทำให้ดูไม่งาม เรามีวิธีง่ายๆ มาบอก

วิธีแก้: ปรับสายเสื้อชั้นในเป็นประจำทุกเดือน แม้จะเป็นการขยับนิดหน่อย ประมาณ 0.5 เซนติเมตร ทุกๆ ครั้งที่เราใส่ สายเสื้อชั้นในก็จะยืด ทำให้หลวมขึ้นได้ แต่ถ้าลองปรับแล้ว ยังเจอปัญหาเดิมกวนใจอีก แนะนำให้ลองเปลี่ยนสไตล์ชุดชั้นใน เพราะบางทีสไตล์ที่คุณใส่อยู่นั้น อาจจะไม่เหมาะกับสรีระของคุณเท่าไหร่ ลองเลือกรุ่นที่ทรงของสายแคบลงมานิดนึง จะช่วยได้ แต่ถ้าเป็นคนที่มีไหล่ลู่ ลองเลือก เสื้อชั้นในแบบที่ถอดสายไขว้ได้จะดีกว่า เพราะจะช่วยให้สาวๆ มั่นใจ รับรองปัญหาสายหล่นหมดไปอย่างแน่นอน

2.สายกด

เคยไหม ใส่เสื้อชั้นในแล้วสายกดทับไหล่จนเห็นเป็นรอยแดง สาเหตุเกิดจากเสื้อชั้นในของคุณรอบตัวใหญ่เกินไป ทำให้รอบตัวหลวม เพราะขนาดของรอบตัว เป็นตัวรองรับน้ำหนักของหน้าอก หรือสายเสื้อชั้นในอาจจะมีขนาดเล็กเกินไป ทำให้รับน้ำหนักหน้าอกไม่ไหว จึงเกิดรอยแดงได้ หากทนใส่ต่อไปนานๆ บางทีถึงขั้นปวดไหล่กันเลยทีเดียว

วิธีแก้: แนะนำสาวๆ ลองเลือกเสื้อชั้นในใหม่ที่รอบตัวพอดี ไม่หลวมเกินไป โดยการลดไซส์คือ ถ้าปกติใส่ไซส์ 36B รอบตัวที่กระชับขึ้นจะเป็น 34C คัพจะเท่าเดิม แต่รอบตัวจะเล็กลง หรือบางทีการที่เราปรับสายแน่นจนเกินไป คิดว่าจะทำให้กระชับ แต่กลับทำให้สายรับน้ำหนักมากจนปวดไหล่ก็ได้

3.บราลอย

ใส่แล้วเสื้อชั้นในเริ่มลอยขึ้น ไม่ว่าจะปรับสายขึ้น-ลงแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ยังไม่พอดีตัวและเริ่มไม่กระชับ ไม่ช่วยเก็บทรง จนสาวๆ ไม่มั่นใจ ไม่สบายตัว นั่นคือสัญญาณของการเปลี่ยนเสื้อชั้นในใหม่กันแล้ว

วิธีแก้: แนะนำซื้อเสื้อชั้นในใหม่ที่ไซส์เล็กลง โดยวิธีการลดไซส์ก็ใช้วิธีเดียวกับกรณีด้านบน และเพื่อความชัวร์ว่าเราเลือกชุดชั้นในทีพอดีกับสรีระเราแล้วหรือยัง สาวๆ สามารถสังเกตด้วยตัวเองได้ง่ายๆ โดยการลองสอดนิ้วมือ 2 นิ้วไปที่รอบตัว บริเวณด้านหลัง ตรงตะขอ ถ้าสอดนิ้วได้พอดี ไม่รู้สึกแน่นเกินไป ก็แปลว่า คุณเลือกชุดชั้นในได้พอดีกับคุณแล้วล่ะ

4.คัพเหลือ

ส่วนมากปัญหานี้มักจะเกิดกับ สาวๆ ที่มีหน้าอกรูปทรงระฆังคว่ำ หรือผอมมาก จนทำให้ไม่มีเนื้อหน้าอกเลย
วิธีแก้: ลองปรับเสื้อชั้นในดูก่อน ถ้าปรับสายให้แน่นขึ้น แล้วยังไม่เข้าที่เข้าทาง ลองลดคัพไซส์ แต่คงขนาดรอบตัวเท่าเดิมไว้ก่อน เช่น ถ้า 34B ก็ลดลงเหลือ 34A หรือ ถ้าคัพพอดีแล้ว แต่ยังเหลือช่องว่างอีกนิดหน่อยด้านบน แนะนำให้ลองเปลี่ยนสไตล์ เป็นแบบที่ทรงเต้าต่ำลงมาหน่อยก็สวยไปอีกแบบ

5.เนื้อปลิ้น

อีกหนึ่งปัญหาโลกแตกของสาวๆ อ้วนรึป่าวก็ไม่ แต่ทำไมใส่เสื้อชั้นในแล้วเนื้อด้านข้างปลิ้นออกไป เพราะคุณกำลังใส่เสื้อชั้นในผิดไซส์อยู่ เป็นไปได้ทั้งจากกรณีรอบตัวเล็กเกินไป หรือคัพเล็กเกินไป ไม่มีเนื้อที่เก็บทรงอย่างเหมาะสม ทำให้เนื้อปลิ้นออกมาด้านข้าง
วิธีแก้: ลองวัดไซส์ใหม่ สาวๆ สามารถดูวิธีการวัดดูไซส์จากชาร์ตไซส์ได้เองเลยง่ายๆ

6.นม 4 เต้า

แค่ชื่อก็เห็นภาพกันไปไกลละค่ะ แต่อธิบายให้ชัดขึ้นไปอีก ก็คือการที่เสื้อชั้นในของคุณ มีขนาดเล็กเกินไป ทำให้เกิดการกดเนื้อหน้าอก กดเนื้อส่วนที่เกินทะลักออกมาจากคัพ จนมองแล้วดูนูนเหมือนมีนม 4 เต้า

วิธีแก้: ลองใช้การเพิ่มคัพ เช่น เดิมไซส์ 34B ให้เพิ่มเป็น 34C รับรองคุณจะหายใจสะดวกขึ้น หน้าอกผ่อนคลายมากขึ้น หมดปัญหานม 4 เต้าได้อย่างแน่นอน

7. หลังลอย

อาการตะขอลอยขึ้นไป ไม่อยู่ในแนวระนาบเดียวกัน ถึงเวลาปรับสายเสื้อชั้นในหรือเปลี่ยนไซส์กันแล้วล่ะ นอกจากจะแก้ปัญหาหลังลอย ยังช่วยเซฟปัญหาการปวดหลัง ปวดไหล่จากการใส่ชุดชั้นในที่ไม่พอดีได้อีกด้วย

วิธีแก้: ปัญหานี้เกิดจากการที่คุณอาจจะปรับสายเสื้อชั้นในสั้นเกินไป หรือปรับไซส์รอบตัวให้เล็กลง เพิ่มคัพไซส์ใหญ่ขึ้น

ที่มา : sypintimates

ที่อยู่

475 ม. 1 ต. วังทอง อ. วังทอง
Wangthong

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 18:00
อังคาร 08:00 - 18:00
พุธ 08:00 - 18:00
พฤหัสบดี 08:00 - 18:00
ศุกร์ 08:00 - 18:00
เสาร์ 08:00 - 18:00
อาทิตย์ 08:00 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ชุดชั้นใน กางเกงใน 3D ร้าน J-Riseผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ชุดชั้นใน กางเกงใน 3D ร้าน J-Rise:

ทางลัด

แชร์